Thursday, 4 June 2026
ศึกชิงหัวหน้าประชาธิปัตย์

สานเจรจา!! ‘ประชาธิปัตย์’ ถึงจะจบ แบบไม่แตกแยก หลังพบสองฝ่าย!! ยืนกระต่ายสามขา สู้กันดุเดือด

(20 ก.ย. 68) สงครามที่ยืดเยื้อสุดท้ายต้องจบลงด้วยโต๊ะเจรจา ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบแค่ไหนก็ตาม บนโต๊ะเจรจาบางคนต้องเสียสละเช่น สงครามเวียดนาม จบด้วยการเจรจาที่ปารีส ค.ศ. 1973 แม้สหรัฐฯ จะมีแสนยานุภาพเหนือกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องถอนทัพ

สงครามเกาหลี ปี 1950–1953 จบลงด้วยการเจรจาสงบศึกที่พานมุนจอม ถึงวันนี้ก็ยังไม่มี “สัญญาสันติภาพ” จริง ๆ

สงครามอัฟกานิสถาน ล่าสุด สหรัฐฯ ก็ต้องเจรจากับตาลีบันเพื่อตั้งเงื่อนไขการถอนกำลัง

พอมาโยงกับ การเมืองในพรรคประชาธิปัตย์

ถ้าปล่อยให้ “สงครามชิงหัวหน้า” สู้กันดุเดือดโดยไม่หันมาคุยตกลงกันก่อน ผลคือพรรคอาจ บอบช้ำ แตกเป็นกลุ่มย่อย หรือพังไป ในพรรคการเมืองที่อ่อนแรงอยู่แล้ว การแตกแยกเพิ่มยิ่งทำให้ ฐานเสียงและศรัทธาประชาชนหายไป

ถ้ามี “โต๊ะเจรจา” ในพรรค ไม่ว่าจะเป็นเวทีผู้อาวุโส หรือวงคุยภายใน ก็จะช่วย หาทางออกแบบประนีประนอม ได้ เช่น การตกลงแบ่งบทบาท ระหว่างคนรุ่นใหม่กับผู้อาวุโส ทุกคนต้องมีที่ยืนที่เหมาะสม

อยากจำลองฉากการ “สานเจรจา”ในพรรคประชาธิปัตย์ (เช่น ถ้าอภิสิทธิ์, นิพนธ์, เดชอิศม์ สาธิตย์ ชัยชนะ กรณ์ นั่งโต๊ะเดียวกัน) ว่าใครจะยอมใคร และดีลแบบไหนถึงจะเกิดขึ้นได้ เสมือนการส่งทหารราบเปิดฉากเจรจาหน้างานที่กำลังสู้รบกันอยู่ เป็นการกรุยทางก่อน

เมื่อทหารราบเจรจากรุยทางกันได้ในหลักการ ก็เปิดโต๊ะเจรจา แต่ใครจะนั่งหัวโต๊ะเจรจานั้นคือประเด็นใหญ่
1.มีบารมีมากพอในพรรค ทุกกลุ่มยอมรับว่าพูดแล้วมีน้ำหนัก
2.ไม่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งตรง ของผู้ชิงตำแหน่งหัวหน้า
3.มีเครดิตทางการเมือง ว่าเป็นนักประนีประนอม ไม่ใช่ตัวจุดไฟ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่น่าจะอยู่ในตัวละครนั่งหัวโต๊ะ เพราะเขาน่าจะมีส่วนได้เสีย ทำให้ขาดการยอมรับ เว้นเสียแต่ว่าอภิสิทธิ์ประกาศไม่ลงชิงหัวหน้าพรรค

กล่าวถึงกลุ่มผู้อาวุโส อดีตหัวหน้าพรรคชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน จุรินทร์ ลักษณะวิศิฏฐ์ แม้จะเป็นบุคคลที่ทุกคนเคารพ แต่มีภาพ “โน้มเอียงหนุนอภิสิทธิ์” เลยทำให้ความเป็นกลางถูกตั้งคำถามได้

ถาวร เสนเนียม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็ล้วนแล้วแต่แสดงตนสนับสนุนอภิสิทธิ์หมดแล้ว หมดจากความเป็นกลาง

ดังนั้น “ตัวกลาง” ที่น่าเชื่อถือจริง ๆ ควรเป็นคนที่ ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับเก้าอี้หัวหน้า ไม่ถูกมองว่าเลือกข้าง และยังมีน้ำหนักพอจะเรียกทุกฝ่ายมานั่งโต๊ะ มองหาไม่เจอ

เสียดายตัวเลือก 'พิชัย รัตตกุล' ผู้อาวุโสที่เพิ่งจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีภาพลักษณ์คือ “อาวุโสสายกลาง” ไม่ได้หนุนใครแบบชัด ๆ

หมดจากพิชัย หลับตาเห็น 'วีระกานต์ มุสิกะพงศ์' อดีตเลขาธิการพรรคสมัยรุ่งเรือง ตอนนี้อายุ 84 ปี แต่วีระกานต์ ก็ห่างจากประชาธิปัตย์ไปนาน ไม่น่าจะเข้ามายุ่ง ให้ในพรรคเขาจัดการกันเองน่าจะดีกว่า

“พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต พึงสละชีวิต เพื่อรักษาพรรค”

ไร้สัญญาณตอบรับ ‘อภิสิทธิ์’ กลับประชาธิปัตย์ คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ ‘นายกฯชาย’ ยังขวางลำหรือไม่

(2 ต.ค. 68) การตัดสินใจของนายกฯชาย-เดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คือคำตอบว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะกลับเข้ามายังพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

ถ้านายกฯชายยังอยู่ อภิสิทธิ์ก็ไม่มา ถ้านายกฯชายไปอภิสิทธิ์ก็มา โจทย์ก็มีอยู่แค่นั้น แต่การที่นายกฯชายบอกว่า จะมีคำตอบ หลังเลือกหัวหน้าพรรคยังขวางลำอยู่ จึงทำให้อภิสิทธิ์ยังเงียบ

ไม่พบหลักฐานที่ “ยืนยันชัดเจน” ว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่มีหลายข่าวที่อ้างถึงท่าที สนับสนุน และการทาบทาม 

Bangkok Post รายงานว่า “อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบรับที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” หลังจากเฉลิมชัย ศรีอ่อนลาออก

สำนักข่าว Thaiger รายงานว่า สาทิตย์ วงศ์หนองเคย ยืนยันว่า อภิสิทธิ์จะกลับเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง   
สำนักข่าว Pattaya Mail รายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์วางแผนจัดเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ ในวันที่ 18 ตุลาคม และ “อภิสิทธิ์ได้รับการยืนยันว่าจะกลับมา”

มีข่าวว่า “ชัยชนะ เดชเดโช” ส.ส. ประชาธิปัตย์ รองหัวหน้าพรรค ได้เข้าพบอภิสิทธิ์ เพื่อเสนอให้การสนับสนุนให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ในข่าวระบุว่า “อภิสิทธิ์รับฟังและขอบใจ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ” ในขณะนั้น

มีข่าวว่า “ถาวร เสนเนียม” และนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต่างประกาศเชียร์อภิสิทธิ์กลับมาชิงหัวหน้าพรรค รวมถึงแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์อีกจำนวนมากต่างสนับสนุนอภิสิทธิ์ให้กลับมา และเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ในการฟื้นฟูพรรค และเรียกศรัทธากลับคืนมา

การประเมินยังไม่ถือว่ามีการ “ยืนยันแน่นอน”

แม้จะมีข่าวอ้างว่าอภิสิทธิ์ตอบรับหรือมีการทาบทามจริง แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังอยู่ในลักษณะ คำกล่าวอ้าง หรือรายงานภายนอก ไม่มีเอกสารหรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าตัวเอง หรือจากแหล่งข่าวหลักในพรรคที่ได้รับการตรวจสอบชัดเจน

ส่วนหนึ่งเพราะกระบวนการภายในพรรค เช่น การส่งชื่อเข้าแข่ง การประชุมพรรคใหญ่ หรือการประชุมเลือกหัวหน้าพรรค มีอิสระและต้องผ่านขั้นตอนหลายชั้น ดังนั้น “การตอบรับ” หรือ “ถูกทาบทาม” มิได้หมายความว่า “ตอบรับแล้ว” จนกว่าเจ้าตัวจะออกมาพูด

เข้าใจว่าเป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่งในการต่อสู้ “ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แต่เชื่อว่า ผู้อาวุโสทั้งหลาย มีการล็อบบี้โหวตเตอร์ เช็คเสียงกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น”ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน จุรินทร์ ลักษณะวิศิฏฐ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นต้น

วันที่ 18 ตุลาคม เราก็จะรู้กันแล้วว่า ใครจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใครจะเป็นเลขาธิการ และกรรมการบริหารอื่นๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top