Thursday, 4 June 2026
ภาษีสินค้านำเข้า

ทรัมป์เล็งเก็บภาษี 15-20% กับชาติที่ยังไม่ปิดดีลการค้า ลั่น!! โลกต้องยอมรับกติกา ถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา

(29 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทำข้อตกลงการค้ารายประเทศกับสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีนำเข้าระดับใหม่ระหว่าง 15-20% ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการแจ้งประเทศต่าง ๆ กว่า 200 ประเทศให้ทราบอัตราภาษีใหม่นี้เร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวที่สนามกอล์ฟหรูของตนเองในสกอตแลนด์ ขณะพบกับ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์  นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า “เราจะไม่มานั่งทำข้อตกลงกับ 200 ประเทศ นี่คือภาษีที่พวกเขาต้องจ่ายถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา” โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เก็บภาษีถึง 50% กับบางประเทศ เช่น บราซิล และเตรียมบังคับใช้ในวันศุกร์นี้

แรงกดดันดังกล่าวทำให้หลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน แคนาดา และไทย ต่างเร่งเจรจาหวังต่อรองภาษีให้น้อยลง ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป คิดภาษีที่ 15% พร้อมรับลงทุนจากยุโรป 600,000 ล้านดอลลาร์ และคำสั่งซื้อพลังงานอีก 750,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปี

ทั้งนี้ ทรัมป์เพิ่งเซ็นดีล 550,000 ล้านดอลลาร์กับญี่ปุ่น และดีลย่อยกับอังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม ขณะที่แคนาดาซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 75% ยอมรับว่าอาจต้องยอมจ่ายภาษีบางส่วน แม้จะยังพยายามเจรจาลดภาษีจาก 35% ที่สหรัฐฯ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

‘เฉลิมพร’ ชี้ทรัมป์เจรจาเก่ง!! ใช้จิตวิทยาต่อรองภาษี เปิดมาที่ 36-46% แล้วลดเหลือ 19% ทำคนไทยดีใจทั้งที่ยังขาดทุน

(1 ส.ค. 68) นายเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' ว่า…

“ใครจะว่าทรัมป์บ้า แต่เขาเจรจาเก่งมากนะครับ ถ้าให้ภาษี 19-20% แต่แรก รับรองไม่มีใครยอม แต่พอเปิด 36-46% แล้วลดมา 20% คนที่ได้ 19% เลยดีใจเหมือนได้กำไร ทั้งที่ขาดทุนกันหมด” 

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ทั่วโลก (Reciprocal Tariff) 

โดยไทยโดนอัตราภาษี 19 % จาก 36 % และจะมีผลในอีก 7 วันหลังจากวันลงนามคำสั่ง จากเดิมที่กำหนดมีผล 1 ส.ค. 68

‘หมออั้น’ วิเคราะห์ ‘กัมพูชา’ เอาอะไรไปแลกอเมริกาบ้าง ถึงได้ดีลอัตราภาษีสินค้านำเข้า 19% เท่าไทย

(1 ส.ค. 68)  นายแพทย์ธีรภัทร์ พุ่มพวง (หมออั้น) เจ้าของเพจ 'รวยหุ้นง่าย ๆ สไตล์ Dr.A' และผู้เขียนผลงาน Best Seller 'รวยหุ้นง่าย ๆ สไตล์ HYBRID' โพสต์ข้อความหลังกัมพูชาได้ลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ‘กัมพูชา’ เอาอะไรไปแลกอเมริกาบ้าง ถึงได้ดีล 19% เท่าไทย

สรุป 10 ข้อ
1. ยกเลิกหรือลดภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด
กัมพูชาประกาศลดภาษีเหลือ 0–5% สำหรับสินค้าจากสหรัฐกว่า 10,000 รายการ เช่น เครื่องมือแพทย์ สารเคมี เกษตรเฉพาะทาง

2. สั่งซื้อเครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 จำนวน 10 ลำ
ดีลมูลค่า ~1.2 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมให้สัญญาซื้อเพิ่มอีก 10 ลำภายใน 5 ปี

3. ออกกฎคุมสินค้าจีน 'แปลงสัญชาติ' ผ่านกัมพูชาเข้าตลาดสหรัฐฯ
ออก ประกาศ ร่วม 3 กระทรวง บังคับใช้กฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และตรวจเอกสารเข้มขึ้น ป้องกันการหลบภาษี

4. ยอมให้ตรวจโรงงาน-ซัพพลายเชนกว่า 50 แห่งโดยตรง
รวมถึงโรงงานสิ่งทอ รองเท้า ที่ส่งออกไปสหรัฐ เพื่อยืนยันแรงงานไม่ละเมิดสิทธิและไม่มีวัตถุดิบจีนแฝง

5. ยกเว้นค่าวีซ่า 5 ปีให้บริษัทเทคโนโลยี-โลจิสติกส์สหรัฐฯ
เช่น Amazon, UPS, FedEx เพื่อจูงใจตั้งคลังและศูนย์กระจายสินค้าในพนมเปญและสีหนุวิลล์

6. หยุดยิง บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
หลังจากความตึงเครียดช่วงเดือนกรกฎาคม วอชิงตันขอให้กัมพูชาลงนามข้อตกลงหยุดยิง 8 ข้อ ก่อนให้ดีลภาษีเดินหน้า

7. ตกลงนำเข้า LNG (ก๊าซธรรมชาติ) จากสหรัฐฯ ปีละ 0.6 ล้านตัน
เริ่มตั้งแต่ปี 2026 เพื่อกระจายแหล่งพลังงาน และลดพึ่งพาประเทศจีน

8. ลดภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทสหรัฐฯ ชั่วคราว 2 ปี
เช่น AWS, Microsoft Azure ได้สิทธิ VAT เหลือ 5% ชั่วคราว เพื่อดึงดูดการตั้ง Data Center และ Smart Logistics

9. ตั้งคณะทำงาน 'Green Supply Chain' ร่วมกับสหรัฐฯ
ร่วมลงทุนในโครงการลดคาร์บอนของโรงงานสิ่งทอเป้าหมาย โดยมีสินเชื่อจาก EXIM Bank ของสหรัฐฯ สนับสนุน

10. คงสิทธิ GSP สำหรับสินค้าเกษตรบางรายการ แต่ต้องเปิดโควตาสินค้าสหรัฐ เช่น ข้าว ยาง ยังได้สิทธิส่งออกแบบปลอดภาษี แต่กัมพูชาต้องยอมเปิดนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลืองจากสหรัฐมากขึ้น

‘อินเดีย’ ยอมลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% ‘ทรัมป์’ บอกไม่สน!! ชี้ควรทำตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มาเสนอตอนนี้

(2 ก.ย. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อินเดียเสนอที่จะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ลงเหลือศูนย์ หลังจากที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศถูกวิจารณ์ว่ามีความไม่สมดุล โดยทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “พวกเขาควรทำตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะมาเสนอตอนนี้ มันสายเกินไปแล้ว”

ด้านอินเดียยังไม่มีการตอบโต้ต่อถ้อยแถลงดังกล่าว แต่เป็นที่รู้กันว่า สหรัฐฯ เคยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% สร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างมาก

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดีย เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่จีน โดยปรากฏภาพเขาเดินจับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ตอกย้ำภาพความใกล้ชิดระหว่างอินเดีย จีน และรัสเซีย ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตัน

แม้สหรัฐฯ และอินเดียจะเคยมีความร่วมมือใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นถ่วงดุลอำนาจจีน แต่ความสัมพันธ์กลับตึงเครียดขึ้น หลังอินเดียยังคงนำเข้าน้ำมันรัสเซีย ขัดต่อความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการสกัดกั้นการทำสงครามของมอสโกในยูเครน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top