Friday, 5 June 2026
สมเกียรติอ่อนวิมล

'ดร.สมเกียรติ' ย้อนอดีต!! 'ในหลวง ร.๑๐' ทรงปฏิเสธวิจารณ์เรื่องบ้านเมือง ยกเป็นบทบาทของรัฐบาล ส่วนพระองค์ขอทำหน้าที่ให้คนไทยมีความสุข

เมื่อไม่นานมานี้ ติ๊กต็อกช่อง ‘Gaegood’ ได้โพสต์คลิป ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส ได้เล่าเรื่องในอดีตเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่เป็นมกุฎราชกุมาร ในมุมที่ใครหลายคนอาจจะไม่รู้ โดยระบุว่า…

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ครั้งที่เป็นมกุฎราชกุมาร ซึ่งทุกคนคงทราบกันดีว่าชาวบ้านต่างนินทาพูดคุยกันเยอะไปหมด…ซึ่งตอนพ.ศ. 2533 ครั้งที่ผมตามเสด็จไปถึงกรุงลอนดอน เพื่อจะทําข่าวที่คิดว่าครั้งนี้แหละประชาชนคนไทยจะได้เห็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารกับบรรดาปัญญาชนอังกฤษ แล้วก็งานของพระองค์…ซึ่งพระองค์จะอยู่ที่นั่นประมาณ 1 ปี พระองค์นั้นทรงรอบรู้และก็เข้าใจ อีกทั้งยังรู้จักคนเยอะแยะไปหมด…พูดง่าย ๆ คือเนื่องจากพระราชภารกิจของพระองค์แม้จะเป็นมกุฎราชกุมารยังไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินก็จะมีโอกาสเดินทาง ซึ่งพระองค์มีทั้งปฏิสัมพันธ์ มี Connection มี Networking กับใคร ๆ ในโลกนี้… 

ซึ่งผมจะกราบบังคมทูลขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับสงครามและสันติภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในโลก แต่ใจหายหล่นไปที่ตาตุ่ม เพราะว่าอดสัมภาษณ์…ทำให้คนไทยจะไม่ได้เห็นพระปรีชาสามารถนี้…โดยพระองค์บอกว่าคุณสมเกียรติ ไม่เอาดีกว่า ซึ่งอันนี้ผมพูดเป็นภาษาของผมนะ ผมไม่ได้บันทึกอะไรเสียงอะไรไว้ กล้องก็ยังไม่ได้เดินแต่ตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งใจว่าวันนี้จะคุยเรื่องยูโรเปียน, Common market, อาเซียน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทุกประเทศในโลกนี้ ว่าพระองค์รู้จักอย่างไร โลกมันมีสงครามจะรักษาและสร้างสันติภาพอย่างไร ซึ่งพระองค์รู้หมดเลย เรียกว่าเป็นอาจารย์สอนนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ ซึ่งก็เหมือนกับสมเด็จพระเทพฯ สอนที่จปร. ซึ่งพระองค์ก็บอกว่ามาคิดดูอีกทีนึง ไม่ดีกว่าและขอยกเลิกไป…

โดยพระองค์บอกว่าเราเป็นมกุฎราชกุมารมันไม่มีหน้าที่และไม่ควรที่จะไปพูดอะไรที่เป็นเรื่องบ้านเมืองหรือการเมือง และยิ่งเป็นเรื่องของโลก สงคราม สันติภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ของมกุฎราชกุมาร หรือพระเจ้าอยู่หัว…ซึ่งอันนี้ผมอธิบายยาวกว่าที่พระองค์พูด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ และจะได้เข้าใจว่าความผิดหวังของผมมันคือความเข้าใจนั่นเอง…ว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบันของเราทําไมจึงเหมือนราชวงศ์อังกฤษเป๊ะเลย…กับการไม่เรียกร้องและไม่อธิบาย แม้ใครจะบ่นใครจะว่าอย่าง พิธา, ปิยบุตร, ช่อ พรรณิการ์, คนที่มีตําแหน่งทางการเมืองกันและเคยมี หรือประชาชนกลุ่มหนึ่งจะว่าอย่างไร ซึ่งพระองค์รู้แต่ก็ไม่วิจารณ์ ไม่ให้ความเห็น ไม่พูด ไม่บ่น ซึ่งเหมือนอังกฤษเลย จะยังไงเราก็จะทํางานทําหน้าที่นี้ต่อไป 

ดังนั้น อยากให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่าพระองค์มีหน้าที่ที่จะต้องทําให้ประชาชนมีความสุข ไม่มีหน้าที่ที่จะพูดอะไรที่รัฐบาลเขาทํา แล้วเกิดรัฐบาลเขาไม่เห็นด้วย ก็ต้องกระอักกระอ่วน…

พระองค์เปิดกว้างและผ่านโลกแห่งความทันสมัยแห่งยุคสมัยของพระองค์และของเรา ซึ่งก็ยังอยู่ในโลกของความทันสมัย…ดังนั้น ต้องเข้าใจ ซึ่งตัวผมนั้นเข้าใจตั้งแต่ปี 2535 แล้วว่าพระองค์เก่งในเรื่องที่ชํานาญจริง ๆ ซึ่งผมอยากเอาความเก่งนี้มาให้ประชาชนคนไทยได้รู้ ทั้งนี้ รัชกาลที่ 10 งานที่เป็นหลักที่สุด คือ พระองค์จะใส่ใจในเรื่องโรงพยาบาลสําหรับชาวบ้านต่างจังหวัด ดังนั้น จึงริเริ่มก่อตั้งสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทุกหนแห่งทุกจังหวัดในประเทศไทยนั่นเอง…

‘สมเกียรติ อ่อนวิมล’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ดิ้นตอบ ‘อ.วีระ’ ได้ แต่คนถามต่างหากที่จอดไม่ยอมแจวต่อให้คนสิ้นสงสัย

(22 ก.ค. 68) บนโซเชียลฯ แชร์ไฮไลต์รายการโลกยามเช้า ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด ดำเนินรายการโดย นายสมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายวีระ ธีระภัทร ถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีปลดล็อกอนาคตประเทศไทยสู้วิกฤตโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 68 ในประเด็นการกลับประเทศไทย มีดีลลับอะไรหรือไม่ ซึ่งคำถามดังกล่าวทำให้นายทักษิณ มีท่าทีอึดอัดที่จะตอบคำถาม หลายคนใช้คำว่า “ถูกต้อนจนไปไม่เป็น”

โดยนายสมเกียรติ ได้แสดงความเห็นว่า จากคำถามที่คุณวีระถามไปนั้น เชื่อว่าคุณทักษิณไปเป็นและไปต่อได้ แจวต่อไม่ยอมจอดแน่นอน เนื่องจากคุณวีระ ถามนำไปแล้ว แต่ไม่ยอมถามตามให้สิ้นกระบวนความ

พร้อมอธิบาย เพิ่มเติมว่า ความผิดของคุณทักษิณนั้นทุกคนล้วนทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ในแง่การให้สัมภาษณ์ของคุณทักษิณนั้น ไม่ว่าจะถามอย่างไรก็จะมีทางออกและสามารถตอบต่อไปได้ แต่การชะงักต่อคำถามในบางครั้งนั้น เป็นเพราะตัวคุณทักษิณเองนั้นเป็นคนที่มีลวดลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับมาดูในเวลาที่คุณวีระสัมภาษณ์อีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่าคุณวีระต่างหากที่ไปไม่เป็น ด้วยการออกตัวไว้ก่อนว่า “ขอถามตรง ๆ ว่ามีดีลลับหรือไม่มี? ว่าอย่างไรก็อย่างนั้น จะไม่ถามต่อ” เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับคุณวีระจอดแล้วไม่แจวต่อ เพราะถามนำไปแล้วแต่ไม่ถามต่อให้สิ้นสงสัย เมื่อคุณทักษิณตอบว่า “ไม่มีดีลลับ” แล้วหยุดชั่วครู่ก่อนจะบอกว่า “ทางการเมือง” นั่นหมายความว่า มีดีลอย่างอื่นใช่หรือไม่ 

“หากเป็นคนที่เป็นนักสัมภาษณ์ที่ดุดันต้องเค้นความจริงออกให้ได้เช่นอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทองหรือคุณสุทธิชัย หยุ่น การยิงคำถามก็จะเป็นสไตล์เค้นหาให้ได้ความจริงจากปากผู้ถูกสัมภาษณ์ แต่ผมกับคุณวีระจะมีส่วนคล้ายกันในด้านอารมณ์และสไตล์การถาม หากรุกถามจนผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นั่งคุยกับเราทำท่าจะไปไม่ไหว ทางคุณวีระหรือผมจะคล้ายกันในแง่ที่ว่า เราจะหยุดและไปถามต่อ แต่สำหรับผมจะถามให้พอดี ๆ โดยให้ผู้ฟังจับทางได้ว่า ผู้ที่กำลังให้สัมภาษณ์เรานั้นเขาหลบความจริงหรือเขากำลังจะโกหกมากขึ้น ผมก็จะหยุดถาม”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top