Thursday, 4 June 2026
สงครามภาษี

‘ทรัมป์’ จ่อเก็บภาษีนำเข้าภาพยนตร์ต่างชาติ 100% อ้างปกป้อง ‘ฮอลลีวูด’ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

(9 พ.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 100% สำหรับภาพยนตร์ที่ผลิตจากต่างประเทศ โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภาพยนตร์อเมริกันที่ “กำลังจะตายอย่างรวดเร็วมาก” และมอบหมายให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ดำเนินการทันที

ทรัมป์วิจารณ์ประเทศอื่น ๆ ว่ามีความพยายามร่วมกันในการเสนอแรงจูงใจดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็น “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ” พร้อมระบุว่าภาพยนตร์จากต่างประเทศมักแฝงข้อความโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมย้ำผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ว่า “เราต้องการให้ภาพยนตร์สร้างขึ้นในอเมริกาอีกครั้ง!”

นับตั้งแต่กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อต้นปี ทรัมป์ได้เดินหน้านโยบายภาษีศุลกากรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกับจีน ซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 145% และอาจพุ่งถึง 245% สำหรับสินค้าบางรายการ ส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 125% ท่ามกลางความกังวลว่าการเผชิญหน้าทางภาษีอาจซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก

ล่าสุด ทรัมป์เผยระหว่างเดินทางบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ว่า เขากำลังเจรจาการค้ากับหลายประเทศ รวมถึงจีน แต่ยังไม่มีแผนพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ และกล่าวเพียงว่า “อาจจะมีข้อตกลงเกิดขึ้นก็ได้” โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

‘ทรัมป์’ ยืนกรานเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น 25% เสนอทางรอด!! ซื้อสินค้าอเมริกันแทนโดนภาษีอัตราสูง

(30 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงวิจารณ์การค้ารถยนต์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นว่าไม่เป็นธรรม โดยระบุว่าสหรัฐฯ รับรถยนต์จากญี่ปุ่นนับล้านคันทุกปี แต่ญี่ปุ่นกลับไม่เปิดตลาดรับรถจากอเมริกาเท่าที่ควร พร้อมขู่ว่าจะยังคงเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 25% ต่อไป

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นก็รู้เรื่องนี้ดี เขายังพูดเชิงประชดว่า “ผมอาจส่งจดหมายถึงญี่ปุ่นว่า คุณต้องจ่ายภาษีนำเข้ารถยนต์ 25%” ซึ่งสื่อว่าเขาจะไม่ยอมลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นตามที่ญี่ปุ่นร้องขอ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า ญี่ปุ่นควรช่วยลดการขาดดุลการค้าด้วยการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้น เช่น น้ำมันหรือสินค้าอุตสาหกรรม พร้อมย้ำว่าเขาสามารถประกาศเก็บภาษีได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องพบหรือหารือกับผู้นำประเทศคู่ค้าเหล่านั้นโดยตรงก่อน

ทรัมป์ยังระบุอีกว่า เขาเตรียมส่งจดหมายแบบเดียวกันไปยังประเทศคู่ค้ารายอื่น ๆ ที่ตั้งภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ไว้สูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของเขาจะเดินหน้านโยบายกดดันด้านการค้าอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก

‘ทรัมป์’ ประกาศลดภาษีนำเข้าเวียดนามจาก 46% เหลือ 20% พร้อมลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท ผุด Trump Tower ในโฮจิมินห์

(3 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับเวียดนาม โดยจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตรา 20% แทนการเก็บภาษี 46% ที่เดิมมีกำหนดบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า ตามนโยบาย 'ภาษีตอบโต้' ที่ทรัมป์ประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายน

ข้อตกลงนี้ยังเปิดโอกาสให้สินค้าจากสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดเวียดนามโดยไม่มีการเก็บภาษี ขณะที่สินค้าที่ผ่านเวียดนามโดยไม่ได้ผลิตในประเทศ (trans-shipping) จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 40% เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีจากประเทศอื่น โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่ถูกส่งผ่านเวียดนาม

ทรัมป์กล่าวว่า เวียดนามจะเปิดตลาดอย่างเต็มที่ ให้กับสหรัฐฯ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือที่เขาเรียกว่า “ข้อตกลงแห่งความร่วมมืออันยิ่งใหญ่” พร้อมทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถส่งออกสินค้าไปยังเวียดนามโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

ข้อตกลงใหม่นี้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่ผลิตสินค้าในเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับปรับลดลงภายหลังมีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าสินค้าจะยังคงถูกเก็บภาษี 20% ด้านผู้บริหารหอการค้าอเมริกันในฮานอยแสดงความเชื่อมั่นว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเวียดนามในระยะยาว แม้ยังมีข้อกังขาเรื่องการบังคับใช้กฎเกี่ยวกับ trans-shipping

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ทรัมป์และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โทรศัพท์พูดคุยกันในวันเดียวกัน โดยเวียดนามได้เชิญทรัมป์เยือนประเทศอีกครั้ง ขณะเดียวกัน องค์กรทรัมป์ยังเตรียมลงทุนกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 54,750 ล้านบาท) ในเวียดนาม และมีแผนสร้างตึก Trump Tower แห่งใหม่ในโฮจิมินห์ซิตี้อีกด้วย

อิสราเอลถล่มกาซาหนัก!! โจมตีศูนย์อาหาร-โรงเรียน-โรงพยาบาล ดับแล้วกว่า 95 ราย

(3 ก.ค. 68) อิสราเอลเปิดฉากโจมตีหลายจุดในฉนวนกาซาเมื่อวันจันทร์ ทั้งคาเฟ่ชายทะเล โรงเรียน ศูนย์แจกจ่ายอาหาร และโรงพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 ราย ในจำนวนนี้ 39 รายเสียชีวิตจากระเบิดใส่คาเฟ่ Al-Baqa ในเมืองกาซา ซึ่งมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรงเรียน Yafa ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นหลายร้อยคนถูกถล่ม เช่นเดียวกับคลังอาหารในย่าน Zeitoun ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ขณะที่พื้นที่ลานโรงพยาบาล Al-Aqsa ก็ถูกโจมตีเช่นกัน แม้มีครอบครัวผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ในเต็นท์บริเวณนั้น

ในเมืองคานยูนิสตอนใต้ มีผู้เสียชีวิตอีก 15 รายจากการโจมตีจุดแจกจ่ายอาหารขององค์กร Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลยิงขีปนาวุธเข้าใส่ฝูงชนใกล้ศูนย์แจกจ่าย โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือน ส่งผลให้เด็กชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตทันที 103 ราย เจ้าหน้าที่สภากาชาดปาเลสไตน์และ UN เสียชีวิตรวม 15 ราย

เจ้าหน้าที่ UN ระบุว่า ขณะนี้กว่า 80% ของพื้นที่ฉนวนกาซาถูกควบคุมโดยกองทัพอิสราเอล หรือกลายเป็นพื้นที่ที่ประชาชนถูกบังคับให้อพยพออก อิสราเอลยังคงรื้อบ้านเรือนในเมืองคานยูนิส และออกคำสั่งอพยพใหม่ในหลายเขตทางตอนเหนือ ทำให้ชาวกาซาต้องหนีตายกันอีกรอบ ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวัน

ขณะที่กาซายังเผชิญกับเสียงระเบิดและการสูญเสีย สหรัฐฯ เตรียมจัดการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ที่กรุงวอชิงตัน โดยมีอิสราเอลเข้าร่วม กาตาร์และอียิปต์ก็พยายามเร่งเจรจาไกล่เกลี่ยเช่นกัน ด้านฮามาสระบุว่า ไม่ได้รับความคืบหน้าจากอิสราเอลมานานกว่า 4 สัปดาห์ แต่ยืนยันว่าจะยังคงผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงเพื่อช่วยชีวิตชาวปาเลสไตน์โดยเร็วที่สุด

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 35% สินค้าจากแคนาดา โยงปัญหาเฟนทานิล!! ขู่เก็บเพิ่มอีกหากเจรจาไม่คืบ

(11 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 35% เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ พร้อมขู่ใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมอีก 15-20% กับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ หากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ ซึ่งมีกำหนดเส้นตายวันที่ 21 กรกฎาคม

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่ารัฐบาลจะปกป้องแรงงานและธุรกิจของแคนาดาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกก่อนถึงเส้นตาย ขณะเดียวกัน แคนาดาก็เริ่มใช้มาตรการตอบโต้ เช่น การยกเลิกภาษีเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพื่อประคองการเจรจา

ทรัมป์ให้เหตุผลว่าภาษีดังกล่าวเป็นผลจาก 'ความล้มเหลวของแคนาดา' ในการหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าเฟนทานิล (สารเสพติด) เข้าสหรัฐฯ รวมถึงการตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านมสหรัฐฯ และการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศ แม้ข้อมูลจากศุลกากรสหรัฐฯ จะระบุว่าเฟนทานิลที่จับได้ตามแนวชายแดนแคนาดามีสัดส่วนเพียง 0.2% เท่านั้น

นอกจากมาตรการใหม่ ทรัมป์ยังคงภาษี 25% ที่เคยประกาศใช้กับรถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และสินค้าแคนาดาบางรายการ และเตรียมขึ้นภาษีทองแดงอีกรอบในเดือนหน้า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักต่อภาคอุตสาหกรรมของแคนาดา ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ กว่า 75% ของการส่งออกทั้งหมด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top