Friday, 5 June 2026
วินธัยสุวารี

'วิโรจน์' ตั้งข้อสังเกตบทบาท พล.ต.ต.วินธัย หลังร่วมตอบโต้แทน คณะกรรมการ รมน.

เมื่อนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยภาษา (หยาบคาย) ว่า “ไม่เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. แล้วเผยอหน้ามาให้สัมภาษณ์ทำไม …”

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยืนยัน!! ไม่เคยทำเอกสารข่าว กล่าวหา!! ‘นายอนุทิน’ แอบอ้างสถาบัน

(3 พ.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และรองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชน และสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ชี้แจงกรณีเอกสารรายงานข่าวที่เผยแพร่ในสื่อมวลชน ซึ่งมีการนำไปตีความหมายผิดพลาด จนอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และต่อองค์กร

พลตรี วินธัย กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า นายอนุทินเป็นบุคคลที่แอบอ้างสถาบัน แต่ในข้อเท็จจริง เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทินเป็นไปในเชิงบวก โดยรายงานได้กล่าวถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่ระบุว่านายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567

ทั้งนี้ พลตรี วินธัย ยังได้เตือนผู้ที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน อย่าพยายามนำข้อมูลมาปะติดปะต่อเชื่อมโยงกันเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อบุคคลและองค์กร

โฆษก ทบ. ปัดข่าวลืออพยพชาวสุรินทร์ ยืนยันไม่มีแผนบุกกัมพูชา แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จจากโซเชียล โดยเฉพาะฝั่งเขมร!!

(4 ส.ค. 68) กองทัพบกออกโรงชี้แจง หลังมีข่าวลือในโซเชียลมีเดียว่าไทยเตรียมอพยพชาวจังหวัดสุรินทร์เพื่อเปิดฉากโจมตีกัมพูชา โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชา แชร์ต่อผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีการอพยพประชาชนตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่าการสื่อสารจากฝ่ายกัมพูชาบางรายไม่อาจเชื่อถือได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากช่องทางราชการเท่านั้น

กองทัพบกยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ไม่คาดคิด เนื่องจากฝั่งกัมพูชามีแนวโน้มเคลื่อนไหวทางทหารในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เผย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่  ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีคำสั่งอพยบประชาชนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ อพยพออกจากพื้นที่ภายในคืนนี้” รัฐบาลและกองทัพกัมพูชา จงใจปล่อยข่าวลวง สร้างข่าวเท็จรายวัน

กองทัพบกไทยปัดข้อกล่าวหาเขมร ย้ำชัด!! แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดใช้กำลังยึดปราสาทตาควาย

(11 ส.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี พลโท หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ต่อคำสัมภาษณ์ของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าข้อความที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ไม่ได้มีความหมายตามที่ฝ่ายกัมพูชาตีความ และไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนกำลังเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

โฆษกกองทัพบกระบุว่า สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว คือ ปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยของไทย และในช่วงที่เคยมีการปะทะ ไทยได้พยายามเข้าไปยึดแต่ไม่สำเร็จ จึงวางกำลังไว้บริเวณนอกตัวปราสาท ห่างประมาณ 30 เมตร

ในอนาคต ไทยมีเป้าหมายที่จะนำพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเจรจาในกรอบการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่ากองทัพไทยจะไม่ถอยจากแนววางกำลังเดิม

พลตรี วินธัย ย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดถึงการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการกรณีปราสาทตาควาย และข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ามีความพยายามยั่วยุหรือวางแผนใช้กำลัง จึงไม่เป็นความจริง

‘โฆษกกองทัพบก’ แจงเหตุไม่จับเขมรบุกรื้อลวดหนาม เพราะกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น ‘โล่มนุษย์’ ต่อหน้าสื่อต่างชาติ

(17 ก.ย. 68) จากกรณีชาวกัมพูชานับร้อยคนพยายามรื้อรั้วลวดหนามหีบเพลงที่ฝ่ายไทยนำไปกั้นไว้ ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ล่าสุด พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไทยไม่จับกุมชาวกัมพูชาที่รื้อลวดหนาม แม้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุ ฝ่ายกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น 'โล่มนุษย์' และมีสื่อต่างชาติหลายสำนักอยู่ในพื้นที่ หากใช้กำลังเข้าจับกุมทันที อาจสร้างภาพว่าทหารไทยทำร้ายประชาชน ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่กัมพูชาต้องการให้เกิดขึ้น

โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนตามหลักสากล โดยเริ่มจากให้ฝ่ายปกครองเข้าดำเนินการ แต่เมื่อไม่สามารถควบคุมได้ จึงยกระดับเป็นการใช้กฎหมายปกติ โดยให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาดูแลสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าไทยคำนึงถึงภาพลักษณ์ในเวทีโลก และต้องการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ที่ประชุม GBC ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชารับปากจะพิจารณา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาทุ่นระเบิด เครือข่ายสแกมเมอร์ และการรุกล้ำชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาขอเวลาในการสื่อสารภายในหน่วยงานของตนเองเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

ด้านฝ่ายไทยได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสื่อต่างชาติ พร้อมย้ำว่าหากเกิดเหตุวุ่นวายซ้ำ ไทยพร้อมใช้มาตรการขั้นสูงภายใต้กฎอัยการศึก โดย พล.ต.วินธัย ทิ้งท้ายว่า ทุกการดำเนินการต้องรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top