Friday, 4 April 2025
ผีน้อยเกาหลี

ชาวเน็ตแห่ดูคลิป #ผีน้อยเกาหลี ใน TikTok แนะนำการใช้ชีวิต-วิธีผ่านตม. ยอดวิวทะลุล้าน

ท่ามกลางข่าว ตม.เกาหลีใต้ ส่งคนไทยกลับประเทศนับร้อยคน แต่คนไทยบางส่วน และแรงงานผิดกฎหมายยังยอมเสียเงินเสี่ยงเดินทางไป หวังจะได้ทำงานในต่างแดน ขณะที่ในสื่อสังคมออนไลน์พบ #ผีน้อยเกาหลี ถึงขั้นมีคลิปแนะนำวิธีผ่าน ตม. ยอดคนรับชมหลักหมื่นถึงหลักแสน

หลังสถานการณ์ COVID-19 เริ่มผ่อนคลาย คนไทยหลายคนเริ่มวางแผนที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น บางคนเดินทางไปอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็พบว่าบางส่วนได้มีการเดินทางไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวนไม่น้อยที่เจ้าหน้าที่ ตม. ส่งกลับไทยทันที

ขณะที่ในแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Tiktok พบว่า #ผีน้อยเกาหลี และ #ผีน้อย มีผู้รับชมวิดีโอมากกว่า 5 ล้านครั้ง และมีคลิปวิดีโอจำนวนมากที่โพสต์คลิปบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่แนะนำทั้งการเตรียมเอกสาร การลงทะเบียน การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือแม้กระทั่งการแต่งกายเพื่อให้ผ่าน ตม.เกาหลีใต้

นอกจากนี้ ยังมีคลิปของผีน้อยที่ทำงานอยู่ในเกาหลีใต้แล้วอัดคลิปเล่าบรรยากาศการทำงาน การใช้ชีวิตในเกาหลีใต้ และเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน บ้างก็บอกเล่าวิธีการขอวีซ่าใหม่ บางส่วนก็ช่วยคนอื่นให้มาทำงานที่เกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายด้วย โดยแต่ละคลิปมียอดรับชมหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนวิว

ยอดการเข้าถึงของคอนเทนต์ 'ผีน้อย' ในโซเชียลเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนถึงความนิยมของคนไทยบางกลุ่มที่มีความต้องการจะลักลอบไปทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันอีกเสียงสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวจากสำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานเกี่ยวกับคนไทยที่ถูกส่งกลับประเทศหลักร้อยคน หลังเจ้าหน้าที่ ตม.ปฏิเสธเดินทางเข้าประเทศ เมื่อเดินทางถึงเกาะเชจู กลายเป็นกระแสให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็น 'ผีน้อย' หรือคนไทยที่ตั้งใจเดินทางไปทำงานที่เกาหลีอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก 

'สตม.เซจู' ชี้!! นทท.ไทย หายตัวไปกว่า 76 รายจาก 437 ราย เกิดอะไรขึ้นกับนักท่องเที่ยวไทยกันแน่?

จากเพจเฟซบุ๊ก 'ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชจู ระหว่างวันที่ 2-9 ส.ค. มีรายงานว่า ชาวไทย 76 คนจาก 437 คนที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเที่ยวบินจากกรุงเทพ สายการบินเจจูแอร์ ได้หายตัวไป

ทำให้ตอนนี้ หลังจากมีนักท่องเที่ยวไทย 1,164 คนต้องการเข้าประเทศ ทางเกาหลีใต้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ให้เข้าไปแล้วสูงถึง 727 คน หลังมีการหายตัวของนักท่องเที่ยวไทยมาก

จากการสำรวจของรัฐบาลเกาหลีใต้พบว่า คนไทยส่วนใหญ่เข้ามาในประเทศไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว แต่เพื่อมาหางานทำ ในไทยมีนายหน้าหลายคนที่ใช้สื่อโซเชียล ไปพาคนมาทำงานในเกาหลีใต้ และอยู่อย่างผิดกฎหมาย ด้วยความช่วยเหลือของบริษัทเหล่านี้ 

โดยปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว และหนีออกจากกรุ๊ปทัวร์ กลายเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย และเกาะเชจูได้กลายเป็นประตูเข้าประเทศของ "นักท่องเที่ยวปลอม" ใช้เป็น "ช่องโหว่" เดียว ที่อนุญาตให้นักเดินทางจากประเทศไทยอยู่ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 90 วัน 

สืบ ตม.1 แท็กทีม สน.คลองตัน บุกตรวจร้านทำผมชื่อดังถนนสุขุมวิท รวบผีน้อยเกาหลี 4 ราย ถือวีซ่าท่องเที่ยวแอบตัดผมฉ่ำ

(15 ม.ค. 68) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย  โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY ตรวจสอบป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง บก.ตม.1 โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1 รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการประสานงานจาก สน.คลองตัน โดย พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เกี่ยวกับเบาะแสของร้านทำผมชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทตอนกลางจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน พร้อมชุดปฏิบัตินำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนากร งามเย็น รอง ผกก.ป.สน.คลองตันพร้อมกำลังนับสิบนายลงพื้นที่ตรวจสอบ ในวันที่ 14 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา 

สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุม เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณสถานประกอบการตามที่ได้รับเบาะแส ในเวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อขึ้นไปชั้น 2 จะมีห้องสำหรับทำผม และเปิดประตูเข้าไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจพบทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติกำลังรับบริการตัดแต่งและจัดทรงผมเป็นจำนวนมาก ลูกค้าบางส่วนยังเข้าคิวรอรับบริการอยู่ โดยมีช่างตัดแต่งทรงผมทั้งที่เป็นชาวไทยและที่มีลักษณะรูปพรรณคล้ายชาวต่างชาติเอเชียตะวันออกอีกหลายราย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และเจ้าพนักงานตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ฯ ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงานของช่างทำผมที่กำลังทำหน้าที่อยู่ทั้งหมด ผลการตรวจสอบจึงพบว่า ช่างทำผมมีสัญชาติเกาหลี 4 คน เป็นชาย 2 และหญิง 2 ดังนามสมมติต่อไปนี้ MR.LEE สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 25 ปี, MR.KIM สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 30 ปี, MS.JIYOEN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 25 ปี, MS.JI HYE สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 24 ปี และยังพบหญิงสัญชาติเมียนมา 1 คน คือ MS.THIN THIN สัญชาติเมียนมา อายุ 33 ปี โดยชาวเกาหลีใต้ทั้ง 4 รายเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการผ่อนผันการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว 90 วันซึ่งจะไม่สามารถทำงานได้ ส่วนชาวเมียนมาอีก 1 รายนั้นมีใบอนุญาตทำงานแต่ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกำลังทำผมให้กับลูกค้าซึ่งอาชีพการทำผม ตัดผม เสริมสวย เป็นหนึ่งในงานต้องห้ามทำโดยเด็ดขาด ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เช่นเดียวกับ งานเร่ขายสินค้า และงานนวดไทย เป็นต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ทั้งหมดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”  และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาชาวเมียนมาในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ทำงาน ทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะกระทำได้ ควบคุมตัวส่ง พงส.สน.คลองตัน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวกล่าวสอบถาม พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า การประกอบอาชีพสงวนที่ต้องห้ามเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว หากถูกจับกุม นอกจากจะมีโทษปรับตามกฎหมายคือตั้งแต่ 5,000-50,000 บาทแล้ว จะมีผลไปถึงการถูกบันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักรนอกจากนี้ยังขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า สตม. เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่มาตรฐานสากลในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และทำความผิดอื่นๆ ทั้งนี้หากท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารพระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่   อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ จักขอบพระคุณยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top