Friday, 5 June 2026
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

‘เด็กจีน’ ตั้งคำถาม “คนรุ่นใหม่ควรทำอะไรให้แก่โลกบ้าง” ตอบ “อย่าเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราเคยรังเกียจในสมัยเด็ก”

(19 มี ค.66) ‘อ.ต่อตระกูล’ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘คนรุ่นใหม่ทำอะไรให้แก่โลกบ้าง’ ซึ่งได้นำเสนอสุนทรพจน์ของ นักศึกษาหญิง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่เข้าประกวดสุนทรพจน์ในรายการทีวี สั้น ๆ เพียง 3 นาที ที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ ที่น่ายกย่อง

โดย อ.ต่อตระกูล กล่าวว่า สุนทรพจน์นี้ ทาง ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร์ อาจารย์ที่นิติศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน ซึ่งจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่เดียวกัน แปลมา บอกว่าอยากให้ คนไทยได้อ่านกัน ความว่า...

ฉันเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ทุกคนของฉันเคยพูดว่า “กฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างนี้ แต่ในทางปฏิบัติในชีวิตความเป็นจริง…” ชีวิตความเป็นจริง เป็นโลกที่น่าพิศวง ในชีวิตความเป็นจริง คนซื่อ ๆ ที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด มักใช้ชีวิตเงียบ ๆ ไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม ส่วนคนที่มากเล่ห์เพทุบาย สุดท้ายกลับมีทั้งชื่อเสียง มีลาภสมบัติ เพราะฉะนั้น เด็กไร้เดียงสาอย่างฉัน จึงมักมีรุ่นพี่ที่มากประสบการณ์มาตบไหล่ฉันเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู และบอกฉันว่า “เด็กน้อย รอจนเธอเข้าใจโลกเสียก่อน”

สิ่งที่ฉันอยากถามก็คือ คนหนุ่มสาวอย่างฉัน สามารถทำอะไรให้กับโลกได้บ้าง วันหนึ่งข้างหน้า ผู้ว่าการแบงก์ชาติ จะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990 นักธุรกิจชั้นนำ จะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990 แม้กระทั่ง ประธานาธิบดี ก็จะเป็นคนที่เกิดหลังปี 1990 ในวันที่สังคมเป็นที่ยืนของคนที่เกิดหลังปี 1990 ฉันอยากถามเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนว่า พวกเราอยากให้สังคมเป็นเช่นไร ฉันรู้ดีว่า ไม่ใช่ทุกคนสามารถก้าวขึ้นมาฝ่าฟันพายุและคลื่นลม จนเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศชาติ ฉันและคุณ ล้วนเป็นคนเล็กๆธรรมดา ๆ ภายในกลไกเครื่องจักรสังคมอันมหึมา พวกเราเป็นเพียงหมุดตะปูตัวเล็ก ๆ

สมัยเรียนหนังสือ พ่อแม่พูดทุกวันว่า ให้ตั้งใจเรียนเป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งสนใจอย่างอื่น พอถึงวันจบการศึกษา พวกเราก็เที่ยวเอาจดหมายสมัครงานหว่านไปทั่ว ด้วยความหวังว่าจะมีบริษัทรับเข้าทำงาน ผ่านไปไม่กี่ปี ก็ถูกกดดันให้แต่งงาน ซื้อบ้าน แล้วก็ใช้เวลาอีกประมาณ 20 ปีแรกของชีวิตการทำงาน ช่วงที่มีกำลังเต็มที่ หาเงินมาใช้หนี้ จนทำให้คนหนุ่มสาวยุ่งกับการใช้ชีวิต จนไม่เหลือความฝัน ไม่มีเวลาสนใจการเมือง ไม่มีเวลาสนใจสิ่งแวดล้อม ไม่มีเวลาสนใจชะตากรรมบ้านเมือง แล้วจะยังเหลือกำลังวังชา ทำอะไรให้แก่สังคมส่วนรวมได้อีก

แต่ภายหลังฉันพบว่า มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันและคุณทำได้ สิ่งนั้นคือ คนรุ่นเรา ไม่ว่าจะเดินไปในเส้นทางใด ขออย่าได้ทำชั่ว ขอแค่ อย่าเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราเคยรังเกียจในสมัยเด็ก ถ้าต่อไปเราเป็นคนขายของแผงลอย ก็อย่าเอาน้ำมันทิ้งแล้วมาทอดของขาย ถ้าขายผลไม้ ก็อย่าโกงน้ำหนักตาชั่ง ถ้าเปิดโรงงาน เป็นเจ้านายคน ก็อย่ากดค่าแรงลดคุณภาพวัตถุดิบ ผลิตของด้อยคุณภาพ คนธรรมดาหนึ่งคน ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่แสนธรรมดา ถ้าทำหน้าที่ของตนให้ดีได้ ย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะเราทุกคน ตั้งแต่วันที่เราเกิดมา ก็มีผลเปลี่ยนแปลงโลกฉันเป็นนักศึกษากฎหมาย ถ้าในภายภาคหน้า ฉันสามารถเป็นผู้พิพากษาที่มีความยุติธรรม สังคมเราก็จะมีผู้พิพากษาที่ดีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ย่อมเป็นสังคมที่ดีขึ้นอย่างน้อยก็นิดหนึ่ง

‘ม.ปักกิ่ง’ ครองแชมป์ ‘มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย’ ปี 2023 จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings

(18 พ.ย.66) จากเพจเฟซบุ๊ก Jeenthainews - จีนไทยนิวส์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

ม.ปักกิ่ง ครองแชมป์ ‘มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย’ ปี 2023 โดย QS World University Rankings

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีนที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสถาบันการศึกษาระดับโลก ตอกย้ำว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายนี้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อภาคการศึกษาของประเทศ

ในปี 2023 นี้ สถาบันการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก QS World University Rankings ได้จัดอันดับ 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพระดับนานาชาติ โดยในจำนวนนี้เป็นสถาบันอุดมศึกษาจากแผ่นดินใหญ่ไปแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน เชื่อว่าหลายๆ ชื่อก็น่าจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดีเพราะรั้งอันดับต้นๆ ของเอเชียมาหลายปี

อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ของจีน

อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore หรือ NUS) ของสิงคโปร์

อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) ของจีน

อันดับที่ 4 มหาวิทยาลัยฮ่องกง (The University of Hong Kong) ของจีน (ฮ่องกง)

อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University, Singapore หรือ NTU Singapore) ของสิงคโปร์

อันดับที่ 6 มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) ของจีน

อันดับที่ 7 (คะแนนรวมเท่ากัน) มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) ของจีน

อันดับที่ 8 สถาบันชั้นสูงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลี (Korea Advanced Institute of Science & Technology หรือ KAIST) ของเกาหลี

อันดับที่ 9 มหาวิทยาลัยมาลายา (Universiti Malaya หรือ UM) ของมาเลเซีย

อันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) ของจีน

สื่อจีนประมวลภาพ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จเยือน ‘ม.ปักกิ่ง’ สะท้อนความสัมพันธ์อันดีงามระหว่าง ไทย-จีน ที่มีอย่างยาวนาน

เมื่อวานนี้ (9 เม.ย. 67) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีน จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Aksornsri Phanishsarn’ กรณี กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยระบุว่า…

“กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง Peking University, April 2024 🇨🇳 #สื่อจีน นำเสนอข้อมูลและประมวลภาพที่น่าประทับใจ 🇹🇭 #เจ้าหญิงของไทยเยือนจีน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไว้อย่างไรบ้าง 🥰 คลิกชมได้เลยค่ะ https://mp.weixin.qq.com/s/rshJdP0Wem9pxHWv3CTYjA

นอกจากนี้ยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “โดยปกติ ช่วงต้นเดือน เม.ย. (หลังวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.) พระเทพฯ จะเสด็จเยือนจีนนะคะ (ยกเว้นช่วงโควิด จีนปิดประเทศ) การเสด็จเยือนจีนช่วงต้น เม.ย. พระเทพฯ ก็จะเสด็จเยือน ม.ปักกิ่งด้วย และม.ปักกิ่งจะเตรียม HBD cake ถวายพระเทพฯ แบบนี้มาโดยตลอดด้วยค่ะ 🥰 นี่คือส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ดีงามอย่างยาวนานระหว่างไทย-จีน 🇹🇭🇨🇳นะคะ”

นักวิทย์จีน พัฒนา!! เทคโนฯ โฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ ทลายขีดจำกัด 6G เร็วแรงกว่าเดิม ครอบคลุมทุกพื้นที่

(30 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยปักกิ่งรายงานว่านักวิทยาศาสตร์จีนสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีการรวมระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์แบบความกว้างคลื่นสูงสุดหรืออัลตราไวด์แบนด์ (ultra-wideband) สำหรับการสื่อสารไร้สาย 6จี (6G)

ด้วยการผสานการทำงานระหว่างโฟโทนิกและอิเล็กทรอนิกส์ ทีมวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยซิตี ฮ่องกง สามารถพัฒนาระบบความกว้างคลื่นสูงสุดที่รองรับการส่งสัญญาณไร้สายความเร็วสูงพร้อมการปรับความถี่ได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของโลกที่คาดว่าจะช่วยยกระดับความเสถียรและประสิทธิภาพของเครือข่าย 6G ในอนาคต

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ทางออนไลน์ ระบุว่าการสื่อสาร 6G ในอนาคตต้องอาศัยการส่งข้อมูลความเร็วสูงในหลายย่านความถี่และหลายสถานการณ์ แต่ฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมมักจำกัดเฉพาะย่านความถี่บางช่วงเนื่องจากข้อจำกัดด้านการออกแบบ โครงสร้าง และวัสดุ ทำให้ยากต่อการใช้งานข้ามย่านความถี่หรือครอบคลุมสเปกตรัมทั้งหมด และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงใช้เวลาสี่ปีในการพัฒนาระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ความกว้างคลื่นสูงสุด

ระบบนี้รองรับการส่งสัญญาณความเร็วสูงในทุกความถี่ระหว่าง 0.5-115 กิกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งถือเป็นความสามารถชั้นนำระดับโลกในด้านการใช้งานเต็มสเปกตรัม และยังมีศักยภาพในการปรับความถี่แบบยืดหยุ่น ทำให้สามารถสลับไปยังความถี่อื่นเมื่อเกิดการรบกวน ซึ่งเพิ่มความเสถียรของการสื่อสารและประสิทธิภาพการใช้สเปกตรัม

หวังซิ่งจวิน รองคณบดีสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้เปรียบเหมือนการสร้างทางด่วนขนาดยักษ์ที่มีสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เป็นยานพาหนะ และมีย่านความถี่เป็นเลนถนน ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณต้องเบียดอยู่ในหนึ่งหรือสองเลน แต่ปัจจุบันมีหลายเลนให้เลือก หากเลนใดถูกปิดกั้น สัญญาณยังสามารถสลับไปเลนอื่นได้ ทำให้การสื่อสารเร็วขึ้นและราบรื่นขึ้น

การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าระบบนี้สามารถส่งสัญญาณไร้สายด้วยอัตราที่เร็วกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ซึ่งเพียงพอที่จะถ่ายทอดวิดีโอขนาด 8เค (8K) ความละเอียดสูงพร้อมกัน 1,000 รายการ เข้าเกณฑ์ข้อกำหนดความเร็วสูงสุดของ 6G และยังคงประสิทธิภาพสม่ำเสมอในทุกย่านความถี่

ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังทำงานเพื่อยกระดับการบูรณาการของระบบ เพื่อสร้างโมดูลโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สามารถปรับใช้กับระบบอื่นๆ ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขนาด น้ำหนัก และการใช้พลังงานลงให้น้อยที่สุด

หวังระบุว่าเครือข่าย 6Gในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไร้สายอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ และเมื่อเสริมด้วยอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบใหม่นี้จะสามารถทำให้เครือข่ายชาญฉลาดและยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตรวจจับสภาพแวดล้อมอย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติ ทำให้การสื่อสารมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

จีนช็อกโลก!! พัฒนาชิป AI อะนาล็อก แรงกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้ไฟน้อยลง 100 เท่า เปิดยุคใหม่!! ของการประมวลผลพลังงานต่ำ

(23 ต.ค. 68) จีนบรรลุความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อก AI  ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้พลังงานน้อยกว่า 100 เท่า ผ่านเทคโนโลยี RRAM ทะลุข้อจำกัดความแม่นยำระดับ 24-บิต เปิดศักราชใหม่ของการประมวลผลพลังงานต่ำ

SCMP รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลงานคณิตศาสตร์ซับซ้อนได้เร็วกว่าชิป GPU รุ่นท็อปของ Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า พร้อมใช้พลังงานต่ำกว่าระบบดิจิทัลปัจจุบันถึง 100 เท่า ตามบทความวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Electronics ฉบับ 13 ตุลาคม ชิปต้นแบบใช้เทคโนโลยี Resistive Random-Access Memory (RRAM) ที่ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นในตัววัสดุเดียวกัน ขจัดปัญหาคอขวดของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แบบดิจิทัลที่ต้องแยกส่วนหน่วยความจำและการประมวลผล

ซุน จง หัวหน้าทีมนักวิจัยจาก Institute for Artificial Intelligence ระบุว่า การค้นพบนี้เป็นการเอาชนะข้อจำกัดด้านความแม่นยำของอะนาล็อกคอมพิวติ้งที่เป็นปัญหามานานกว่าศตวรรษ โดยสามารถรักษาความละเอียดระดับ 24-บิต เทียบเท่าการคำนวณแบบดิจิทัล ผลการทดสอบการแก้สมการเมทริกซ์ขนาดใหญ่และการจำลองระบบสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ชิปดังกล่าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชิปดิจิทัลระดับสูงในตลาดหลายร้อยถึงหลายพันเท่า ขณะใช้พลังงานเพียงร้อยละไม่กี่ของระบบปกติ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาคอมพิวติ้งพลังงานต่ำในยุค AI และ 6G รวมถึงการประยุกต์ใช้ใน Edge AI และการเรียนรู้ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top