Thursday, 4 June 2026
มหาวิทยาลัยชิงหวา

'ไต้หวัน' โวย!! จีนแย่ง 'วิศวกรด้านชิป-ความลับทางการค้า' ทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมไฮเทค

(6 ก.ย.67) เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีของจีน 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ผลิตชิปอย่าง ‘นอราเทคโนโลยีกรุ๊ป’ (Naura Technology Group Co.) ถูกทางการไต้หวันกล่าวหา แย่งชิงคนเก่งที่มีความสามารถไปอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนั้น ยังขโมยความลับด้านการค้าของไต้หวันไปอีกด้วย

สำนักงานสืบสวนในสังกัดกระทรวงยุติธรรมไต้หวัน ได้มีการแถลงทางเว็บไซต์เมื่อวันพุธ (4 ก.ย. 67) ที่ผ่านมาว่า ได้บุกตรวจค้นสถานที่ 30 แห่ง และสอบสวนบุคคล 65 คนใน 4 เมือง รวมถึงไทเปและซินจู๋ โดยบริษัทจีนตกเป็นผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่ง ‘ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความสามารถในการแข่งขันของไต้หวันในด้านอุตสาหกรรมไฮเทค’

โดยบริษัทอีก 7 แห่งได้แก่ ไอคอมม์เซมิ (iCommsemi), เซี่ยงไฮ้นิววิชั่นไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (Shanghai New Vision Microelectronics), หนันจิง เอเวียคอมม์ เซมิคอนดักเตอร์ (Nanjing Aviacomm Semiconductor), อีโมติบอต (Emotibot), ทงฟาง (Tongfang), เฉิงตูอะนาล็อกเซอร์กิตเทคโนโลยี (Chengdu Analog Circuit Technology) และเฮสเทียเพาเวอร์ (Hestia Power)

ทั้งนี้ ‘นอรา’ ซึ่งมีฐานในกรุงปักกิ่ง เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน เช่น SMIC YMTC และหัวหงเซมิคอนดักเตอร์กรุ๊ป (Hua Hong Semiconductor Group) โดย นอรา ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ตามล่าวิศวกรด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แต่ทางบริษัทยืนยันว่า สำนักงานในไต้หวันดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมายของท้องถิ่น

หลายบริษัทที่ถูกกล่าวหา รวมถึงไอคอมม์เซมิ และเซี่ยงไฮ้นิววิชั่นไมโครอิเล็กทรอนิกส์นั้น เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิป ส่วนอีโมติบอตเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ โดยอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การประมวลผลภาษาธรรมชาติ และการเรียนรู้เชิงลึก

สำนักงานสืบสวนระบุอีกว่า หลายบริษัทที่ถูกกล่าวหา เช่น ‘เฮสเทียเพาเวอร์’ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัสดุชิปในเซี่ยงไฮ้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ผ่านกองทุนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ที่เรียกกันว่า ‘Big Fund’

ส่วนบริษัททงฟาง ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ มีผู้ก่อตั้งคือ ‘มหาวิทยาลัยชิงหวา’ ในปี 2540 บริษัทรู้จักกันในชื่อเดิมว่า ‘ชิงหวาทงฟาง’ แต่ปัจจุบันอยู่ในความควบคุมของบริษัทนิวเคลียร์แห่งชาติจีน โดยดำเนินธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

สำนักงานสืบสวนกล่าวหา บริษัททงฟางแย่งตัวพนักงานด้านการวิจัยและพัฒนาเกือบหนึ่งร้อยคนผ่านบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในไต้หวัน

ข้อกล่าวหาของไต้หวันมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลจีนทุ่มเทความพยายามเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์ท่ามกลางมาตรการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของสหรัฐอเมริกาให้แก่จีน

ด้าน แพลตฟอร์ม ‘Qichacha’ ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทต่างๆ ของจีนระบุว่า เมื่อเดือนที่แล้วเทศบาลกรุงปักกิ่งได้เปิดตัวกองทุนเพื่อการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ด้วยทุนจดทะเบียน 8,500 ล้านหยวน ซึ่งเกิดขึ้น 3 เดือน หลังจากที่จีนจัดตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนด้านชิปก้อนใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็น ‘Big Fund’ เฟสที่ 3 ด้วยทุนจดทะเบียน 344,000 ล้านหยวน

ทำความรู้จัก Zhipu AI สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ ยักษ์ใหญ่ของจีน ดังไกลทั่วโลก ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า!! ในปีเดียว สัญญาณบ่งชี้ AI แดนมังกรมาแรง

ในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ Zhipu AI (智谱AI) กลายเป็นที่จับตาของวงการเทคโนโลยีระดับโลก บริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์จากกรุงปักกิ่งรายนี้ เป็นหนึ่งในผู้นำของคลื่น “AI Made in China” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI และ Google DeepMind

จุดเริ่มต้น ?
Zhipu AI ก่อตั้งในปี 2019 โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) หนึ่งในสถาบันวิศวกรรมชั้นนำของจีน และเป็นผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชื่อว่า GLM (General Language Model) ซึ่งมีศักยภาพใกล้เคียงกับ GPT ของสหรัฐฯ 

ปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการแชตบอต “ChatGLM” ที่รองรับทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

เป้าหมาย ?
ความสำเร็จของ Zhipu AI สะท้อนแนวโน้มว่าเทคโนโลยี AI จากจีนเริ่มได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลก ทั้งด้านคุณภาพของโมเดล ความเร็วในการอัปเดต และความสามารถในการประยุกต์ใช้งานในภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร หรือการสร้างคอนเทนต์อัตโนมัติ

มุมมองรัฐบาล ?
รัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมองว่า AI คือหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์ “Made in China 2025” และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Baidu, Alibaba และ SenseTime ต่างเร่งพัฒนาโมเดลแข่งขันกัน แต่ Zhipu AI โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ของ “สตาร์ทอัพสายวิจัย” ที่เน้นคุณภาพและการใช้งานเชิงลึกมากกว่าการตลาด

แนวคิด CEO ?
“อนาคตของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกันที่ประสิทธิภาพของโมเดลเท่านั้น แต่คือการปฏิวัติรูปแบบการผลิตและการสร้างคุณค่าใหม่อย่างสิ้นเชิง” จางเผิง (Zhang Peng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zhipu AI กล่าว

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Zhipu AI ที่ไม่ได้มองเพียงด้านเทคโนโลยี แต่ยังมองถึงการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการทำงานในอนาคต ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

บทสรุป
การเติบโตของ Zhipu AI และกระแสตอบรับจากต่างประเทศจึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่า โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่ของ AI จีน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมในเวทีเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top