Thursday, 4 June 2026
ผู้สังเกตการณ์อาเซียน

กัมพูชาถอนอาวุธหนักจากชายแดน สัญญาณคลี่คลายความตึงเครียด หลัง ‘ไทย–กัมพูชา’ ลงนาม ‘ปฏิญญาสันติภาพ’ ที่มาเลเซีย

(27 ต.ค. 68) สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า กัมพูชาและไทยได้เริ่มถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์บางส่วนจากพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาท เพื่อกลับสู่ฐานทัพเดิม ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจของกระทรวงข่าวสารกัมพูชาเป็นเวลาราว 10 นาที

การถอนกำลังเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองประเทศลงนามใน “ปฏิญญาร่วมเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งชายแดน” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ลงนาม และมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รวมถึงนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

Fresh News ระบุอีกว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น “ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์” ของทั้งสองประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากผู้นำมีเจตนารมณ์และความกล้าพอที่จะร่วมมือกัน กัมพูชายืนยันจะปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างจริงใจ และเดินหน้าร่วมมือกับไทยและพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อให้สันติภาพเกิดผลในทางปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน วุฒิสภากัมพูชาได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการลงนามปฏิญญาร่วมครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการเปิด “บทใหม่ของสันติภาพ” และย้ำจุดยืนให้ทุกปัญหาชายแดนได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี พร้อมเสนอให้ตั้งกลไกถาวรของอาเซียนเพื่อรักษาเสถียรภาพและผลักดันการเจรจาชายแดนที่ยังคงค้างอยู่ต่อไป

 

กองทัพเรือไทยโต้เขมร จัดฉากปาประทัดสร้างสถานการณ์ หวังใส่ร้ายไทย!! เป็นฝ่ายเปิดฉากยิง พร้อมป่วนเก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ทำคณะผู้สังเกตการณ์ AOT เข้าใจผิด

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของกัมพูชา (ASEAN Observer Team: AOT) ได้ยุติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิงบริเวณช่องทางผ่านแดนในเขตจังหวัดโพธิสัตว์ ภายหลังได้ยินเสียงคล้ายการใช้อาวุธจากฝ่ายไทยนั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) ซึ่งปฏิบัติการอยู่ ที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่เดียวกับที่ฝ่ายไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวนมาก รวมทั้งระเบิด PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) ที่ลาดตระเวนคุ้มกันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่นั้น ตรวจพบว่าทหารกัมพูชาหลายนายได้นำคณะ AOT–Cambodia มาปรากฏตัวบริเวณแนวรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดทำไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดและเพื่อมิให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถรบกวนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยได้เหมือนที่เคยปฏิบัติมา และได้พยายามขอข้ามแนวลวดหนามมา ซึ่งทางฝ่ายไทยไม่อนุญาตให้ทหารกัมพูชานำคณะดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการได้ของฝ่ายไทยได้

ต่อมาเมื่อวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.) ระหว่างที่หน่วย TMAC ของไทยกำลังปฏิบัติงานต่อเนื่อง ได้สังเกตเห็นกลุ่มทหารกัมพูชากำลังสังเกตการณ์อยู่ภายในฐานจอมวย ซึ่งห่างจากแนวรั้วลวดหนามประมาณ 150 เมตร ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดหรือเสียงไม่ทราบที่มา บริเวณไม่ไกลจากบริเวณนั้น กำลังพลทั้งสองฝ่ายก็ได้หลบและเข้าสู่ที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย ภายหลังตรวจสอบโดยละเอียดของฝ่ายไทยพบว่าไม่มีการใช้อาวุธหรือการปฏิบัติการใดๆ จากฝ่ายไทย โดยเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าเสียงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายประทัดมากกว่าเป็นเสียงจากอาวุธปืน ซึ่งอาจเป็นการสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายกัมพูชาเอง 

กองทัพเรือยืนยันว่าไทยดำเนินการด้านมนุษยธรรมตามมาตรฐานสากล และมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด โดยจะเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนต่อไป ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพร้อมประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top