Thursday, 4 June 2026
มาลีโสเจียตา

กองทัพบกไทยปัดข้อกล่าวหาเขมร ย้ำชัด!! แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดใช้กำลังยึดปราสาทตาควาย

(11 ส.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี พลโท หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ต่อคำสัมภาษณ์ของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าข้อความที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ไม่ได้มีความหมายตามที่ฝ่ายกัมพูชาตีความ และไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนกำลังเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

โฆษกกองทัพบกระบุว่า สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว คือ ปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยของไทย และในช่วงที่เคยมีการปะทะ ไทยได้พยายามเข้าไปยึดแต่ไม่สำเร็จ จึงวางกำลังไว้บริเวณนอกตัวปราสาท ห่างประมาณ 30 เมตร

ในอนาคต ไทยมีเป้าหมายที่จะนำพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเจรจาในกรอบการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่ากองทัพไทยจะไม่ถอยจากแนววางกำลังเดิม

พลตรี วินธัย ย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดถึงการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการกรณีปราสาทตาควาย และข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ามีความพยายามยั่วยุหรือวางแผนใช้กำลัง จึงไม่เป็นความจริง

กองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุยิงปืนข้ามแดน ‘มาลี’ โฆษกกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธ ย้ำเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่การยั่วยุ

(24 ก.ย. 68) กองทัพบก ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 13.20 น. ตรวจพบทหารกัมพูชาลอบยิงปืนเล็กจำนวน 3–5 นัด เข้ามายังแนวลวดหนามป้องกันของฝ่ายไทย บริเวณ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เบื้องต้นคาดยิงเพื่อทดสอบปฏิกิริยาการโต้ตอบของฝ่ายไทย โดยไทยไม่ได้ยิงตอบโต้ แต่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงชี้แจง โดยพลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกลาโหม ยืนยันว่าทหารกัมพูชาไม่ได้ยิงอาวุธเข้ามาฝั่งไทย แต่เป็นเพียงเหตุปืนลั่น 2 ครั้ง ห่างกันราว 1 ชั่วโมง และได้มีการประสานงานกับฝ่ายไทยเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงแล้ว

กัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า ไม่ต้องการให้สังคมหรือนานาชาติเข้าใจผิด พร้อมยืนยันว่ากองทัพของตนยังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อรักษาความสงบตามแนวชายแดน

‘ฟิยาตา’ มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา หลานสาว ‘มาลี โสเจียตา’ ฝ่ามติกอง ส่งตัวเองประกวด Miss Universe 2025 ที่ไทย

(3 พ.ย. 68) ไท เนียรี โสเจียตา (Thy Neary Socheata) หรือ “ฟิยาตา” มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2025 เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อเข้าร่วมเวที Miss Universe 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แม้บริษัท Elevento9 ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดของกัมพูชา จะออกแถลงการณ์ไม่ส่งผู้แทนเข้าประกวดในช่วงก่อนหน้านี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ฟิยาตาได้ประกาศเดินหน้ามาด้วยตนเอง โดยยืนยันว่าการถอนตัวนั้นไม่ยุติธรรม พร้อมชี้แจงว่าตนติดภารกิจและมีอาการป่วยในวันที่ถูกเรียกประชุม ซึ่งเธอได้โพสต์ข้อความหลังถึงไทยว่า “รู้สึกขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น ความเมตตา และการสนับสนุนจากทุกคน”

ด้าน ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe 2025 ประเทศไทย โพสต์ภาพต้อนรับอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่า “ขอต้อนรับตัวแทนจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการ สู่การประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74”

สำหรับฟิยาตา เป็นหลานสาวของ “พลโทหญิง มาลี โสเจียตา” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งคนไทยคุ้นชื่อจากเหตุปะทะชายแดน ทำให้การเดินทางมาประกวดครั้งนี้ถูกจับตามองทั้งในแง่ความงามและการเมืองระหว่างประเทศ

‘มาลี’ แสดงความเสียใจ!! กลาโหมกัมพูชาขอโทษเหตุ ทหารไทยเหยียบกับระเบิด PMN-2 ปฏิเสธข้อกล่าวหาวางระเบิดใหม่ ย้ำปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาเคร่งครัด

เมื่อวันที่ (11 พ.ย. 68) กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ผ่าน พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ระบุว่า เสียใจต่อเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสื่อและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิด “ใหม่” บริเวณจังหวัดพระวิหาร โดยย้ำว่าเหตุเกิดในพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดเก่าจากความขัดแย้งในอดีต

กัมพูชายืนยันปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ใช้หรือติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ใด ๆ พร้อมชี้ว่าแม้จะเร่งเก็บกู้มาหลายทศวรรษ ทุ่นระเบิดที่ยังไม่ระเบิดยังเป็นภัยคงค้างตลอดแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงไทย จึงขอให้ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนในพื้นที่ที่รับรู้ร่วมกันว่าเป็นเขตปนเปื้อน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว กำลังทหารด่านหน้าไทย–กัมพูชาได้สื่อสารกัน ไม่มีสัญญาณปะทะ ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาติดตามใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ กลาโหมกัมพูชาย้ำความมุ่งมั่นทำงานกับไทยเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยเฉพาะการคุ้มครองพลเรือน ตามปฏิญญาร่วมกัมพูชา–ไทยที่ลงนามเมื่อ 26 ต.ค. 2568 พร้อมยินดีประสานความร่วมมือด้านเก็บกู้ทุ่นระเบิดและมาตรการลดความเสี่ยงในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวพรมแดนร่วมกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top