Tuesday, 11 August 2026
มักกะฮ์

ซาอุ-ตุรกี- ปากีสถาน “ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์” ข้อตกลงใหม่สั่นสะเทือนโลกอิสลาม พันธมิตร 3 ชาติประกาศป้องกันร่วม เสริมแกร่งทุน-นิวเคลียร์-กองทัพ ท้าทายร่มคุ้มกันสหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตก

"ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์" – “Islamic NATO” กับจุดเปลี่ยนดุลอำนาจและการก่อตัวของความมั่นคงรูปแบบใหม่ในโลกอิสลาม?

การลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ (Mecca Joint Defense Agreement) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยสามผู้นำ ได้แก่ เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย), ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (ตุรกี) และ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ (ปากีสถาน) ถือเป็นหมุดหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนระเบียบความมั่นคงเดิมในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้

1. สาระสำคัญและโครงสร้าง "การป้องกันร่วม" (Collective Security)
ประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่แวดวงการทูตและหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก คือการระบุข้อความที่กำหนดว่า "การโจมตีด้วยกำลังอุปสรรคหรือกำลังทหารต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ ให้ถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ" ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างคล้ายคลึงกับ มาตรา 5 (Article 5) ของ #องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)
ข้อตกลงนี้นับเป็นการยกระดับจากความร่วมมือระดับทวิภาคีเดิม (เช่น ข้อตกลงตั้งฐานทัพและซ้อมรบทางอากาศระหว่างซาอุฯ-ปากีสถานเมื่อช่วงต้นปี) ไปสู่การสร้าง "กลไกความมั่นคงร่วมเชิงพหุภาคี" ที่มีสถาบันทางศาสนาและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างมักกะฮ์เป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์

2. สมการความมั่นคงสามประสาน: เงิน – นิวเคลียร์ – กำลังทหาร
ความร่วมมือของทั้งสามประเทศเป็นการเติมเต็มช่องว่างด้านความมั่นคงที่โดดเด่นที่สุดในโลกอิสลาม:
#ซาอุดีอาระเบีย (ขั้วทุน): ผู้สนับสนุนงบประมาณและเงินทุนมหาศาล พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของโลกซุนนี
#ปากีสถาน (ขั้วป้องปรามนิวเคลียร์): ประเทศเดียวในโลกอิสลามที่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง ซึ่งทำหน้าที่ขยาย "ร่มนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) เชิงจิตวิทยามายังคาบสมุทรอาหรับ (แม้ในข้อตกลงจะระบุชัดเจนว่าไม่มีการแบ่งปันหรือย้ายกำลังนิวเคลียร์ออกนอกประเทศก็ตาม)
#ตุรกี (ขั้วกำลังทหารและเทคโนโลยี): สมาชิก NATO ที่มีขนาดกองทัพใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐฯ มีประสบการณ์จัดยุทโธปกรณ์ระดับมาตรฐาน NATO และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโดรน/สงครามสมัยใหม่

3. ปัจจัยเร่ง: วิกฤตความเชื่อมั่นต่อ "ร่มคุ้มกันของสหรัฐฯ"
ชนวนเหตุสำคัญที่บีบให้ประเทศเหล่านี้ต้องสร้างแกนความมั่นคงใหม่ มาจากการเปราะบางของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะหลังจากเหตุปะทะทางทหารกับอิหร่านเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ทำให้ซาอุดีอาระเบียตระหนักว่า "การพึ่งพาความคุ้มครองจากมหาอำนาจนอกภูมิภาคเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง"
ยุทธศาสตร์ระยะยาวของข้อตกลงนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเปิดหน้าว่า กลุ่มประเทศอิสลามต้องการสร้าง "สถาปัตยกรรมความมั่นคงที่นำโดยชาติในภูมิภาคเอง" (Self-reliant Regional Security Architecture) เพื่อลดการพึ่งพาวอชิงตัน

4. ผลกระทบสะเทือนวงกว้าง (Domino Effect)
-อินเดีย (ตื่นตระหนกสูงสุด): มองว่าข้อตกลงนี้เป็นภัยคุกคามโดยตรง เนื่องจากปากีสถานได้พันธมิตรที่มีทั้งงบประมาณ (ซาอุฯ) และเทคโนโลยีโดรน (ตุรกี) เสริมทัพ อีกทั้งอาจโดนกดดันในเวที OIC ประเด็นแคชเมียร์
-อิสราเอล (ดุลอำนาจเปลี่ยน): ความหวังในการผลักดันข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ ต้องหยุดชะงักลงทันที นอกจากนี้ยังเสียเปรียบเชิงจิตวิทยาจากการที่ปากีสถานขยายร่มป้องปรามครอบคลุมซาอุฯ
-สหรัฐอเมริกา (วางตัวเงียบสงบ/ถูกมองข้าม): ยุทธศาสตร์การควบคุมตะวันออกกลางผ่านการจับคู่กดดันอิหร่านถูกสั่นคลอน อิทธิพลของสหรัฐฯ ในฐานะ "ผู้รับประกันความมั่นคงรายเดียว" (Sole Security Guarantor) ถูกลดบทบาทลง
-รัสเซีย & จีน (มองเป็นโอกาส): รัสเซียมีท่าทีตอบรับเชิงบวกเพราะช่วยสลายการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรตะวันตก ขณะที่จีนสามารถใช้ประโยชน์จากเสถียรภาพใหม่นี้ในการขยายโครงการ Belt and Road (BRI)

#ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารความร่วมมือทางทหารธรรมดา แต่เป็น "ปฏิญญาทางการเมือง" ที่ประกาศให้โลกรับรู้ว่า มหาอำนาจในโลกอิสลามพร้อมจะกำหนดชะตากรรมความมั่นคงของตนเองโดยไม่รอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

แม้ในทางปฏิบัติ ความท้าทายเรื่องความขัดแย้งด้านผลประโยชน์เฉพาะตัวของแต่ละประเทศ (ซาอุฯ กังวลเรื่องอิหร่าน, ปากีสถาน กังวลเรื่องอินเดีย, ตุรกี กังวลเรื่องบทบาทในเมดิเตอร์เรเนียนและอิสราเอล) อาจเป็นบททดสอบความแน่นแฟ้นในระยะยาว แต่การเกิดขึ้นของ "พันธมิตรสามประสานมักกะฮ์" ได้เปลี่ยนฉากทัศน์ภูมิรัฐศาสตร์โลกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ที่มา : https://www.facebook.com/100075826461941/posts/1064602409410631/?rdid=0KvHTsO9UcxKjLxE#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top