Thursday, 4 June 2026
ป่าตอง

กรมทะเลและชายฝั่ง ผนึกกำลัง เอ็มซีเอ็ม คอมมูนิเคชั่น และจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการ Go Green Active กิจกรรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอ่าวป่าตอง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน หญ้าทะเล ชายหาด เกาะแก่งต่าง ๆ รวมทั้งพื้นที่ระบบนิเวศชายฝั่งทะเลที่สำคัญ โดยเฉพาะแนวปะการังซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัย ของสัตว์น้ำนานาชนิด แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำที่ถือเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวทะเล ดังนั้น กรมฯ ได้มีแนวคิดที่จะยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน จึงจับมือกับบริษัท เอ็มซีเอ็ม คอมมูนิเคชั่น จำกัด ริเริ่มโครงการ Go Green Active กิจกรรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอ่าวป่าตอง โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ณ บริเวณหาดป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลในเชิงสุขภาพ สร้างจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยว ประชาชน ผู้ประกอบการในการลดปริมาณขยะ เพื่อลดสภาวะโลกร้อน และให้เห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีจิตสำนึก รวมทั้งสร้างทัศนคติในการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นหนทางหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกที่ยั่งยืน ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านเครือข่ายผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความชื่นชอบในการดำน้ำในพื้นที่ธรรมชาติ พร้อมทั้งเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจกอบกู้มหาสมุทรผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ยกระดับกิจกรรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล รวมถึงสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างทัศนคติในการอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบตามหลักแนวคิด Go Green เพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและบำบัดสิ่งแวดล้อมด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรทาง

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ในวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2565) ตนได้นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมโครงการ Go Green Active กิจกรรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอ่าวป่าตอง ซึ่งภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเล การจัดแสดงงานศิลปะจากขยะรีไซเคิล การแข่งขันดำน้ำชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา หรือ Open Water Princess Cup กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะในแนวปะการัง เก็บขยะใต้ทะเล ชายหาด การดำน้ำปลูกฟื้นฟูปะการังโดยการเก็บชิ้นส่วนปะการังที่แตกหัก และกิจกรรมดำน้ำติดตั้งซ่อมแซมทุ่นสำหรับผูกจอดเรือแทนการทิ้งสมอป้องกันไม่ให้ทิ้งสมอบนแนวปะการัง เป็นต้น พร้อมกันนี้ กรมฯ ได้เชิญนักดำน้ำอาสาสมัครของกรมฯ จำนวน 250 คน พร้อมทั้งสนับสนุนยานพาหนะสำหรับอาสาสมัครเครือข่ายนักดำน้ำ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ เรือยาง เรือ Diving Boat พลขับ อาหาร อุปกรณ์ดำน้ำ และทุ่นลอยเพื่อความปลอดภัยของนักดำน้ำและกำหนดจุดดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ปะการัง

ภายหลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่กรมฯ ได้รายงานผลการดำน้ำเก็บขยะในแนวปะการัง โดยนักดำน้ำอาสาสมัครสามารถเก็บขยะรวมน้ำหนักทั้งสิ้น 321.9 กก. ซึ่งแบ่งออกเป็นขยะประเภทเชือก 53.9 กก. คิดเป็นร้อยละ 16.74 และขยะประเภทอวน 31 กก. คิดเป็นร้อยละ 9.63 ขยะประเภทอื่นๆ 237 กก. คิดเป็นร้อยละ 73.63 ทั้งนี้ ขยะประเภทเชือกและอวนกรมฯ ไม่ได้ส่งให้ EFJ นำไปรีไซเคิล เนื่องจากสะอาดไม่พอต่อกระบวนการรีไซเคิล พร้อมกันนี้ กรมฯ ได้มอบใบประกาศเกียรติบัตรแก่นักดำน้ำอาสาสมัครในโอกาสที่ร่วมกันทำคุณประโยชน์ต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทางเอ็มซีเอ็ม คอมมูนิเคชั่น จังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง นักดำน้ำอาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมกันดำเนินโครงการ Go Green Active กิจกรรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอ่าวป่าตองจนประสบความสำเร็จ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นกระบอกเสียงที่สามารถสร้างจุดเปลี่ยนและสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้หันมาใส่ใจในสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศอีกด้วย “นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย”

'แก๊ง นทท.ต่างชาติ' ซิ่ง จยย. - บีบแตรรอบป่าตอง ทำชาวบ้าน-ผู้ใช้ถนนเดือดร้อน ล่าสุด 'จนท.' รวบแล้ว 7 ราย

เพจ 'ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต' เผยคลิปกลุ่มชาวต่างชาติจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์เร่งเครื่อง บีบแตรเสียงดังป่วนบริเวณพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและผู้ใช้ถนน สภ.ป่าตอง เข้าตรวจสอบและได้ดำเนินการจับกุม รวม 7 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันนี้ (9 ก.พ. 66) เพจ 'ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต' โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มชาวต่างชาติจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์เร่งเครื่อง บีบแตรเสียงดังป่วนบริเวณพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยทางเพจรายงานว่า "เมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) เวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีแก๊งต่างชาตินับร้อยรวมตัวกันซิ่งรถป่วนเมือง ที่บริเวณพื้นที่ป่าตอง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและผู้ใช้ถนน"

ทางเพจรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ที่กลุ่มสมาชิกแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสขับขี่รถจักรยานยนต์ เร่งเครื่องยนต์เสียงดังรบกวน บริเวณพื้นที่ป่าตอง ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ สภ.ป่าตอง จึงเข้าตรวจสอบและได้ดำเนินการจับกุม รวม 7 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ลูกค้าสุดเฟล สั่งปลากะพงทอดน้ำปลา ที่ร้านย่านป่าตอง แต่ได้ปลาทับทิม 400 บ. โอดไม่มีเมนูภาษาไทย เสียดายความรู้สึก เหมือนถูกหลอกในดงสแกมฯ แนะรัฐตรวจสอบ

เมื่อวันที่ (22 ต.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok @ter___1997 แชร์ประสบการณ์สุดเฟล หลังไปที่ร้านแห่งหนึ่งย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยสั่งเมนูปลากะพงทอดน้ำปลา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นปลาชนิดอื่นที่ราคาถูกกว่า ซ้ำยังเจอร้านคิดราคาจานนี้ถึง 400 บาท

นอกจากนี้ เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาในเมนูนั้นไม่ได้มีภาษาไทยระบุไว้ คาดว่าเน้นขายคนต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเสิร์ฟมาพบว่าไม่ใช่ปลากะพง แต่คล้ายจะเป็นปลาทับทิมทอด หรือปลาชนิดอื่นมากกว่า เจ้าของเรื่องราวระบุว่า “คิดว่าปลาอะไร จานนี้ 400 บาท มาป่าตองคือไม่สนุกเลย เหมือนมาเมืองสแกมเมอร์ ชอบหลอกคนไทย เลยไม่ค่อยอยากจะมา พอวีนมันบอกทำไมไม่ถามก่อน ในร้านพนักงานไม่มีคนไทยเลย จะให้การท่องเที่ยวไทยเป็นงี้จริงดิ”

หลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมองว่าร้านน่าจะตั้งใจไม่ระบุชนิดปลาในเมนู แต่ยังไงในรูปยังไงก็เป็นปลากะพง ดังนั้นก็ถือว่าไม่ตรงปกอยู่ดี แถมปลาที่ทอดมายังสีคล้ำ ไม่ค่อยน่ากิน มิหนำซ้ำยังคิดราคาแพง เจ้าของเรื่องยอมรับว่านอยด์สุด ๆ แต่เพราะไปกันแค่ 2 คน ไม่อยากมีเรื่อง สุดท้ายเลยยอมจ่ายไปแล้วออกมาจากร้าน แต่ก็อยากให้มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top