Thursday, 4 June 2026
รักษาความปลอดภัย

บช.ทท. รับมอบหมายให้เป็นหน่วยสนับสนุน การปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ให้แก่ บุคคลสำคัญ และผู้เข้าร่วมประชุมพำนักในประเทศไทย

(15 พ.ย.65)  เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางตรวจเยี่ยม ให้โอวาท พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญและกำลังใจ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ปฏิบัติหน้าที่ สายตรวจรถยนต์ สายตรวจจักรยาน สายตรวจรถพลังงานไฟฟ้า แบบ 2 ล้อ (Segway) และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อม การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ณ สวนลุมพิน กรุงเทพฯ 

โดยภารกิจการดูแลรักษาความปลอดภัย ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวรับผิดชอบ มีรถยนต์โมบายประจำจุดที่กรุงเทพฯ บริเวณสวนลุมพินี จำนวน 1 คัน และรถโมบายเคลื่อนที่ประจำที่อยุธยาอีก 1 คัน รถยนต์สายตรวจ 34 คัน รถสายตรวจจักรยาน 42 คัน และรถเซคเวย์ 6 คัน รวมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้น 153 นาย เพื่อใช้ตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในบริเวณพื้นที่จัดการประชุมเอเปค 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ตลอดจนสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต่างๆที่จะกระทบต่อความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ

ผบ.บก.ควบคุมสุริโยทัย ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงาน ชป.พิทักษ์พื้นที่ ของชุดป้องควบคุม ป้องกันชายแดน เน้นย้ำการวางกำลังป้องกันชายแดน

หลังเกิดการก่อเหตุในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และกำชับการเพิ่มมาตรรักษาความปลอดภัยแนวชายแดน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เดินทางมาตรวจเยี่ยม ติดตามผลการปฏิบัติงาน ของชุดปฎิบัติการ (ชป.)พิทักษ์พื้นที่ ของชุดควบคุมป้องกันชายแดนที่ 2 บริเวณ ท่าข้ามตอออ (บ้านร้าง3หลัง) บ้านตอออ ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และ ชุดควบคุมป้องกันชายแดนที่ 3 บริเวณท่าเผาถ่าน บ้านกวารอซีลา หมู่ 7 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัด นราธิวาส เพื่อเน้นย้ำกำชับการวางกำลังป้องกันชายแดน หลังเกิดการก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอสุไหงปาดี

เพื่อควบคุมการหลบหนีออกนอกพื้นที่ ของกลุ่ม ผกร. โดยได้เน้นย้ำมาตรการควบคุมพื้นที่ตามช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB) ของหน่วย, ผลการซักถาม และสถิติการหลบหนีออกนอกพื้นที่ของกลุ่ม ผกร. ในห้วงที่ผ่านมา และการปฏิบัติงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน ไทย - มาเลเซียอย่างเข้มงวด ตลอดจนเพื่อกำชับการเพิ่มมาตรรักษาความปลอดภัยแนวชายแดน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์

‘Bolt’ เปิดตัวมาตรการรักษา ‘ความปลอดภัย’ ในไทย เพิ่มขั้นตอนตรวจสอบใบหน้าคนขับ - ปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉิน

(4 ม.ค. 67) โบลท์ (Bolt) ผู้นำด้านแอปพลิเคชันการเดินทางจากยุโรปประกาศเปิดตัวมาตรการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในประเทศไทยในวันนี้ โดยมาตรการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยนี้จะประกอบไปด้วย การตรวจสอบภาพถ่ายหน้าของคนขับ และมาตรการความปลอดภัยในระหว่างการเดินทางสำหรับการเดินทางผ่านยานพาหนะในแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนความปลอดภัยของผู้ขับขี่เเละผู้โดยสารจากฝ่ายด้านความปลอดภัยที่ได้รับการฝึกอบรมภายในบริษัท

โดยการตรวจสอบภาพถ่ายหน้าของคนขับ เป็นมาตรการใหม่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ขับขี่ และลดการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยรวมในการใช้บริการของทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ผ่านแอปพลิเคชันโบลท์

และภายในมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติมในการเดินทาง โบลท์จะมีระบบในการเชื่อมต่อกับผู้โดยสารและคนขับผ่านแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติ เมื่อยานพาหนะหยุดเคลื่อนไหวเป็นเวลาที่ผิดสังเกต เพื่อเป็นการยืนยันว่าทั้งผู้โดยสารเเละผู้ขับขี่ไม่ตกอยู่ภายในอันตรายใดๆ ซึ่งระบบจะให้ทางผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับตัวเลือกในการโทรติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินโดยตรง ให้ข้อมูลของการเดินทาง และขอความช่วยเหลือจากโบลท์ได้ด้วยการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน

ในอนาคตโบลท์มีการวางแผนที่จะนำระบบตรวจสอบความปลอดภัยในการเดินทางอื่นๆ เพิ่มเติมในการใช้งานแอปพลิเคชัน เช่น การแจ้งเตือนเมื่อมีการออกนอกเส้นทางและการสิ้นสุดการเดินทางที่ล่าช้า

โดยมาตรการในอนาคตเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนต่อเนื่องของโบลท์ในการพัฒนาทางด้านความปลอดภัยในแพลตฟอร์มของตน เพื่อให้โบลท์สามารถให้การสนับสนุนที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือในการระบุและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้

นอกจากนี้ ระบบที่ช่วยให้การเดินทางของโบลท์ปลอดภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารมีเพิ่มเติมดังนี้

ระบบความปลอดภัย (Safety Toolkit) ภายในแอปพลิเคชัน เช่น การแชร์ทริปเพื่อแบ่งปันตำแหน่งที่ตั้งแบบเรียลไทม์กับเพื่อนและครอบครัว
ปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Assist) เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารสามารถแจ้งให้หน่วยงานตำรวจท้องถิ่นทราบโดยรวดเร็วและเป็นส่วนตัวในกรณีที่ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายในระหว่างการเดินทาง และรายงานไปยังทีมสนับสนุนลูกค้าของโบลท์

นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย ได้กล่าวว่า “สำหรับโบลท์ ความปลอดภัยคือความสำคัญอันดับต้นๆ และเรามีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอในผลิตภัณฑ์และการเพิ่มมาตรการสำหรับระบบความปลอดภัยในแอปพลิเคชันของโบลท์ เพื่อนำเสนอให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีประสบการณ์การเรียกรถที่มีคุณภาพที่ดี การเพิ่มมาตรการใหม่เกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัยในการเดินทางคือการพัฒนาล่าสุดในความพยายามต่อเนื่องของเราที่จะทำให้การขอความช่วยเหลือสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นไปได้โดยง่ายที่สุดเมื่อมีความต้องการในระหว่างการเดินทางของโบลท์ และระบุสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยป้องกันการเกิดอันตรายของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร”

การเปิดตัวมาตรการใหม่ทางด้านความปลอดภัยของโบลท์ขณะโดยสารเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระยะยาวของการพัฒนา เพื่อสนับสนุนทีมความปลอดภัยของ Bolt ในการตรวจสอบทุกสิ่งที่ผิดปกติเมื่อการโดยเริ่มต้นผ่านแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ บริษัทได้นำมาตรการต่อไปนี้เข้าสู่แอปพลิเคชัน เพื่อให้ลูกค้าของโบลท์ได้รับประสบการณ์การโดยสารที่ปลอดภัย และโบลท์กำลังนำเสนอมาตรการและระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมในแอปพลิเคชันที่หลากหลายซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมีมาตรการความปลอดภัยดังนี้ :

ปุ่ม SOS: ช่วยให้ผู้โดยสารและคนขับสามารถติดต่อกับตำรวจได้โดยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
แชร์ทริปของฉัน: คุณลักษณะนี้ช่วยให้ผู้โดยสารและคนขับสามารถแชร์ลิงก์ของข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ของพวกเขา
ระบบ unmatch คนขับและผู้โดยสาร: หากผู้โดยสารหรือคนขับให้คะแนนทริปของพวกเขาด้วยดาวเพียงดวงเดียว ผู้ถูกร้องเรียนจะไม่สามารถให้บริการหรือรับบริการจากผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่รายเดิมโดยอัตโนมัติ

ประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และการบริการประชาชน การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และการบริการประชาชน การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2567 ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม 

ภายหลังการประชุม เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ฯ มอบหมายให้ พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง โฆษก ตร. พร้อมผู้แทนจาก สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ,กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงวัฒนธรรม,กรมการศาสนา , กรมเจ้าท่า และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แถลงเรื่องการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และการบริการประชาชน ในโอกาสดังกล่าว

เนื่องจากในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา รัฐบาลจึงเห็นสมควรดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย โดยสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย ณ กรุงนิวเดลี พระอรหันตธาตุของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ จากสถูปโบราณปิปราห์วา เมืองสาญจี สาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
และส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย
และสาธารณรัฐอินเดีย รวมทั้งให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ โดยมีกำหนดการ สรุปได้ดังนี้

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 มาประดิษฐาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และในช่วงเย็นวันเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดให้มีการซักซ้อมขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุฯ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.00 น. อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุฯ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.00 น. พิธีตักบาตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ -  3 มีนาคม 2567 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ เวลา 09.00 – 20.00 น. ในช่วงเวลา 17.00 – 18.00 น. มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์

วันที่ 5 - 8 มีนาคม 2567 ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วันที่ 10 - 13 มีนาคม 2567 ณ วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ เวลา 09.00 – 20.00 น. 

วันที่ 15 - 18 มีนาคม 2567 ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ เวลา 09.00 – 20.00 น.

สำหรับ พระสงฆ์ ประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เป็นพุทธศาสนิกชน ที่จะเข้าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ขอความร่วมมือให้เดินผ่านจุดคัดกรอง จำนวน 2 จุด ซึ่งอยู่รอบสนามหลวงบริเวณถนนผ่ากลาง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา และฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน่วยรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจร มีการตั้งกองอำนวยการร่วม ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

สำหรับบริหารจัดการ จัดเตรียมสถานที่จอดรถ ณ ท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ กองสลากเก่า และถนนราชินีด้านหลังศาลฎีกา สำหรับประชาชนที่นำรถยนต์มา เตรียมสถานที่จอดรถสำรอง ณ หอประชุมกองทัพเรือ , กรมเจ้าท่าจัดเรือข้ามฟาก รับ-ส่งประชาชนจากหอประชุมกองทัพเรือไปยังท่าช้าง ส่วนประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่เดินทางเป็นหมู่คณะจากในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ให้นำรถบัสไปจอดที่ร้านตำรับไท บริเวณแยกอรุณอมรินทร์ และใต้สะพานพระราม 8 จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร ดูแลรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินให้แก่ประชาชน สำหรับสถานบันการศึกษา หรือจังหวัดใกล้เคียงประสงค์ขอให้ส่วนราชการจัดรถบัสให้บริการรับ-ส่งประชาชน นักเรียน นักศึกษา ขอให้ประสานมายังกองอำนวยการร่วม หรือผ่านสำนักงานจังหวัดได้ 

กรณีประชาชนเดินทางรถโดยสารสาธารณะ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดรถโดยสารให้บริการรับ-ส่งประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุฯ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2567 โดยจัดเดินรถโดยสารให้บริการประชาชน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - สนามหลวง (ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า) และเส้นทางที่ 2 วงเวียนใหญ่ - สนามหลวง (ตรงข้ามศาลฎีกา) ได้จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งจุดต้นทางและปลายทาง 

ส่วนกรมเจ้าท่า ได้ร่วมกับบริษัทเอกชนต่าง ๆ จัดเรือบริการฟรี โดยให้บริการ (1) เรือข้ามฟาก จาก ท่าวัดระฆัง - ท่าวังหลัง - ท่าวัดอรุณ ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 – 18.00 น. , เรือจาก บริษัท ไทย สมายส์ โบ้ท จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าช้าง ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2567 ให้บริการวันละ 4 เที่ยว , เรือจากบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าช้าง ระหว่าง วันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2567 จากท่าน้ำนนท์ เวลา 09.00 น. , 10.00 น. , 15.00 น. และ 16.00 น. 

การบริการทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จัดชุดบริการทางการแพทย์ประจำเต็นท์บริการ และชุดพยาบาลเดินเท้า พร้อมรถพยาบาลกู้ชีพ สำหรับให้บริการประชาชนที่อาจเจ็บป่วยในขณะเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุฯ การประปานครหลวง จัดรถน้ำดื่ม จำนวน 3 คัน ให้บริการประชาชน กรุงเทพมหานคร จัดรถสุขาเคลื่อนที่บริเวณรอบท้องสนามหลวง ทั้งฝั่งศาลฎีกา และฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก จัดเจ้าหน้าที่บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนบริเวณจุดขึ้น-ลงรถรับจ้างสาธารณะรอบท้องสนามหลวง

รองนายกรัฐมนตรีประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร และการบริการประชาชน เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

(4 พ.ย. 68) เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร และการบริการประชาชนที่ร่วมเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้แทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่าง ๆ, กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่มีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เวลา 09.00 – 21.00 น. นั้น คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนทุกด้าน อาทิ การจัดการด้านการจราจร จุดจอดรถ การให้บริการรถฟรี 14 เส้นทาง การให้บริการเรือโดยสารฟรี เส้นทางท่าเรือวัดระฆังฯ- ท่าเรือวัดอรุณฯ- ท่าเรือท่าช้าง, การดูแลจุดพักคอย จุดคัดกรอง, การบริการด้านสาธารณสุข, การดูแลความปลอดภัย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เพื่อให้งานพระราชพิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ โดยจัดตั้งกองอำนวยการร่วมฯ ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการจัดการจราจร

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับทุกหน่วยงานปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ ให้ทุกหน่วยวางแผนกำลังพลให้เหมาะสม มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ด้านการข่าวให้ทำงานเชิงรุก เพื่อวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้ทุกหน่วยงานวางแผนบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง สนับสนุนซี่งกันและกัน และต้องรอบคอบ รัดกุม สมพระเกียรติ และในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติ ณ ท้องสนามหลวง 

ผบ.ตร.ร่วมประชุมกองอำนวยการร่วม เตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร ดูแลประชาชนร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2568) เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และตรวจพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เวลา 09.00 – 21.00 น. เพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวงและเส้นทางที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหารือแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด

ประธานการประชุมได้มีข้อสั่งการกำชับให้ทุกหน่วยที่ประจำอยู่ในกองอำนวยการร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย เคร่งครัด ขอให้มีการซักซ้อมการปฏิบัติและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน พร้อมกำชับให้หน่วยต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกองอำนวยการร่วมต้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และใช้กลไกของกองอำนวยการร่วมให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติภารกิจ 

นอกจากนี้ ได้หารือถึงแนวทางการบริหารจัดการการเดินทางของประชาชน ทั้งทางบกและทางน้ำ เน้นย้ำให้ประชาชนใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย รวมถึงการจัดเตรียมเส้นทางรถรับส่ง การจัดระเบียบจราจร และพื้นที่จอดรถอย่างเป็นระบบ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการจัดการจราจร อีกทั้งได้กำชับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้จัดทีมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก แนะนำขั้นตอน และการแต่งกาย ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพฯ พร้อมกำชับให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ในการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งประสานกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลด้านบุคคลที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างเคร่งครัด เพื่อความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย 

ผบ.ตร. กล่าวว่า การดูแลประชาชนให้สามารถเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเรียบร้อย ถือเป็นภารกิจสำคัญของตำรวจทุกนาย จึงขอให้ทุกหน่วยร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง และดำเนินการด้วยความระมัดระวังในทุกขั้นตอน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสำรวม เรียบร้อย และมีจิตสำนึกแห่งความจงรักภักดี เพื่อถวายงานด้วยหัวใจแห่งความภักดีสูงสุด ให้การจัดงานพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ของแผ่นดินเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และสะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมมาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้อย่างสงบเรียบร้อย และสมพระเกียรติสูงสุด
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top