Thursday, 4 June 2026
วิทิตนันท์โรจนพานิช

'วิทิตนันท์ โรจนพานิช' คนไทยคนแรกผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ปลื้ม!! 'ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ' เชิดชูเกียรติในฐานะผู้มีคุณูปการ-นิสิตเก่าดีเด่น

(1 มี.ค.67) นายวิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดใน 7 ทวีป และเป็นคนที่ 179 ของโลก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 พร้อมทั้งเป็นนิสิตเก่าดีเด่น ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณทางคณะฯ ที่ได้จัดงาน 'พิธียกย่องเชิดชูเกียรติผู้มีคุณูปการและนิสิตเก่าดีเด่น' โดยระบุว่า...

กราบขอบพระคุณท่านคณาจารย์ผู้ก่อตั้งสถาปนา อาจารย์ผู้พร่ำสอนสรรพวิทยา เจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่านที่ร่วมกันเดินทางมาจนถึงปีที่ ๔๐ ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้กระผมได้รับเกียรติอันสูง จึงขอกราบแสดงความคารวะและกราบขอบพระคุณทุกท่านด้วยหัวใจครับ กระผมคงเป็นศิลปกรรมหนึ่งเดียว (ในตอนนี้) ที่เรียนจบภาควิชาทัศนศิลป์ เอกปีนเขา ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า มันเป็นศิลปะ ! สิ่งนี้คืองาน Happening Art ที่โหดที่สุดในชีวิตครับ ดีใจมากกว่าการได้รับการเชิดชูคือ ได้ทำประโยชน์และทำตามความฝัน และสิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือชื่อ ที่คนศิลปกรรมเค้าเรียกกระผมว่า 'หนึ่งบ้า'

‘หนึ่ง วิทิตนันท์’ เล่าความประทับใจ!! ครั้งถวายงาน!! ภาพพระราชกรณียกิจ พระพันปีหลวง ย้ำ!! ภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ตั้งใจ!! ทำความดี เดินตามรอยพระบาท

(26 ต.ค. 68) ‘หนึ่ง’ วิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

เมื่อราวปีพุทธศักราช 2536 ผมได้รับมอบหมายจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อัดขยายภาพ Cibachrome และภาพขาวดำเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ในขณะนั้นคือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) ที่ทรงโปรดเกล้า พระราชทานความช่วยเหลือดูแลผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนมากมายมหาศาล ที่ศูนย์อพยพเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ เพื่อนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด 

งานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนั้นมีผมเป็นผู้อัดขยายภาพ และรุ่นน้องคณะศิลปกรรมฯ จุฬาฯ สัมพันธ์ สารารักษ์ รับงานเขียนภาพจิตรกรรม 

ในขณะที่ผมขยายภาพไปแต่ละภาพก็บังเกิดความรู้สึกประทับใจและตื้นตันใจเป็นอันมาก เป็นเพราะภาพเหล่านั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเมตตาความกรุณาของมนุษย์ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระพันปีหลวงฯทรงมีต่อผู้อพยพชาวกำพูชา และยิ่งได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังเรื่องหนึ่งของที่มา จุดเริ่มต้นของการสร้างศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดแห่งนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกปลาบปลื้มและเกิดแรงบันดาลใจอย่างมากมาย หนึ่งเรื่องที่ผมได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ ท่านเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวปี พ.ศ. 2522 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปส่งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมศูนย์อพยพ และเมื่อทรงได้ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่อันกันดารแร่งแค้นของผู้อพยพเหล่านั้น ก็ทรงรับสั่งว่า ฉันจะไม่กลับ ฉันจะไม่ไปไหน เราต้องช่วยกัน ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านี้ดีขึ้น และต้องทำเดี๋ยวนี้ อาจารย์เล่าต่ออีกว่า ไม่ว่าข้าฯราชบริบาลจะกราบทูลบังคมทูลขอให้ทรงเสด็จกลับเท่าไหร่ พระองค์ท่านก็ไม่ยอม จนทุกฝ่ายต้องมาประชุมร่วมกันตั้งสัตยาบันและกราบบังคมทูลแนวทางในการช่วยเหลือต่าง ๆ จนเห็นเป็นรูปธรรม จึงทรงยอมเสด็จพระราชดำเนินกลับ 

นี่เป็นเรื่องเล่าหนึ่งในอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมได้ยินและได้เห็นประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและมีโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการสำคัญถึงแม้แต่จะเล็กน้อย และผมตั้งใจว่าจะทำความดีทุก ๆ วัน เดินตามรอยพระบาทไม่คลาดคลา 

กราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top