Friday, 5 June 2026
พร้อมพงศ์นพฤทธิ์

‘เด็จพี่’ เชื่อ มีไอ้โม่งชักใย คปท. บุกเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ที่ รพ.ตำรวจ เอือม!! ราวีไม่สิ้น ถาม? ประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ?

วันที่ 22  ต.ค. 66 ดร.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ เดินทางไปขอเข้าเยี่ยมตรวจสอบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่า น่าจะเป็นเจตนาร้ายหาเรื่องค้าความขัดแย้ง หรือขยายผลไปถึงการปลุกม็อบสร้างความวุ่นวายมากกว่า ทั้งที่บ้านเมืองกำลังสงบเดินไปด้วยดี รัฐบาลกำลังคิดหาวิธีการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน แต่คนกลุ่มนี้กลับทำตัวขวางโลก ปัดแข้งปัดขารัฐบาล เรียกร้องต้องการไม่จบไม่สิ้น

อดีตนายกฯ ทักษิณป่วยจึงเข้าไปนอนโรงพยาบาล คนกลุ่มนี้ก็ไม่เชื่อ ไม่พอใจ ตอนแรกเรียกร้องให้กลับมารับโทษ พอกลับมาก็ยังราวีไม่จบเสียที ต้องการจะดูอาการป่วย อยากจะตรวจสอบความเป็นอยู่ ถามว่าเป็นอะไรกันแน่ เป็นทนาย หรือเป็นหมอ หรือเป็นตำรวจ ออกอาการคาดคั้นแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ลองไปส่องดูโลกโซเชียลบ้างหรือไม่ ถ้ายังไม่หยุดทำตัวขวางโลก ขวางการปรองดอง ระวังจะถูกสังคมประณาม

ทั้งนี้ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวน่าจะมีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง จึงอยากฝากบอกว่าพอได้แล้ว ประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ ขอให้ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุขบ้าง

‘เด็จพี่’ ฟาด ‘ก้าวไกล’ ค้านแบบขวางโลก ชี้!! กลัวรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ จะได้ผลงาน

(22 มิ.ย.67) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรองนายกฯ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีฝ่ายค้านก้าวไกล มีมติไม่รับหลักการร่างงบฯ ปี 68 วาระแรก อ้างเหตุรัฐบาลเบียดบังงบดัน ดิจิทัลวอลเล็ต เกินไป แถมขู่ร้องศาลระงับไม่ให้โครงการแจกเงินดิจิทัลให้ประชาชนเกิด เป็นการค้านแบบไม่มีสติหรือไม่ เหมือนไม่อยากให้ประเทศเจริญ ทั้งที่ตามระบอบประชาธิปไตย เสียงประชาชนเป็นใหญ่ วันนี้เมื่อเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ก็สมควรที่จะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน

ประกอบกับวันนี้เศรษฐกิจกำลังแย่ หุ้นตก เพราะพิษการเมือง ประชาชนลำบากยากจน เป็นหนี้ ไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน ในการดำรงชีพ ขาดสภาพคล่อง ขาดเงินสดหมุนเวียนในระบบ ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบรุนแรง ทำให้โรงงานทยอยปิดตัวไปเยอะ คนต้องตกงาน ครอบครัวต้องลำบาก ยากจน รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไว โดยอัดฉีดตรงให้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมกันทั่วประเทศ เติมเงินในระบบ โดยเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้ประชาชนโดยตรง คนละหมื่นบาท 50 ล้านคน ถ้าโครงการสำเร็จ จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ประชาชนมีเงิน กำลังซื้อจำนวนมหาศาลจะกลับมา รัฐบาลเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คิดทำจะสำเร็จอย่างแน่นอน

"แต่วันนี้ก้าวไกลค้านสุดขั้ว ค้านแบบขวางโลก น่าจะเป็นเพราะกลัวรัฐบาลที่เพื่อไทยเป็นแกนนำจะได้ผลงาน ได้คะแนน โดยไม่สนความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ก้าวไกลอ้างการเมืองใหม่ รับฟังเสียงประชาชน ก็ควรให้ประชาชนตัดสิน โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตดีไม่ดี อีก 3 ปี ประชาชนจะให้คำตอบผ่านการเลือกตั้ง ถ้าดิจิทัลวอลเล็ตไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ประชาชนต้องจดจำว่าพรรคไหนบ้าง มีส่วนค้านการช่วยเหลือประชาชน ที่กำลังลำบาก ยากจน สมัยหน้าควรพิจารณาลงโทษ ให้เป็นฝ่ายค้านตลอดไป" นายพร้อมพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘พร้อมพงศ์’ เหน็บ!! ‘พรรคส้ม’ ปม!! หลุมยุบใหญ่กลางกรุง สงสัย!! ลืมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทั้งที่มี สส.กทม. เต็มสภาฯ

(27 ก.ย. 68) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “รัฐบาลนายอนุทิน เผชิญปัญหาหลุมยุบขนาดใหญ่ หน้าวชิรพยาบาล กลางเมืองกรุง ท่านเก่งตอบทุกเรื่อง บอกต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่พอถูกถามถึงบริษัทรับเหมาที่ได้งานนี้ แค่ยิ้มๆ เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปดื้อๆ โลกโซเชียลตอนนี้ถล่มทลายมาก พรรคที่เคยเก่งขุดคุ้ย เกาะติด กระทรวงแรงงาน ประกันสังคม ถนนพระราม 2 ในกทม.มีสส.ถึง 32 คน กลับไม่แสดงท่าที นำมาสู่การถกเถียงในสภาฯ มัวแต่มาเล่นเกมเรื่ององค์ประชุมสภาฯ ล่ม มาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกัน ไม่รู้เหมือนกันว่า มีดีลพิเศษอะไรกันอีกหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ กระทบถึงชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัย ความเชื่อมั่นระบบคมนาคมขนส่งคนที่อยู่ในกทม.และประชาชนที่อาศัยในเมืองหลวง ควรหยิบยกพูดคุยอย่างจริงจัง หาตัวผู้ทำความผิด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่แปลกใจแฟนคลับส้มจะผิดหวัง ตั้งแต่ยกมือให้นายอนุทิน MOAโดนละเมิด มาถึงหลุมยุบขนาดใหญ่ ชาวเน็ตจะตั้งข้อสังเกตลักษณะอย่างนี้ ลืมหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายค้ำยันให้รัฐบาลหรือไม่” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า วันที่ 29-30 ก.ย. นายอนุทินและครม. แถลงนโยบายรัฐบาล 4 ด้าน ครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคงชายแดน ปัญหาสังคม การพนัน คอลเซนเตอร์ ขอให้กวาดล้างจริงๆ จังๆ รวมทั้งเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ สร้างระบบเตือนภัย เยียวยาชดเชย ทันท่วงที เรื่องหลุมยุบขนาดใหญ่หน้า วชิรพยาบาล จะสรุปออกมาอย่างไร เรื่องนี้มันเกี่ยวพันไม่ใช่แค่ รฟม. กระทรวงคมนาคม กทม. รัฐบาล มีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องสรุปบทเรียนและตรวจสอบ นำมาสู่การแก้ไขทั้งระบบ

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น รัฐบาลมีเวลา 4 เดือนหรือประมาณ 120 วันทำงาน หมดเวลามูเตลู รัฐบาลนายอนุทิน จะเข้าสู่โหมดทั้งเดินหน้าและนับถอยหลัง เดินหน้าพิสูจน์ฝีมือ การแก้ไขปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วสว. ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พืชผลเกษตรตกต่ำ การดึงนักท่องเที่ยวกลับมา ฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ภาคตลาดทุน และการสร้างความมั่นใจจากต่างชาติ ปัญหากระทบกระทั่งกับกัมพูชา ถอยหลังคือ จะต้องยุบสภาฯปลายเดือนม.ค.69 คืนอำนาจให้ประชาชนตามคำพูด ส่วนตัวคงไม่กล้าคาดหวังกับผลงาน 4 เดือนมากนัก ขอเพียง อย่าสร้างปัญหาใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องห้ามเกิดอย่างเด็ดขาดในยุครัฐบาลคนละครึ่ง คนนอกครึ่ง กลุ่มบ้านใหญ่การเมืองอีกครึ่ง ขอฝากไว้เป็นการบ้าน อะไรที่สัญญาไว้ ขอให้พูดแล้วทำ อย่าไปมุ่งเรื่องที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top