Thursday, 4 June 2026
พระบรมมหาราชวัง

ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ แหล่งรวมหนังสือเฉพาะทาง กับ 5 หนังสือที่ควรค่าน่าอ่าน

ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อยู่ภายในอาคารแถวยาว 2 ชั้น ริมกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ ติดกับประตูวิเศษไชยศรี หรือที่เรียกว่า หอรัษฎากรพิพัฒน์ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ทำการกรมพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ห้องสมุดแห่งนี้รวบรวมหนังสือเฉพาะทางมากมายเกี่ยวกับผ้า ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ การออกแบบ เครื่องแต่งกายแต่ละยุคสมัย หรือเครื่องประดับต่างๆ ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศนับว่าเป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับผ้าและสิ่งทอไว้อย่างครบถ้วน

ในโอกาสปรับโฉมใหม่ ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ แห่งนี้ ปุญญิศา เปล่งรัศมี บรรณารักษ์ประจำห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าวถึงหนังสือทรงคุณค่า 5 เล่มที่นักอ่านไม่ควรพลาด ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงคอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย และผ้าบาติกทรงสะสมจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรวบรวมรายละเอียดและภาพประกอบสวยๆ ไว้อย่างครบถ้วน

สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ : หนังสือประกอบนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” ซึ่งกำลังจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ภายในเล่มบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผ่านฉลองพระองค์ในช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่ยุค 1960 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ จนถึงยุค 2000 รวมถึงฉลองพระองค์สีทอง หรือ สุวรรณพัสตรา สะท้อนให้เห็นว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นผู้นำในการส่งเสริมผ้าทอและงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา หนังสือประกอบนิทรรศการ “ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช :สายสัมพันธ์สยามและชวา” ซึ่งกำลังจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ภายในเล่มบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวา ประเทศอินโดนีเซียทั้งสามครั้ง ทั้งยังรวบรวมประวัติความเป็นมา ภาพที่เกี่ยวข้องและรายละเอียดเกี่ยวกับผ้าบาติกทรงสะสมอันสวยงาม จากเมืองต่างๆ บนเกาะชวารวมทั้งสิ้นกว่า 300 ผืน

ดอนกอยโมเดล : หนังสือคู่มือการพัฒนา “ผ้าย้อมครามของบ้านดอนกอย” จังหวัดสกลนคร โครงการต้นแบบการพัฒนาชุมชนด้วยความคิดสร้างสรรค์ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในเล่มบอกเล่าเรื่องราวของผ้าย้อมครามไว้อย่างละเอียด ตั้งแต่แหล่งที่มาของคราม สีย้อมธรรมชาติ เส้นใย กรรมวิธีการย้อมผ้า การทอผ้า ลวดลายผ้าทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย จนถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกับนักออกแบบชื่อดังของไทย และการสร้างแบรนด์สินค้าสู่สากล

Thai Textiles Trend Book Spring/ Summer 2023 : หนังสือที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยเชื่อมโยงกับเทรนด์โลก โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา นำเสนอแนวโน้มตลอดจนทิศทางของผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายที่เป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบ ช่างทอผ้า ชุมชน และผู้ประกอบการ สำหรับแนวคิดในฤดูกาลนี้คือ “วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย” (Moving Culture) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศฤดูร้อนของไทย โดยมีผ้าบาติกและผ้าขาวม้าเป็นไฮไลท์หลัก

ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี : หนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานเป็นของขวัญปีใหม่แก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ เพื่อจุดประกายการพัฒนาลวดลายและผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ร่วมสมัยเป็นสากล ไฮไลท์ภายในเล่มพบกับผลงานผ้าที่ตัดเย็บโดยนักออกแบบชั้นนำ และความงดงามของผืนผ้าที่ได้รับรางวัลถึง 150 ผืน

ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เปิดให้บริการในวันอังคาร-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์และติดต่อสอบถามการเข้าใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เคาน์เตอร์ร้านพิพิธภัณฑ์ หรือ ติดต่อมายังห้องสมุดโดยตรงที่โทรศัพท์ 02-2215143 ต่อ 402 และเข้าใช้บริการได้ทันที โดยเข้าใช้บริการครั้งแรก ฟรี และครั้งถัดไป 20 บาท หรือสมัครสมาชิกรายปี ปีละ 200 บาท

สำนักพระราชวัง กำหนดเส้นทางและช่วงเวลาให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพื้นที่เข้าชมพระบรมมหาราชวังของนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.68) สำนักพระราชวัง ประกาศแจ้งเรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่า

ตามที่ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 น.-21.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568 เป็นต้นไปนั้น

สำนักพระราชวังกำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ใน 4 ช่วงเวลา ดังนั้น ช่วงที่1 เวลา 08.00 น.-10.45 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00 น.-16.45 น. ช่วงที่3 เวลา 17.45 น.-18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45 น.-21.00 น.

สำหรับการแต่งกายของผู้ที่จะมากราบสักการะพระบรมศพในครั้งนี้ ทางสำนักพระราชวังได้ของความร่วมมือให้ทุกคนโปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ (สีดำ, ขาว) เสื้อคอปก ไม่แขนกุด ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงเท่านั้น งดสวมกระโปรงยีนส์ หรือกางเกงยีนส์

การเข้ากราบสักการะพระบรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนทุกคน เมื่อมาถึงบริเวณท้องสนามหลวง จะต้องผ่านจุดคัดกรอง นั่งรอที่เต็นท์พักคอย ที่ กทม.จัดเตรียมเก้าอี้ไว้ให้นั่งพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจะพาลงไปที่อุโมงค์หน้าพระลาน บริเวณทางเข้าที่ 1

โดยทุกคนจะต้องผ่านการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ และผ่านเข้าเครื่องสแกนเพื่อถ่ายรูปหน้าเครื่องสแกน เสร็จแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบเรื่องการแต่งกายให้มีความพร้อมตามระเบียบสำนักพระราชวัง

สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่ได้สวมต้องสวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงมา จะต้องเปลี่ยนผ้าถุงที่จุดมีบริการให้ยืมผ้าถุง สำหรับสุภาพสตรี ที่บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน ทางออก 2

โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้รับบริการยื่นบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ในการลงทะเบียน ณ จุดยืมผ้าถุง อุโมงค์หน้าพระลาน 2.เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนและส่งคืนบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ให้ผู้รับบริการ 3.ผู้รับบริการคืนผ้าถุง ณ จุดคืนผ้าถุง บริเวณที่ท่าราชวรดิษฐ์ ทางออกประตูเทวาภิรมย์

จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่พามาที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ พาเดินเลี้ยวซ้าย เลียบกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเดินเลียบพระระเบียงวัดฝั่งทิศใต้ ออกประตูศรีรัตนศาสดา

เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่ดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก ขึ้นกราบพระบรมศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

เสร็จแล้ว เมื่อลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะเดินออกทางกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตก เดินออกประตูเทวาภิรมย์ ข้ามไปยังท่าราชวรดิษฐ์ โดยมีจะเจ้าหน้าที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถรางไฟฟ้าให้บริการกลับไปส่งที่สนามหลวง

สำหรับประชาชนที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังเวลา 15.30น.จนถึงเวลา 21.00น. เมื่อเข้าประตูมณีนพรัตน์ จะเดินเลี้ยวขวา ผ่านแผนกแพทย์หลวง เลี้ยวซ้ายแยกกองรักษาการณ์วิเศษไชยศรี เข้าถนนจักรีจรัล ผ่านประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่ดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก ขึ้นกราบพระบรมศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

เสร็จแล้ว เมื่อลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะเดินออกทางกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตก เดินออกประตูเทวาภิรมย์ ข้ามไปยังท่าราชวรดิษฐ์ โดยมีจะเจ้าหน้าที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถรางไฟฟ้าให้บริการกลับไปส่งที่สนามหลวง

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งสำหรับเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะกลับมาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนอีกครั้ง ระหว่างเวลา 08.30 น.-15.30 น. ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2568 เป็นต้นไปนั้น นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ให้เข้าประตูมณีนพรัตน์เดินเลี้ยวซ้าย เลียบกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อบัตรที่ห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเดินเลียบพระระเบียงวัดฝั่งทิศใต้ ออกประตูศรีรัตนศาสดา เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เลี้ยวขวาออกพระประตูพิมานไชยศรี ไปตามถนนจักรีจรัล เลี้ยวซ้ายแยกศาลาลูกขุน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จแล้ว เลี้ยวขวา ออกประตูวิมานเทเวศร์

รัฐบาลเตือนข่าวปลอม!! ดีอี–กรมศิลปากรยืนยันข่าวปลอม รัฐบาลโต้สื่อออนไลน์กัมพูชา ย้ำข่าว “พระบรมมหาราชวังเป็นแหล่งเที่ยวกัมพูชา” ไม่จริง เตือนอย่าแชร์ข้อมูลบิดเบือน

รัฐบาลเตือนข่าวปลอม ยืนยันไม่เป็นความจริง กรณีสื่อกัมพูชาอ้าง "พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับเป็นสถานที่น่าเที่ยวกัมพูชา"

วันนี้ 6 พ.ค. 69   นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม เพื่อยกระดับสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

โดยในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,352 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,017 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,016 ข้อความ และ Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1  เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับให้เป็นสถานที่น่าเที่ยวในประเทศกัมพูชา

อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โครงการแลนด์บริดจ์ ต้องให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 50-99 ปี

อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง วิธีสังเกตผงชูรสแท้ด้วยวิธีเบื้องต้น

อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงการคลัง เปิดเว็บไซต์ใหม่ยื่นชำระภาษี

อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน ทุกโรงน้ำดื่มทั่วประเทศ ต้องจ่ายค่าตรวจน้ำประจำปีเพิ่ม จากปกติ ปีละ 6,900 บาท เป็นปีละไม่เกิน 50,000 บาท

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง คนไทยกว่า 600 คน กลับประเทศไม่ได้ หลังกัมพูชาไม่เปิดด่านตามที่ตกลง

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สนามบินนานาชาติหมู่เกาะพีพี เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม

“สำหรับข่าวปลอม เรื่อง “พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับให้เป็นสถานที่น่าเที่ยวในประเทศกัมพูชา” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นจากสื่อออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ว่า พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนผ่านการใช้ภาพและแหล่งอ้างอิงที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งยังไม่พบแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อยืนยันการจัดอันดับดังกล่าว โดยเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่มีลักษณะนำข้อมูลบางส่วนมาผสมกับภาพที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ การใช้ภาพประกอบแบบรวม (collage) ที่มีทั้ง ภาพนครวัด และภาพพระราชวังที่คล้ายกับพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกใช้เป็นตัวแทนด้านการท่องเที่ยวของประเทศในสื่อสากลอย่างแพร่หลาย ดังนั้นการกล่าวอ้างถึง “พระราชวัง” ในบริบทของกัมพูชา ย่อมหมายถึงสถานที่ภายในประเทศกัมพูชาเอง มิได้เกี่ยวข้องกับพระบรมมหาราชวังของไทย” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

รัฐบาลขอให้ประชาชน ตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.)

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1446993650796301&id=100064570394286&rdid=9HXF3RMghkOt3M0V#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top