Tuesday, 4 August 2026
มาตรฐานอุตสาหกรรม

'นักวิชาการอิสระ' รับ!! กระทรวงอุตฯ คอยสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เข้ม 'มาตรฐานอุตสาหกรรม' ก่อนคนไทยหลงซื้อของห่วย-ใช้แล้วไฟไหม้บ้าน

(24 ม.ค.67) นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ขณะที่รัฐบาลกำลังตีข่าวเรื่องการดึงนักลงทุนจีนเข้ามาภายในประเทศโดยมีสิ่งล่อใจจากภาครัฐโน่นนี่นั่น ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลรู้หรือไม่ว่าข้อมูลทางการค้าในปีที่ผ่านมาเราขาดดุลการค้ากับจีนถึง 1.3 ล้านล้านบาท (แต่ผมคิดว่ามากกว่านั้น)

เพราะสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นั่นคือการฆ่า SME ของไทยอย่างเลือดเย็น เราแข่งราคากับจีนไม่ได้หรอกครับ เขาต้นทุนต่ำกว่าจากการสนับสนุนของรัฐบาลจีน แต่ของเราเองได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้สู้ราคากับจีนได้ไหม ทั้งที่สินค้าไทยไม่มีค่าขนส่งมาไกลเหมือนจีน เอาแค่ผักสดของเรายังสู้ราคาผักสดจากจีนที่เข้ามาจากท่าเรือแม่น้ำโขงยังไม่ได้เลย ผลไม้บางอย่างที่เคยเป็นของแพงเพราะเราผลิตเองไม่ได้ ก็ราคาถูกลงจนกลายเป็นคู่แข่งของผลไม้ไทย เราเหลือแค่ทุเรียนอย่างเดียวที่จีนยังต้องเอามาจากไทยและเรายังได้ดุลอยู่ ส่วนลำไยที่เราเคยส่งออกจีนได้มากมายแต่วันนี้เราเสียตลาดไปเรียบร้อยหลายปีแล้ว

ผมไม่ได้เกลียดจีนหรอกนะครับ ผมเองก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน แต่นโยบายของรัฐบาลต้องปกป้องธุรกิจภายในประเทศของเราก่อนที่จะคิดถึงแต่ตัวเลขการลงทุนที่เข้ามาจากจีน สิ่งนี้ไม่ยั่งยืนหรอกครับ พอจีนมีที่อื่นลดต้นทุนได้หรือมีข้อเสนอทางภาษีมากกว่าไทย จีนก็พร้อมจะย้ายออกไปไม่ต่างกับตั๊กแตนย้ายไปไร่อื่นที่มีอาหารมากกว่า แต่ธุรกิจ SME ของไทยเราเองต้องอยู่ได้ไม่โดนจีนถล่มตลาดจนต้องปิดตัวลง

เอาง่ายๆ ดูที่รองเท้าเด็กนักเรียนว่านันยางเสียตลาดให้จีนไปเท่าไร ทั้งที่รองเท้าจีนคู่นั้นต้องเดินทางมาหลายพันกิโลเมตร แต่ทำไมเขาขายได้ถูกกว่าของภายในประเทศ พัดลมไฟฟ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของโรงงานภายในประเทศไทยที่มีใช้กันทุกบ้านก็โดนจีนบุกเข้ามาแย่งตลาด แม้กระทั่งการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐก็ยังเปิดทางให้สินค้าจีนเข้ามาแข่งกับสินค้าผลิตในประเทศได้ ถ้าเป็นแบบนี้สักวันธุรกิจ SME ของเราก็อยู่ไม่ได้ ยังไม่รวมสินค้าคอนซูมเมอร์อื่นๆ ที่เรากำลังเสียตลาดให้จีนไปเรื่อยๆ สักวันโรงงานสบู่ผงซักฟอกบะหมี่สำเร็จรูปของบ้านเราอาจจะเจ๊งก็ได้ เพราะจีนที่เอาสบู่มาจากระยะทางหลายพันกิโลเมตรแต่กลับขายได้ถูกกว่า 

นั่นคือตัวอย่างที่ผมอยากจะยกขึ้นมาให้มอง อย่างน้อยหน่วยงานที่รัฐสามารถใช้เพื่อกีดกันการบุกของสินค้าจีนได้ก็คือ 'มาตรฐานอุตสาหกรรม' ถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มอก. ก็ไม่ต้องเอาเข้ามาขายให้ซื้อไปใช้แล้วไฟไหม้บ้านหรือใช้แล้วสามวันพัง สินค้าอุปโภคบริโภคบางอย่างไม่ผ่าน อย.ก็ไม่ต้องยอมให้เข้ามาขาย ตอนนี้สินค้าที่ไม่แน่ใจว่ากินแล้วตายผ่อนส่งหรือใช้แล้วเป็นอันตรายระยะยาวจากจีนเกลื่อนตลาดไปหมด อย่างที่ผมยกตัวอย่างนั่นแหละครับว่าสักวันโรงงานสบู่ผงซักฟอกรองเท้าถุงเท้าของใช้ในครัวเรือนของไทยก็ยังอยู่ไม่ได้ถ้ายังปล่อยให้ SME ของไทยเราโดนสินค้าจีนถล่มราคากันขนาดนี้ 

เรื่องนี้ผมอยากให้ดูตัวอย่างของกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นตัวอย่าง สินค้าไม่ได้มาตรฐานก็ห้ามเอาเข้ามาขาย กำแพงตัวนี้สามารถทำให้สินค้าจีนราคาถูกแต่ไม่ได้มาตรฐานไม่สามารถเข้าไปถล่มตลาดด้วยราคาที่ถูกกว่าของภายในประเทศของพวกเขาได้ อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้ SME ของไทยโดนกฎหมายบังคับต้องผลิตสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐาน อย. แต่ต้องขายแข่งราคากับสินค้าจีนที่คุณภาพต่ำที่ไร้มาตรฐานอะไรทั้งนั้น แต่สามารถวางขายบนชั้นวางสินค้าเดียวกันได้ แล้ว SME ของเราจะอยู่รอดได้อีกสักกี่ปี 

ยังไม่รวมสินค้าที่ขายกันบนออนไลน์ที่นำเข้าซอยเป็นล็อตเล็กๆ ราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่เลี่ยงการเสียภาษี แต่นำเข้าหลายสิบหลายร้อยล็อตโดยมีบริษัทโลจิสติกส์ของจีนเข้ามาดำเนินการให้สินค้าพวกนี้เข้ามาได้สะดวกขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมวงเล็บไว้ข้างบนว่าน่าจะขาดดุลเกินกว่าตัวเลขทางการนั้นมาก

แหกตาดูความจริงกันบ้าง อย่าเอาแต่มุมมองสวยๆ แต่ไร้สมองทางภูมิศาสตร์การเมือง หรืออยากได้แต่ข่าวที่ออกมาแล้วดูเท่ๆ บนหน้าสื่อ 

คนที่หย่อนบัตรส่วนใหญ่เขาไม่ได้ตั้งใจเลือกพรรคของคุณเข้ามาเป็นรัฐบาลหรอกครับ คุณคือเสียงส่วนน้อยที่โชคดีเท่านั้นเอง

อุตฯ ลุยมาตรฐานแบตเตอรี่ เพาเวอร์แบงค์!! รมว.อุตฯ เตรียมชง ครม.คุมเข้มแบตเตอรี่ รับรอง มอก. ปรับเทียบมาตรฐานสากล บังคับใช้กลางปี 2570 ป้องกันอุบัติเหตุ ยกระดับคุณภาพสินค้าส์ไทยสู่ตลาดโลก

อุตฯ เล็งชง ครม. คุมเข้มแบตเตอรี่-พาวเวอร์แบงก์ ยกระดับ มอก. เทียบมาตรฐานโลก บังคับใช้กลางปี 2570 ป้องกันความปลอดภัยประชาชน

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าเตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดให้ แบตเตอรี่ระบบนิกเกิล แบตเตอรี่ระบบลิเทียม และพาวเวอร์แบงก์ เป็นสินค้าควบคุม โดยสินค้าที่ผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนออกสู่ตลาด

มาตรการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงมาตรฐานให้ทันต่อเทคโนโลยี หลังแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงก์ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ขณะที่เหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้หรือระเบิดยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การทบทวนมาตรฐานครั้งนี้อ้างอิงมาตรฐานสากล IEC 62133 โดยแยกมาตรฐานแบตเตอรี่ออกเป็น 2 ประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ได้แก่ มอก. 62133 เล่ม 1-2565 สำหรับแบตเตอรี่ระบบนิกเกิล และ มอก. 62133 เล่ม 2-2565 สำหรับแบตเตอรี่ระบบลิเทียม พร้อมปรับปรุง มอก. 2879-2567 สำหรับพาวเวอร์แบงก์ เพื่อให้มาตรฐานทั้งระบบมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

สาระสำคัญของมาตรฐานใหม่ คือ การเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการทดสอบการป้องกันการคายประจุเกิน ความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน ความทนต่ออุณหภูมิสูง และความร้อนจากการชาร์จซ้ำ รวมถึงต้องแสดงข้อมูลและคำเตือนการใช้งานอย่างชัดเจน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค

“หาก ครม. เห็นชอบ คาดว่ามาตรฐานทั้ง 3 ฉบับจะมีผลบังคับใช้ ภายในกลางปี 2570 โดยเปิดช่วงเปลี่ยนผ่านให้ผู้ประกอบการปรับกระบวนการผลิต การนำเข้า และการขอใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่ ขณะที่ผู้ได้รับใบอนุญาตเดิมสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 1 ปีหลังมาตรฐานมีผลใช้บังคับ”

นายวราวุธ กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้บริโภค แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าไทย ลดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งประชาสัมพันธ์ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และเข้มงวดการตรวจสอบเพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้าสู่ตลาด

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการบังคับใช้มาตรฐานใหม่จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและลดต้นทุนความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากสินค้าคุณภาพต่ำในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top