Thursday, 4 June 2026
มันฝรั่งทอดกรอบ

MySnaxx มันฝรั่งทอดกรอบน้องใหม่ ท้าชนยักษ์ใหญ่ ใช้ “ฐานแฟน-สตอรี่-ออนไลน์” แทนทุ่มงบโฆษณา กรณีศึกษา “แบรนด์เล็กกล้าคิดใหญ่” ในตลาดหมื่นล้าน ตอกย้ำ “ฐานลูกค้า” สำคัญไม่แพ้ “งบการตลาด”

ในตลาดมันฝรั่งทอดไทย ถ้าเอ่ยชื่อ Lay’s แทบทุกคนเห็นภาพทันที ทั้งรสชาติ, แคมเปญ, รสลิมิเต็ด, และชั้นวางที่ยาวทั้งแถวในเซเว่น-ซูเปอร์มาร์เก็ต  

รายงานด้านการตลาดระบุว่า Lay’s เป็นผู้นำตลาดมันฝรั่งทอดและกลุ่ม salty snack ของไทยมานานกว่าสิบปี และอยู่ในกลุ่มแบรนด์ที่มีคะแนนความผูกพันสูงสุดในหมวดขนมขบเคี้ยวเค็ม ขณะที่ภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวเค็มของไทยมีมูลค่าราว 21,000-22,000 ล้านบาทต่อปี และเฉพาะกลุ่มมันฝรั่งทอดคิดเป็นประมาณ 30% ของตลาดนี้ 

มีการประเมินเพิ่มเติมว่า ตลาดมันฝรั่งทอดในไทยปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 90,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องราว 6-7% ต่อปี

สนามนี้จึงไม่ใช่ “ตลาดเล่น ๆ” สำหรับผู้เล่นรายเล็กเลยแม้แต่น้อย 

ท่ามกลางยักษ์ระดับนี้ อยู่ ๆ ก็มีมันฝรั่งถุงใหม่ชื่อ “MY SNAXX” โดย MyMateNate โผล่ขึ้นมา พร้อมข้อความประมาณว่า “ผมสร้างมันฝรั่งทอดของตัวเอง”  

คำถามที่น่าสนใจสำหรับ TST BIZ ไม่ใช่แค่ว่า “อร่อยไหม” แต่คือ “อะไรทำให้แบรนด์เล็กอย่าง MySnaxx กล้าเล่นในสนามเดียวกับ Lay’s?”  

MySnaxx คือใครในสงครามมันฝรั่งทอด?

จากหน้าเว็บและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ MySnaxx / MY SNAXX คือมันฝรั่งทอดกรอบแผ่นหยักขนาด 50 กรัม หลายรสชาติ เช่น Sea Salt, Barbeque, Sour Cream Cheese, Nori Seaweed ฯลฯ ผลิตจากมันฝรั่งแท้ ทอดในน้ำมันรำข้าว และใช้ positioning แบบ “snack ดี ๆ กินแล้วไม่รู้สึกผิดมาก”  

จุดต่างสำคัญคือ “เจ้าของแบรนด์”  
ไม่ใช่บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ แต่คือ MyMateNate YouTuber/Creator ที่มีฐานแฟนมหาศาลในไทย ซึ่งประกาศเองในคลิปเปิดตัวว่าใช้เวลาพัฒนาสูตรเป็นปี ลองแล้วลองอีก กว่าจะออกมาเป็น MySnaxx ที่ขายจริง  

วันนี้ MySnaxx ไม่ได้อยู่แค่ในออนไลน์ แต่เริ่มเข้าไปอยู่ใน 7-Eleven บางสาขา รวมถึงร้านสะดวกซื้อและร้านในปั๊มน้ำมันบางเครือแล้วด้วย  

แล้วอะไรทำให้ MySnaxx “กล้าท้าชน Lay’s”?

1) เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ฐานแฟน”  
ถ้าบริษัทอาหารทั่วไปออกมันฝรั่งยี่ห้อใหม่ ต้องใช้เงินโฆษณามหาศาลเพื่อให้คนจำชื่อได้

แต่ MySnaxx มีฐานแฟนของ MyMateNate เป็น “ทุนทางแบรนด์” อยู่แล้ว ช่อง YouTube ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 15 ล้านคน และมียอดรับชมรวมกว่า 4.6-4.7 พันล้านวิว จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์ไทยทั้งหมวดบันเทิง-ไลฟ์สไตล์

ถ้าเทียบกันแบบ “ต้นทุนต่อการเข้าถึงคน” ฐานผู้ติดตามระดับสิบกว่าล้านนี้คือ Media Asset ที่บริษัทข้ามชาติต้องใช้เงินโฆษณาหลายสิบ-หลักร้อยล้านบาทต่อปีในการซื้อพื้นที่ แต่ MySnaxx “ถือสื่อเอง” ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวแบรนด์

ในมุมธุรกิจ คือการใช้ “Influence” มาเป็น Launch Budget

2) เล่าเรื่อง “ของที่เราทำเองจริง ๆ” ไม่ใช่แค่เอาชื่อไปแปะ  

ในคลิปเปิดตัว MySnaxx, MyMateNate เน้นเล่าว่า  
- ใช้เวลาพัฒนาสูตรเป็นปี  
- ทดลองผลิตหลายรอบ  
- สนใจเรื่องรสชาติและคุณภาพเองจริง ๆ  

ในขณะที่หลาย “KOL Brand” แค่เอาชื่อไปแปะกับ OEM  

MySnaxx เล่า narrative ว่า นี่คือโปรเจกต์ที่เขาลงแรงเองจริง ๆ → ทำให้แฟนรู้สึกว่า “นี่คือขนมของพี่เนท ที่พี่เนทภูมิใจ”

ไม่ใช่ “ขนมของโรงงาน ที่เอาพี่เนทมาเป็นพรีเซนเตอร์”  
ความรู้สึก “ของพี่” ตรงนี้แหละ ที่เป็นเกราะบาง ๆ ให้กล้าขึ้นไปวางบนชั้นเดียวกับ Lay’s ได้

3) เล่นเกมที่ Lay’s เล่นไม่ถนัด: Creator-first + Online-first  

Lay’s เก่งมากในเกม Mass Distribution + Mass Marketing  
- เข้าได้ทุกเซเว่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้าง ร้านโชห่วย  
- ทำแคมเปญระดับชาติ, เพลง, รสลิมิเต็ด, โปรโมชันใหญ่ ๆ  

แต่ MySnaxx เลือกเล่นเกมอีกฝั่งคือ Creator-first + Online-first  
- เปิดขายผ่านเว็บตัวเอง, LINE OA, Shopee, Lazada พร้อมกัน  
- ใช้คอนเทนต์สั้น, TikTok, IG Reel, Facebook Shorts ในการสร้างกระแส  
- ทำคอนเทนต์เบื้องหลัง “กว่าจะมาเป็นซอง MySnaxx” ให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับการสร้างแบรนด์  

พูดง่าย ๆ คือ MySnaxx เอาจุดแข็ง “แพลตฟอร์ม” ของ Creator มาสู้กับจุดแข็ง “ช่องทางดั้งเดิม” ของ Lay’s  

ไม่ใช่ลงสนามเดียวกันทั้งหมด แต่เลือกสนามที่ตัวเองมีแต้มต่อ  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top