Friday, 5 June 2026
ฟิสิกส์

เมื่อฟิสิกส์ควอนตัม เริ่มก่อปรากฏการณ์ทางจิตที่ยากจะเข้าใจ จนสั่นคลอนวิทยาศาสตร์ว่า ‘มนุษย์เราตายแล้วไม่สูญ’

(18 มี.ค. 66) ทันตแพทย์สม สุจีรา ทันตแพทย์และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘ชีวิตหลังความตาย’ ระบุว่า...

เมื่อครั้งยุคฟิสิกส์นิวตัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นว่า มนุษย์มาจากการรวมตัวกันของอนุภาคอย่างพอเหมาะพอเจาะ เป็นความบังเอิญล้วน ๆ มนุษย์เราเกิดหนเดียว ตายหนเดียว จิตวิญญาณไม่มีจริง แต่แล้ว เมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มาค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ เปิดมิติที่สี่ออกมาให้เห็น นักวิทยาศาสตร์เริ่มตระหนักว่า ในจักรวาลนี้มีอะไรที่น่าพิศวงอีกมากมาย สิ่งที่ฟิสิกส์ยุคคลาสสิก อย่างนิวตัน รู้ ไม่ถึงเศษเสี้ยวของความจริง 

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งในยุคสัมพัทธภาพ คิดว่า อาจมีชีวิตหลังความตาย แต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าใดนัก จวบจนเข้ามาสู่ยุคฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งก้าวย่างเข้าไปศึกษามิติที่ห้า นักวิทยาศาสตร์สายควอนตัม เริ่มมั่นใจแล้วว่า ‘มนุษย์เราตายแล้วไม่สูญ’

ไบรอัน โจเซฟสัน (Brian Josephson) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้านักวิทยาศาสตร์ เห็นว่าเรื่องของจิตไม่มีอยู่จริง กลศาสตร์ควอนตัมจะเข้ามาช่วยอธิบาย” เขาฝึกสมาธิอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี จนพบปรากฏการณ์ทางจิตที่ยากจะเข้าใจ และพยายามใช้หลักทางควอนตัมมาอธิบาย ไบรอัน โจเซฟสัน ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจเรื่องตัวนำยิ่งยวดและอุโมงค์ควอนตัมมากที่สุดในโลก    

ศาสตราจารย์ฮานส์ ปีเตอร์ เดอร์ (Hans-Peter Durr) นักฟิสิกส์ควอนตัมที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 อดีตรองผู้อำนวยการ สถาบันแมกซ์ พลังค์ และเป็นลูกศิษย์คนโปรดของ เวอร์เนอร์ ไฮเซนเบิร์ก นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ยืนยันว่า ความคิด ความรู้สึกของมนุษย์ ล้วนถูกอัพโหลดสู่สนามควอนตัมทางจิตวิญญาณในเวลาเดียวกับที่เราคิดหรือรู้สึก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะยังคงอยู่หลังจากที่เราเสียชีวิต การส่งผ่านข้อมูลอาจใช้หลักการพัวพันทางควอนตัม (Quantum Entanglement) ซึ่งเกิดขึ้นในทันใด และส่งไปได้ไกลถึงสุดขอบจักรวาล ดังนั้น ทุกครั้งที่เราคิดหรือทำอะไร จะมีอนุภาคคู่ขนานเกิดขึ้น ณ จุดใด จุดหนึ่งในจักรวาล เพื่อบันทึกข้อมูลเก็บไว้

คณะนักเรียนผู้แทนประเทศไทย คว้า 1 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน การแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกนานาชาติ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 22 ประเทศรัสเซีย

(3 ธ.ค. 68) การแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568​ (IJSO 2025) ระหว่างวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน - วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีนักศึกษาจาก 24 ประเทศเข้าร่วม

สำหรับการแข่งขันประกอบด้วย 3 รอบ (แบบเลือกตอบ ทฤษฎี และปฏิบัติ) ในรอบเลือกตอบ ผู้เข้าแข่งขันต้องตอบคำถาม 30 ข้อ (ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ข้อละ 10 ข้อ) ในรอบทฤษฎี ผู้เข้าแข่งขันต้องสอบวัดความรู้ทั้งสามวิชา ส่วนในรอบปฏิบัติ (ทดลอง) ผู้เข้าแข่งขันต้องดำเนินโครงการวิจัยที่ต้องใช้ความรู้พื้นฐานทางฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา

โดยประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันจะส่งนักเรียนและครูผู้สอนสูงสุด 6 คน การแข่งขันนี้เป็นหนึ่งในการแข่งขัน วิทยาศาสตร์ ระดับนานาชาติที่สำคัญสำหรับเยาวชน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิชาการ ค้นพบและบ่มเพาะเยาวชนผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

ทั้งนี้ ผลงานของนักเรียนที่เป็นผู้แทนประเทศไทย ได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง และ 5 เหรียญเงิน จากการแข่งขันในครั้งนี้ 


 

14 มีนาคม 2422 วันเกิด “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ผู้เปลี่ยนโลกด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพ และสมการ E=mc² นักฟิสิกส์ผู้ท้าทายความเชื่อเดิม จุดดประกายฟิสิกส์สมัยใหม่เขย่าโลกทั้งศตวรรษ

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2422 เป็นวันเกิดของ 'อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์' นักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมันที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่มนุษย์เข้าใจเวลา อวกาศ และจักรวาล ผลงานของเขาไม่เพียงเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังเขย่ารากฐานความเข้าใจวิทยาศาสตร์ใหม่ทั้งหมด

เด็กชายจากเมืองอุล์มที่ไม่ใช่เด็กอัจฉริยะแบบในหนังแต่มีความสงสัยสูงและไม่ยอมรับคำตอบสำเร็จรูป ความคิดท้าทายสามัญสำนึกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่พาเขาไปไกลกว่ากรอบฟิสิกส์เดิม

ปี 1905 หรือที่เรียกว่า "ปีมหัศจรรย์" ไอน์สไตน์ตีพิมพ์ผลงานสำคัญหลายชิ้นรวมถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและสมการ E = mc² ซึ่งเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องเวลาและพลังงานในฟิสิกส์ยุคใหม่

ไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบลปี 1921 ไม่ใช่จากสัมพัทธภาพแต่จากคำอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ซึ่งเป็นกุญแจฟิสิกส์ควอนตัมและมีผลต่อเทคโนโลยีในยุคหลัง สัมพัทธภาพทั่วไปของเขาชี้ให้เห็นว่าแรงโน้มถ่วงคือความโค้งของกาลอวกาศ ไม่ใช่แรงธรรมดา

ความสำคัญของวันเกิดเขายังถูกพูดถึงเพราะผลงานยังคงมีชีวิตในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปัจจุบัน พร้อมกับวิธีคิดที่ตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนแน่นอนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนศึกษาวิทยาศาสตร์ต่อเนื่องจนถึงวันนี้

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Albert-Einstein?utm


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top