Thursday, 4 June 2026
ลดขยะ

‘วราวุธ’ สวน!! โซเชียลวิจารณ์นโยบายลดใช้ถุงพลาสติกช่วยหรือซ้ำเติม แนะ!! ดูสถานการณ์โลกบ้าง ฟากชาวเน็ตหนุน!! สิ่งแวดล้อมต้องช่วยกัน

(29 ต.ค. 66) มาตรการลดใช้ถุงพลาสติก งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เพื่อลดการกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ รวมถึงส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โดยเริ่มลดการใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่ 1 มกราคม 2563

อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวก็เกิดการตั้งคำถามมากขึ้น เพราะลดการแจกถุงพลาสติกฟรีแต่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำหลากหลายพื้นที่กลับหันมาจำหน่ายถุงพลาสสิกสำหรับผู้ประสงค์จะซื้อถุงในราคาเริ่มต้น 15 บาท ว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนจริงหรือไม่

ดังที่มีเพจหนึ่งออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวว่า “งงกับนโยบายเลิกใช้ถุงพลาสสิกของวราวุธ ห้างใหญ่สนองนโยบายไม่ให้ถุงแล้ว แต่หันมาขายถุงใบละ 15 บาท ช่วยหรือซ้ำเติม ปชช.กันแน่ วราวุธ”

งานนี้ ไม่ต้องสงสัยนาน เพราะ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกมาตอบกลับเอง โดยระบุว่า…

- “ก็ลองรวมหัวกันไม่ซื้อถุง ทำให้ห้างใหญ่ที่ผลิตถุงมาขายเจ๊งไปเลยสิครับ ได้ลองดูสถานการณ์โลกบ้างไหมครับ ว่าเข้าขั้นวิกฤตแค่ไหน”
- “สงสัยในประเด็นใดหรืออยากเปิดโลกทัศน์เพิ่ม ผมยินดีให้ความรู้ครับ”

นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ถึงประเด็นการงดแจกถุงพลาสติก ว่า…
- “ซื้อถุงก็ไม่จำเป็นต้องขายแพงขนาดนี้ก็ได้ครับ (ซื้อถุงเพราะความจำเป็นไม่ได้อยากซื้อ)”
- “เรื่องสิ่งแวดล้อม ทุกคนต้องช่วยกัน ปัญหาถึงจะเบาบางลง ไม่มีทางแก้ปัญหาได้”
- “เจตนาคิดค่าถุงราคาสูงก็เพื่อให้ลูกค้าคิดว่าแพงจะได้เตรียมถุงมาเองอย่างน้อยก็มีคนคิดว่าแพงแล้วละถูกต้องตามเจตนา!!”

เสื้อผ้าหมุนเวียน ไทยทิ้งเสื้อผ้าหลังใส่แค่ครั้งเดียว อุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างขยะปีละ 92 ล้านตัน ผลิตเสื้อผ้าใช้ทรัพยากรน้ำมหาศาล แนวคิด Circular Fashion เริ่มเป็นทางเลือกใหม่

จากใช้แล้วทิ้ง สู่ลูปการใช้ซ้ำ เมื่อเสื้อผ้า ไม่ควรใส่แค่ครั้งเดียว

ในตู้เสื้อผ้าของใครหลายคน อาจมีเสื้อที่ยังสภาพดี ถูกใส่เพียงครั้งเดียวในโอกาสพิเศษ หรือบางตัวอาจยังติดป้ายราคา แต่กลับไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาใช้อีกเลย เสื้อผ้าเหล่านี้จำนวนไม่น้อยจบเส้นทางลงที่ถังขยะ ทั้งที่แทบไม่ได้ผ่านการใช้งานจริง

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ปี2567 ระบุว่า กว่า 40% ของคนไทยมีการทิ้งเสื้อผ้าหลังสวมใส่เพียงครั้งเดียว โดย 1 ใน 4 ทิ้งอย่างน้อย 3 ชิ้น ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกผลิตเสื้อผ้ามากกว่า 100,000 ล้านชิ้นต่อปี และก่อให้เกิดขยะสิ่งทอกว่า 92 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าใหม่ได้ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้น แต่กำลังบอกว่า “อายุการใช้งานของเสื้อผ้า” สั้นลงกว่าที่เคยเป็นอย่างมาก

ยิ่งเสื้อผ้าถูกผลิตและถูกทิ้งเร็วเท่าไร ทรัพยากรที่โลกต้องจ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สภาพัฒน์ฯ ระบุว่า การผลิตเสื้อเชิ้ตฝ้ายหนึ่งตัวต้องใช้น้ำถึง 2,700 ลิตร หรือเทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มของคนหนึ่งคนในเวลากว่า 2.5 ปี และเมื่อคูณกับจำนวนการผลิตในระดับแสนล้านชิ้นต่อปี ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่ต้นทุนของสินค้า แต่คือการใช้ทรัพยากร พลังงาน และสารเคมีในปริมาณมหาศาล
ปัจจัยสำคัญที่เร่งวงจรนี้คือโมเดลธุรกิจแบบ Fast Fashion ที่ทำให้เทรนด์หมุนเร็ว คอลเลกชันใหม่ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจซื้อจึงเกิดถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสื้อผ้าหลายชิ้นไม่ได้หมดอายุเพราะชำรุด แต่หมดอายุเพราะ “ไม่ทันจังหวะตลาด” หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

จากใช้แล้วทิ้ง สู่ “ใช้แล้ว ใช้อยู่ ใช้ต่อ”
ท่ามกลางบริบทนี้ แนวคิด Circular Fashion Economy จึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะทางเลือกของอุตสาหกรรมแฟชั่น แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด ผ่านการยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น จากเส้นทางเดิมแบบ “ผลิต–ใช้–ทิ้ง” ไปสู่การ “ใช้–หมุนเวียน–ใช้ต่อ” เพื่อให้เสื้อผ้ายังคงสร้างคุณค่าได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
 
อย่างไรก็ตาม Circular Fashion ไม่ได้เป็นเรื่องของโรงงานหรือผู้ผลิตเท่านั้น แต่สามารถเริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ตั้งแต่การเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง การส่งต่อเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้งาน ไปจนถึงการตั้งคำถามง่าย ๆ ก่อนซื้อว่า “เสื้อผ้าชิ้นนี้จะมีโอกาสใส่ซ้ำได้กี่ครั้ง”

เคทีซีมองว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น หากผู้บริโภคมีทางเลือกที่เข้าถึงได้จริง ปัจจุบันแพลตฟอร์มเสื้อผ้ามือสองอย่าง Loopers เปิดพื้นที่ให้เสื้อผ้าแต่ละชิ้นสามารถหมุนเวียนต่อในระบบได้อย่างสะดวก โดยสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืน 10% เท่ากับยอดซื้อ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การเลือกซื้ออย่างมีความหมายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น นอกจากนี้ เสื้อผ้ามือสองยังต่อยอดโดยการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับผู้ที่เรียนหรือฝึกทักษะด้านการตัดเย็บ เพื่อพัฒนาฝีมือจากของจริง และทำให้ “ลูปของการใช้งาน” ไม่จบลงเพียงการสวมใส่ครั้งแรก แต่ต่อเนื่องไปสู่การสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้อีกครั้ง

แม้การตัดสินใจส่งต่อหรือเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ทุกครั้งที่เสื้อผ้าชิ้นหนึ่งได้ถูกใช้งานต่อ เท่ากับทรัพยากรถูกใช้คุ้มค่าขึ้นอีกครั้ง และในวันที่เสื้อยืดหนึ่งตัวอาจต้องใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตร ผู้บริโภคจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้ทรัพยากรของโลก เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด เพียงแค่ให้โอกาสเสื้อผ้าตัวเดิมได้มี “โอกาสถูกใช้งานต่อ” แทนที่จะจบลงในครั้งเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top