Thursday, 4 June 2026
มาร์กคาร์นีย์

‘มาร์ก คาร์นีย์’ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแคนาดา ต่อจาก ‘จัสติน ทรูโด’ เตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในศึกทางการค้า และการเมืองจากสหรัฐฯ

(10 มี.ค. 68) มาร์ก คาร์นีย์ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางแคนาดาในวัย 59 ปี เตรียมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ต่อจาก จัสติน ทรูโด หลังจากได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคลิเบอรัลหรือเสรีนิยม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับอนาคตทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่คาร์นีย์เตรียมรับมือกับความท้าทายทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศ และแรงกดดันจาก สหรัฐอเมริกา คู่ค้าสำคัญของแคนาดา

การขึ้นเป็นผู้นำประเทศของคาร์นีย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แคนาดากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ 

คาร์นีย์ซึ่งมีประสบการณ์จากการเป็นผู้นำในองค์กรการเงินระดับโลก ได้ประกาศว่าเขาจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันจะต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ ให้แข็งแกร่ง

การค้าและการเจรจาทางเศรษฐกิจ จะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่คาร์นีย์จะต้องรับมือ โดยเขาจะต้องพยายามลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรและการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจแคนาดา ในขณะที่ต้องรักษาเสถียรภาพการค้าในภูมิภาคและในระดับโลก

นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านนโยบายภายในประเทศที่คาร์นีย์จะต้องจัดการ รวมถึงการปฏิรูปภาษีและการดูแลภาคพลังงานที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมแคนาดา คาร์นีย์จะต้องทำงานร่วมกับรัฐสภาเพื่อให้ผ่านกฎหมายที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตและการลงทุนในประเทศ

การแต่งตั้งของคาร์นีย์เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแคนาดากำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง โดยผู้นำใหม่จะต้องพร้อมรับมือกับการทดสอบทั้งจากภายในและจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 35% สินค้าจากแคนาดา โยงปัญหาเฟนทานิล!! ขู่เก็บเพิ่มอีกหากเจรจาไม่คืบ

(11 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 35% เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ พร้อมขู่ใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมอีก 15-20% กับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ หากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ ซึ่งมีกำหนดเส้นตายวันที่ 21 กรกฎาคม

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่ารัฐบาลจะปกป้องแรงงานและธุรกิจของแคนาดาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกก่อนถึงเส้นตาย ขณะเดียวกัน แคนาดาก็เริ่มใช้มาตรการตอบโต้ เช่น การยกเลิกภาษีเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพื่อประคองการเจรจา

ทรัมป์ให้เหตุผลว่าภาษีดังกล่าวเป็นผลจาก 'ความล้มเหลวของแคนาดา' ในการหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าเฟนทานิล (สารเสพติด) เข้าสหรัฐฯ รวมถึงการตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านมสหรัฐฯ และการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศ แม้ข้อมูลจากศุลกากรสหรัฐฯ จะระบุว่าเฟนทานิลที่จับได้ตามแนวชายแดนแคนาดามีสัดส่วนเพียง 0.2% เท่านั้น

นอกจากมาตรการใหม่ ทรัมป์ยังคงภาษี 25% ที่เคยประกาศใช้กับรถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และสินค้าแคนาดาบางรายการ และเตรียมขึ้นภาษีทองแดงอีกรอบในเดือนหน้า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักต่อภาคอุตสาหกรรมของแคนาดา ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ กว่า 75% ของการส่งออกทั้งหมด

‘กองทัพแคนาดา’ ส่งของทางอากาศช่วย ‘กาซา’ ประกาศเตรียมรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการ

(5 ส.ค. 68) กองทัพแคนาดาทำภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาครั้งแรก ด้วยการส่งอาหาร ยารักษาโรค และอื่นๆ ผ่านทางอากาศกว่า 9,800 กิโลกรัม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยใช้เครื่องบินทหารจากฐานทัพในจอร์แดน ร่วมกับอีก 5 ประเทศ คือ จอร์แดน, อียิปต์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เยอรมนี และเบลเยียม เพื่อบรรเทาวิกฤตความอดอยากที่กำลังลุกลามในเขตกาซา

แม้จะเป็นความช่วยเหลือจากนานาชาติ แต่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เผยว่ารู้สึกแย่กับการแย่งอาหารที่หล่นจากฟ้า โดยระบุว่าบางคนได้รับอาหารกระป๋องที่ถูกเบียดจนบุบเสียหาย เด็กๆ ต้องปีนข้ามผู้คนเพื่อเข้าไปหยิบของ ส่วนบางพาเลท (กล่องไม้บรรจุอาหาร) ตกในทะเล และมีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่พาเลทพลาดตกใส่คนจนเสียชีวิต

แคนาดาระบุว่าเข้าใจดีว่าการทิ้งของทางอากาศยังไม่ใช่หนทางที่ดีพอ แต่เป็นมาตรการสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำ เพราะอิสราเอลยังคงจำกัดการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผ่านทางบกอย่างเข้มงวด ขณะที่เสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนและองค์กรช่วยเหลือต่างต้องการให้เปิดด่านให้รถขนของเข้าได้ตามปกติ

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ของแคนาดาประกาศว่า เตรียม “รับรองรัฐปาเลสไตน์” อย่างเป็นทางการ โดยมีเงื่อนไขว่าทางการปาเลสไตน์ต้องจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปีหน้า หลังจากเว้นว่างมากว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นการเร่งเดินหน้าสู่ “ทางออกสองรัฐ” ท่ามกลางสงครามที่ยังคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 60,000 คน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top