Saturday, 25 July 2026
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

“ชมรมลมวิเศษ” จับมือ “กลุ่มเซ็นทรัล” และ “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” จัดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว สู่ลมหายใจวิเศษ ชิงถ้วยพระราชทาน “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

นับวันฝุ่นควันพิษจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและภายหน้าอย่างต่อเนื่องและรุนแรง “ชมรมลมวิเศษ” หนึ่งในโครงการอุ่นใจ ภายใต้ แพทยสมาคมฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตระหนักดีว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าปัจจัย 4 คือ “ลมหายใจและอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์” จึงร่วมกับ “กลุ่มเซ็นทรัล” และ “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” จัด “โครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว สู่ลมหายใจวิเศษ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงไอเดียที่สร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นจิ่ว PM2.5 เพื่อเป็นเวทีในการคิดค้น พัฒนา และ ต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว หรือ PM2.5 ในประเทศไทย พร้อมเปิดให้ส่งเอกสารนำเสนอแนวคิดหรือผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 เวลา 12.00 น. ที่อีเมล [email protected]

งานแถลงข่าวครั้งนี้ นำโดย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานชมรมลมวิเศษ และ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเซ็นทรัล, รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา ประธานที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ และ รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมแถลงรายละเอียดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว พร้อมเปิดประเด็น “ความสำคัญของปัญหา PM2.5” โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมฯ 

สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานชมรมลมวิเศษ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประกวดว่า “โครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋วสู่ลมหายใจวิเศษ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (The Magic Breath Innovation Contest-MBIC) ครั้งที่ 1” จัดขึ้นเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนไทยและผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นเวทีในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือ PM2.5 ในประเทศไทย โดยนวัตกรรมที่จะสามารถนำมาใช้ในการประกวดอาจเป็นได้ทั้ง “นวัตกรรมด้านสังคมหรือนโยบาย” และ “นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนให้มาช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นด้วยกัน” 

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมฯ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมวิเศษ กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพคนไทยไม่สามารถแก้ไขได้เพียงคนเดียว แต่เราต้องร่วมมือกันและแก้ไขปัญหาผ่านนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น ให้คนในชุมชนในจังหวัดร่วมมือกัน โครงการลมวิเศษเราทำกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โครงการประกวดนวัตกรรมนี้เราจัดขึ้นเพราะเราเห็นว่าเรามีบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ แต่เราไม่สามารถแก้ปัญหาเพียงผู้เดียวได้ จึงต้องอาศัยนโยบายที่ช่วยกันคิดสร้างสรรค์ เมื่อได้นโยบายที่ดีมาแล้วจึงผลักดันสู่การแก้ปัญหาระดับประเทศและนานาชาติต่อไป การแก้ไขปัญหาก็จะเกิดความสำเร็จ

รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวถึง บทบาทของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมีพันธกิจที่ชัดเจนที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยมุ่งเน้นในการสร้างประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวมเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้รวบรวมนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ทั้งในด้านวิศวกรรมศาสตร์และด้านสังคม และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมในการจัดการประกวดนี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม โดยคาดหวังว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้คนไทยและสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาจากฝุ่นละอองชนิดต่างๆ ในอากาศที่ทุกคนต้องหายใจ และหันมาร่วมมือร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืนต่อไป

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ กล่าวว่า ลมหายใจเป็นของทุกคน การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา PM2.5 ที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่จึงเป็นเวทีในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกัน ถ้าเราคิดแบบเดิมและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ ปัญหานี้ก็จะวนกลับมาเรื่อยๆ ไม่รู้จบ นวัตกรรมในการแก้ปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราเลยอยากเปิดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มาร่วมกันคิดนวัตกรรมนอกกรอบแบบสร้างสรรค์ มาร่วมแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษารวมถึงคนวัยทำงาน ตั้งแต่ 1-5 คน จะมีที่ปรึกษาหรือไม่มีก็ได้ โดยให้เขียนบทความสื่อสารสิ่งที่อยากทำลงมาในกระดาษ 1 หน้า A4 พร้อมภาพหรือคลิปประกอบแนวคิด โดยมี 2 หัวข้อให้เลือกทำตามความถนัด ได้แก่ “นวัตกรรมด้านนโยบาย” และ “นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ที่ e-mail: [email protected] ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง “ชมรมลมวิเศษ” แพทยสมาคมอาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 02-318-8170 หรือ FB Fan Page : ชมรมลมวิเศษ - Magic Breath Thailand

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ MOU ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นสถาบันพี่เลี้ยงและจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นปีที่ 1-3 กับคณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผลิตแพทย์ที่มีอัตลักษณ์ตำรวจที่มีประสิทธิภาพ

(17 ก.ย. 67) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมาย พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร. เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นสถาบันพี่เลี้ยงและจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นปีที่ 1-3 ให้กับคณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ ห้องพรหมนอก อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตามเจตนารมณ์นโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในเรื่องศักดิ์ศรี ขวัญกำลังใจ คุณภาพชีวิต สวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว จึงมอบหมายให้โรงพยาบาลตำรวจดำเนินการเปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตของสำนักงกงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อผลิตแพทย์ที่มีอัตลักษณ์ตำรวจ มีลักษณะเด่น คือ มีความรู้ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย ด้านนิติเวชศาสตร์ และด้านนิติวิทยาศาสตร์ โดยมอบหมายให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการสนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1-3 และเป็นสถาบันพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือแก่คณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 

โดยในปี 2529 จนถึงปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้โรงพยาบาลตำรวจเป็นโรงพยาบาลสมทบ ในการจัดการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติทางคลินิกให้กับนิสิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นสถาบันที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ ตรงตามข้อกำหนดของแพทยสภา ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 สถาบัน ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงจะได้เป็นสถาบันพี่เลี้ยงให้กับคณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และให้การสนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ตำรวจ ชั้นปีที่ 1-3 คณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ต่อไป

พล.ต.อ.สราวุฒิฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตกลงทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒยินดีเป็นสถาบันพี่เลี้ยงให้แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และจะให้การสนับสนุนการศึกษาเพื่อผลิตแพทย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของทั้งสองฝ่าย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ แก่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามการดำเนินการตามบันทึกความร่วมมือนี้ ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาทางการแพทย์ งานวิชาการ งานวิจัยและด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาด้านการเรียนการสอนด้านการแพทย์อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

ส.อ.ท. จับมือ มศว ลงนาม MOU!! ปั้นกำลังคน–นวัตกรรม ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่อนาคต ผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา ยกระดับคนไทยด้วย Upskill–Reskill พัฒนาหลักสูตร วิจัย นวัตกรรม ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง

ส.อ.ท. จับมือ มศว ลงนาม MOU ยกระดับกำลังคน นวัตกรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่อนาคต

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ณ หอดนตรีและการแสดงอโศกมนตรี 2 ชั้น 4 อาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

พิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ประกอบการ และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5I ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ I2 ด้าน Innovation & Creative Industry ที่มุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคน องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ โดยเชื่อว่าการพัฒนาการศึกษาในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ สนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ความต้องการด้านกำลังคน และแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการพัฒนาหลักสูตร การฝึกงาน สหกิจศึกษา และโครงการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับสถานศึกษา

ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จะนำศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ มาร่วมพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการรเรียนรู้เชิงประสบการณ์  ผ่านการฝึกงาน สหกิจศึกษา อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในระดับสากล 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากเจตนารมณ์ร่วมกันในการ พัฒนาศักยภาพกำลังคนผ่านกระบวนการ Upskill และ Reskill สร้างองค์ความรู้ ฐานข้อมูล และผลงานวิจัย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการแรกภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว คือ “โครงการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล” ภายใต้กรอบแนวคิด “Jewelry BLAST” ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพกำลังคนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาวัสดุอัญมณีขั้นสูง กระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปจนถึงการพัฒนาแบรนด์และการตลาดเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่การแข่งขันในระดับสากล

ภายใต้โครงการดังกล่าว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกำหนดความต้องการด้านทักษะและสมรรถนะกำลังคน ตลอดจนสนับสนุนการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในสถานประกอบการ ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จะรับผิดชอบการพัฒนาหลักสูตร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับผลิตภาพแรงงาน ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม และคุณภาพผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทย

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างบุคลากรคุณภาพ พัฒนานวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

มศว ย้ำสอบท้องถิ่นต้องโปร่งใสและเป็นธรรม!! สำนักทดสอบฯ มศว ยืนยันความเป็นกลาง ดำเนินการสอบด้วยความสุจริตและรอบคอบ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ยืนหยัดไม่สนับสนุนความไม่เป็นธรรม

แถลงการณ์เรื่อง การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเป็นกลางทางวิชาการ โดยไม่สนับสนุนหรือยินยอมต่อการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม หรือส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบแข่งขัน และพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1484152357086737&id=100064759594309&rdid=nZdKXzT5Bd6kdWnp#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top