Thursday, 4 June 2026
พรยศ_กลั่นกรอง

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ขับเคลื่อนงานกำกับโรงงานไทย ยกระดับระบบมาตรฐาน-ความปลอดภัย วางรากฐานอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็นหน่วยงานระดับกรมในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจสำคัญในการ “บริหาร จัดการ และกำกับดูแลธุรกิจอุตสาหกรรม” ให้เดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย สุขอนามัย และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศด้วย

ในบริบทที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญความท้าทายทั้งด้านมลพิษ กากของเสียอันตราย และการแข่งขันระดับโลก การได้ “พรยศ กลั่นกรอง” มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงถือเป็นจังหวะสำคัญของการยกระดับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง

พื้นฐานด้านการศึกษาของพรยศ กลั่นกรอง สะท้อนภาพ “นักเทคนิคที่เข้าใจทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาอุตสาหการ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อด้วยวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) ด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับอนุปริญญา (Diploma) ด้าน Risk Assessment for Environmental Chemicals in Factory จาก University of Kobe ประเทศญี่ปุ่น 

นอกจากนี้ เขายังผ่านหลักสูตรสำคัญระดับสูง เช่น วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 และหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 15 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนงานเชิงยุทธศาสตร์ และการบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาลในตำแหน่งอธิบดี

ตลอดเส้นทางราชการในกรมโรงงานอุตสาหกรรม พรยศเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายด้าน ทั้งสายเทคนิคและสายกำกับดูแล เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง และผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบมาตรฐานงานกำกับโรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหัวใจในการกำหนดมาตรฐานการกำกับโรงงานและงานทะเบียนเครื่องจักรของประเทศ 

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมีบทบาทในคณะกรรมการระดับชาติหลายชุด เช่น การกำกับโครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะสำหรับสินค้าเหลว และการกำหนดแนวทางจัดตั้งองค์การมหาชนรองรับศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ สะท้อนความเชี่ยวชาญทั้งด้านนโยบายอุตสาหกรรม มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบโลจิสติกส์ของภาคการผลิต 

ล่าสุดเขายังได้รับเกียรติเป็น “ศิษย์เก่าดีเด่น ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตอกย้ำภาพผู้นำภาครัฐรุ่นใหม่ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมต่อสังคมและประเทศ

เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการในปี 2567 ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้เลื่อนจากรองอธิบดีขึ้นมานั่งเก้าอี้อธิบดี พรยศต้องรับ “ภารกิจร้อน” ทันที คือการปราบปรามขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และจัดการ “โรงงานเถื่อน” ที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน เขาผลักดันแนวนโยบาย “ตรวจสุดซอย” เพื่อลงไปตรวจโรงงานเชิงลึกทั้งเรื่องเครื่องจักร สิ่งแวดล้อม การจัดการสารเคมีและกากอุตสาหกรรม โดยย้ำหลักว่า “ไม่ปลอดภัย ไม่อนุญาต” และประกาศชัดว่าจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย ไม่เกรงกลัวต่อผู้มีอิทธิพลใด ๆ

แนวทางนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “สู้ เซฟ สร้าง” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งสู้กับผู้ทำผิดกฎหมาย คุ้มครองผู้ประกอบการที่ดี และสร้างอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกัน 

ในด้านการบริหารเชิงระบบ พรยศเป็นอธิบดีที่ให้ความสำคัญกับ “ดิจิทัล–โปร่งใส–ทำงานเป็นทีม” เขามอบนโยบายให้กรมโรงงานฯ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งในเรื่องการอนุญาตและกำกับดูแลโรงงาน โดยผลักดันการใช้ระบบ E-License ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ให้งานอนุญาตโรงงานรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมจัดสรรงบประมาณกว่า 300 ล้านบาทเพื่อจัดการกากอุตสาหกรรมตกค้างในพื้นที่เสี่ยง และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน 

ในขณะเดียวกันเขายังเดินหน้าพัฒนาระบบดิจิทัลติดตามการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมแบบ Real Time ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผ่านระบบอนุมัติ–อนุญาต กอ.1 ที่เชื่อมโยงข้อมูลกันแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เพื่อลดช่องว่างการลักลอบทิ้งของเสียและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน 

นอกจากนี้ในฝั่ง “เซฟผู้ประกอบการ” เขายังสนับสนุนโครงการเร่งรัดจดทะเบียนเครื่องจักรให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่กว่า 1,300 เครื่อง ช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับความปลอดภัยของโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วประเทศ

อีกด้านหนึ่ง พรยศยังผลักดันประเด็นเศรษฐกิจสีเขียวและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การยกระดับการใช้หม้อน้ำในโรงงานสู่ “หม้อน้ำสีเขียว (Green Boiler)” เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนสุทธิ รวมถึงการนำแนวคิด BCG Model มาใช้ในโรงงานต้นแบบ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และชุมชนรอบข้าง

ภาพของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในยุคอธิบดีพรยศจึงไม่ใช่แค่ “หน่วยงานอนุญาตโรงงาน” แต่เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยไปสู่มาตรฐานสากลและความยั่งยืนอย่างจริงจัง

เมื่อมองภาพรวมทั้งประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และผลงานเชิงนโยบาย จะเห็นได้ว่า “พรยศ กลั่นกรอง” คือผู้นำภาครัฐรุ่นใหม่ที่ผสมผสานความรู้ด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 

เขาไม่เพียงทำหน้าที่ “ผู้กำกับดูแลโรงงาน” แต่ยังทำหน้าที่ “ผู้ออกแบบอนาคตอุตสาหกรรมไทย” ให้เติบโตภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง โปร่งใส และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อุตสาหกรรมเป็นศูนย์กลาง การเดินหน้าปราบลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การใช้ดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพงานกำกับ และการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว คือผลงานที่ทำให้ชื่อของพรยศ กลั่นกรอง ถูกมองว่าเป็นอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ความกล้า และความน่าเชื่อถือ เป็นผู้นำที่ประชาชนสามารถฝากความหวังในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ “เติบโตได้–ปลอดภัยได้–อยู่ร่วมกับสังคมได้” ในระยะยาวอย่างแท้จริง
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top