Thursday, 4 June 2026
พระเสพเมถุน

‘นิพิฏฐ์’ ขอไม่ซ้ำเติม หลังเห็นข่าวพระเสพเมถุน-ยักยอกเงินบริจาค แต่ฝากคนไทยควรศรัทธาอย่างมีสติเสมอ เพื่อป้องกันถูกพระหลอก

(8 พ.ค. 66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เป็นเช่นนั้นเอง” ระบุว่า เห็นข่าวพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เสพเมถุน และ ยักยอกเงินบริจาคที่เกิดจากความศรัทธาของประชาชน ผมเฉยๆ ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่เคียดแค้นอะไร ถือว่า “ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง” ประการสำคัญ ผมไม่ซ้ำเติมเหตุการณ์ให้ศาสนาต้องบอบช้ำ

แต่ไม่สบายใจอยู่อย่างเดียว คือ หากท่านไม่สามารถครองสมณเพศได้ ควรสึกออกมาเสียก่อน วัตรปฏิบัติของพระในพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งปฏิบัติได้ “ยากที่สุด” บางเรื่องเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติของมนุษย์เสียด้วยซ้ำ พุทธศาสนิกชนเอง ก็ควรทบทวน ในการใช้ศรัทธา ทุกกระบวนการจึงต้องมี “ปัญญา” กำกับด้วยเสมอ แต่นั่นแหละ เราเข้าวัดฟังธรรม บริจาค ก็เพราะศรัทธา แต่ปัญญาเราไม่ได้พกพาเข้าไปในวัดด้วย จึงเกิดเหตุด้วยประการฉะนี้ เราถูกพระหลอก ก็เหมือนเราถูกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หลอกนั่นแหละ ศาสนาของพระพุทธองค์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ มีการปฏิบัติ ตั้งแต่ง่ายไปถึงยาก

‘ปลอดประสพ’ วิจารณ์!! กฎหมายเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา ลั่น!! ‘พระสงฆ์ที่ต้องปาราชิก เพราะเสพเมถุน’ ไม่ใช่อาชญากร

(19 ก.ค. 68) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการเสพเมถุนของพระสงฆ์ พร้อมแสดงความเป็นห่วงต่อการตรากฎหมายใหม่ที่มีบทลงโทษจำคุกพระสงฆ์ที่ทำผิดว่า

"จะลงโทษยังไงดีเรื่องพระเสพเมถุน ผมน่ะหวาดเสียวเหลือเกินเมื่อได้ยินรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักพระพุทธศาสนาพูดถึงข้อเสนอการตรากฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยจะมีบทลงโทษจำคุกพระสงฆ์ที่ต้องปาราชิกเพราะเสพเมถุน มันไม่เกินไปหรือครับ? คิดให้ดี พระสงฆ์ไม่ใช่อาชญากร"

ดร.ปลอดประสพยังกล่าวต่อไปว่า ในสมัยพุทธกาล พระสงฆ์ที่ทำผิดเกี่ยวกับกามเมถุนจะถูกลงโทษโดยการขาดจากความเป็นพระภิกษุเท่านั้น ไม่ใช่โทษจำคุก และย้ำว่าความเชื่อในพระพุทธศาสนาควรมุ่งไปที่ ‘ธรรมและวินัย’ ไม่ใช่ลุ่มหลงในตัวบุคคล

นอกจากนี้ ดร.ปลอดประสพยังเสนอแนวทางการจัดการกับการใช้เงินของพระสงฆ์ โดยแนะนำให้มีการเปิดบัญชีพิเศษสำหรับเงินถวายเฉพาะตัวพระสงฆ์ และเมื่อพระสงฆ์สึกแล้วควรมีการทบทวนการคืนเงินเพื่อความเหมาะสม

ในท้ายที่สุด ดร.ปลอดประสพได้เตือนสื่อมวลชนให้ระมัดระวังในการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ และการทำข่าวที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อความเชื่อถือในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือสร้างความเข้าใจผิดในสังคมไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top