Monday, 7 April 2025
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

'เสี่ยเทียม' เถ้าแก่ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9 ตั้งโรงทานปีที่ 19

(5 ธ.ค. 65)  เมื่อเวลา 09.00 น. บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 385-7 ตรงข้ามสำนักงานยาสูบฯ ถนนอภิบาลบัญชา เยื้องทางออกตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นอาคารร้านเทียมศักดิ์พาณิชย์ โดยมีนายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ อายุ 75 ปี และ นางเกตุวดี เวียงศรีประเสริฐ อายุ 73 ปี สองสามีภรรยาชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เจ้าของผลิตภัณฑ์ข้าวสาร-ข้าวเหนียวตราเรือไฟ ฯลฯ จัดส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมลูกหลานญาติมิตรร่วมตั้งโรงทานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565 ทั้งนี้มีร้านวิทยาอิเล็คทริคเซ็นเตอร์ ผู้แทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้นำขนมหวานเป็นลอดช่องรสชาติหวานมันมาร่วมเป็นประจำทุกปี

สำหรับปีนี้ยังคงแจกเป็นข้าวกล่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการแออัดป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด มีทั้งอาหารประกอบด้วย ผัดกะเพราะหมู ไก่ผัดขิง พะโล้ไข่ดาว กุนเชียง หมูทอด ผัดเผ็ดถั่วฝักยาวใส่หมูกรอบ ไข่เจียว ใส่กล่องให้ประชาชนที่ผ่านไปมาหยิบไปรับประทานฟรีพร้อมน้ำเต้าหู้ ลอดช่อง และปฏิทินที่เป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ โดยมีประชาชนเข้าคิวเข้ารับอาหารเป็นแถวยาว โดยครอบครัวเวียงศรีประเสริฐจะตั้งโรงทานเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ตั้งแต่ 09.00-13.00 น.

นายเทียมศักดิ์ เปิดเผยว่า เป็นคนไทยเชื้อสายเวียดนาม บิดามารดาอพยพหนีภัยสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ทำงานรับจ้างเก็บหอมออมริบจนมีฐานะดีขึ้น นายเทียมศักดิ์เล่าว่าช่วงครอบครัวลำบาก พบเห็นความมีน้ำใจของคนไทย หยิบยื่นสิ่งของต่าง ๆ ช่วยเหลือ เมื่อมีฐานะก็อยากทดแทนน้ำใจคนไทย และแทนคุณแผ่นดิน

“ตลอดเวลาผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ยิ่งกว่าสิ่งใด ที่มีฐานะมาถึงทุกวันนี้เพราะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน เมื่อมีโอกาสก็ขอทดแทนคุณแผ่นดิน จึงยึดเอาวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ ตั้งโรงทานเชิญชวนประชาชนแวะมาทานอาหารแบบไม่อั้น โดยผมจัดมาตั้งแต่ปี 2546 เรื่อยมาถึงปัจจุบันก็เป็นปีที่ 19 แล้ว ซึ่งผมจะทำเช่นนี้ตลอดไป หมดผมก็มีลูกมีหลานที่จะสืบทอดกิจกรรมนี้ ผมระลึกเสมอว่าครอบครัวเวียงศรีประเสริฐมีธุรกิจใหญ่โตมาได้เพราะบุญคุณแผ่นดินไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยทศพิธราชธรรม และการที่จะรวยไม่ใช่อยู่ที่เงินอย่างเดียว ต้องรวยน้ำใจรวยศีลทานด้วย” นายเทียมศักดิ์ฯ กล่าว

‘พลังแบงค์’ ช่างซ่อมรถชื่อดัง ขึ้นป้ายใหญ่ในอู่ ระบุ!! สถานประกอบการแห่งนี้ เทิดทูนสถาบัน

(22 มิ.ย.67) ได้คำชื่นชมจากชาวเน็ตกันอย่างล้นหลาม เมื่อ TikTok@remappowerbankshop1 ของ ‘พลังแบงค์’ ช่างซ่อมรถชื่อดัง ออกมาโพสต์คลิป เกี่ยวกับความ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และการเทิดทูน สถาบัน พระมหากษัตริย์ 

ขอนอกเรื่องหน่อยครับ ผมชอบป้ายสีเหลืองด้านหลังมากครับ รีวิวป้ายพ่อหลวงหน่อยครับ

สำหรับป้ายดังกล่าวตกแต่งบริเวณภายในอู่ซ่อมรถ ประกอบด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ขณะกำลังทอดพระเนตรเด็กน้อยที่เข้ามาก้มลงกราบ และข้อความระบุว่า 

“สถานประกอบการแห่งนี้ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัวพลังแบงค์"

โดยพลังแบงค์ กล่าวว่า ผมว่ารูปนี้สื่อความหมายได้ดี... ผมเกิดมาบนแผ่นดินไทย ต้นตระกูลผมเป็นข้าราชบริพารได้ทำงานใกล้ชิด เราคิดว่าเรามีแผ่นดินนี้อยู่ได้ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมควรตอบแทนโดยไม่อกตัญญู ไม่คิดร้าย ไม่คิดไม่ดี และผมก็ศรัทธาและรักสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ไม่ว่าจะพระองค์ใดก็ตาม... ผมติดภาพนี้ตั้งแต่ร้านเก่าแล้ว เพราะรู้สึกว่าภาพนี้รู้จักที่ต่ำที่สูง เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นประชาชนคนไทยที่เรามีแผ่นดินอาศัยอยู่ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ใครจะมองว่าดีไม่ดีไม่รู้ แต่ส่วนตัวผมมองว่าโชคดีมากแล้ว.. เรื่องป้ายนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล ผมเกิดมาบนแผ่นดินนี้ ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

หลังโพสต์เผยแพร่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก อาทิ เจอคลิปนี้ตื้นตันใจมากครับ ความกตัญญูกตเวทิตาจะนำพาสู่ความเจริญ ทางจิตใจครับ, พี่พูดได้ดีมากครับ แค่ตอบแทนบุญคุณ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ, ชื่นชมค่ะ, เครื่องหมายของคนดี คือความกตัญญู

‘นายกฯ’ เชิญชวนปชช. สวมเสื้อสีเหลือง แสดงความภักดี-สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

(27 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชน สวมเสื้อสีเหลือง แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ใจความว่า … 

ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า สวมเสื้อสีเหลือง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม นี้ ส่วนกลาง ร่วมกิจกรรม ณ ท้องสนามหลวง ส่วนภูมิภาคสถานที่ตามแต่ละจังหวัดกำหนด

ด้วยพระปรีชา ของ ‘ในหลวงรัชกาลที่ 5’ ทำให้ ‘ไทย’ ได้เป็น ‘ไท’ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้น

(23 ต.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Nitipat Bhandhumachinda’ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้ง เกี่ยวกับประโยค ‘สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’ โดยมีใจความว่า …

เวลาผมเขียนประโยคที่ว่า ‘สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’ นั้น 

ก็ขอเรียนตรงๆว่า ไม่เคยสักครั้งที่เขียนไปแค่ตามวาระ หรือตามมารยาทอะไรใดๆ

แต่ก็จะมีที่มาที่ไปให้สามารถกล่าวได้เต็มปากทุกๆครั้งว่าทำไมที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ไหน ก็จะสามารถกล่าวได้เต็มปาก เขียนได้เต็มคำเช่นนั้น
อย่างวันปิยมหาราชนี้นั้น หากเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใดๆเลย เกิดจะสงสัยว่ามีความสำคัญอะไรใดๆนั้น

ในรัชสมัยของ ‘ในหลวงรัชกาลที่ห้า’ นั้น ประเทศเรามีการพัฒนามากมายในทุกๆรูปแบบ มีความเจริญก้าวหน้าทันยุคทันสมัย และที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยคนหนึ่งอย่างผม

ก็คือ เปิดแผนที่โลกแผ่นนี้เมื่อไหร่ ก็สามารถชี้ใครต่อใครทั่วโลกให้เห็น ขวานทองด้ามเล็กๆ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

เพราะสีทองๆส้มๆดังกล่าวนั้น แสดงถึงความหมายถึงความเป็นไท แสดงถึงเอกราชที่ไม่ต้องขึ้นกับใคร และไม่ว่ามหาอำนาจจากสหภาพยุโรปจะแผ่อำนาจเข้ายึดครองเกือบทุกอาณาจักรทั่วโลกอย่างไร

ก็มีเพียงญี่ปุ่น เกาหลี (ที่เป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น) ไลบีเรีย (ที่เป็นเมืองขึ้นของสหรัฐฯ) และสยามประเทศ เท่านั้น

ที่รอดพ้นการยึดครองในยุคแห่งการล่าเมืองขึ้นของมหาอำนาจจากยุโรปมาได้ตลอดรอดฝั่ง

ซึ่งถ้าไม่รู้จักสำนึกอะไรใดๆ ในพระปรีชาสามารถความอดทนอดกลั้น และความพากเพียร จนสังคมประเทศชาติรอดพ้นภัยอันตรายระดับนั้นมาได้ ของพระองค์ท่านแล้ว

ก็นึกไม่ออกจริงๆว่าชีวิตนี้จะรู้จักสำนึกบุญคุณอะไรของใครได้อีก

ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
23 ตุลาคม พุทธศักราช 2567


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top