Friday, 5 June 2026
ปานเทพ

‘อาจารย์ปานเทพ’ ออกโรงแจง พื้นที่ทะเลเป็นของไทย อย่าปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน แย่งชิงผลประโยชน์

(24 ต.ค. 67) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

อย่าปล่อยให้คนปล้นชาติ ทำให้พื้นที่ทะเลไทย กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

18 พฤษภาคม 2516 มีพระบรมราชโองการในสมัยรัชกาลที่ 9 ประกาศกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย โดยยึดถือมูลฐานแห่งบทบัญญัติของอนุสัญญาว่าด้วยทะเล อาณาเขตและเขตต่อเนื่อง ซึ่งกระทำ ณ กรุงเจนีวา ลงวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1958 โดยการลากเส้นจากหลักเขตที่ 73 ของไทย ออกมาแบ่งครึ่งมุมระหว่างเกาะกูด และเกาะกง ตามบทบัญญัติแห่งกรุงเจนีวาว่าด้วยไหล่ทวีป ค.ศ. 1958 (รับรองโดยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982)

ดังนั้นพื้นที่ทะเลอาณาเขต พื้นที่ทะเลต่อเนื่อง และพื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะ ฝั่งอ่าวไทยรวมพื้นที่ 202,676.20 ตารางกิโลเมตร หรือ 126,672,638 ไร่ รวมทั้งทรัพยากรทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าวจึงย่อมเป็นของราชอาณาจักรไทย ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของบรรพบุรุษไทย รวมทั้งแลกด้วยแผ่นดินไทยจำนวนมหาศาลตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ใช่เอาไปบิดเบือนพระบรมราชโองการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 ให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ในเรื่องพลังงานอย่างไม่ถูกต้อง และไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทย

ด้วยจิตคารวะ
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
22 ตุลาคม 2567

‘บ.ก.ลายจุด’ โพสต์!! กรณี โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน อ.ปานเทพ ชี้!! มีเจตนาดี เสนอรัฐบาล หาวิธีการนิรโทษกรรม ไม่ให้กลับมาเล่นงาน

(3 ส.ค. 68) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

สิ่งที่คุณปานเทพอธิบายตอบข้อสงสัยของผมในช่อง News1

1.โดรนไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ทางการทหาร แต่เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไป

2.กรณีโดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน มีเพียงตัวโดรนไม่มีลูกระเบิด จึงยังไม่นับว่าเป็นอาวุธ นอกจากนั้นยังสามารถเอาไปส่งอาหารหรือแม้แต่แปรอังษรได้

3.ในทางธุรกรรมคุณปานเทพในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินติดต่อกับบริษัทเอกชนที่ผลิตโดรนที่มีการผลิตโดรนทิ้งระเบิดอยู่แล้ว ไม่ได้โอนเงินผ่านกองทัพแล้วกองทัีพไปสั่งซื้อ 

สรุป เมื่อโดรนไม่ใช่ยุทโธปรณ์ เรื่องนี้จึงไม่มีความผิดปกติใดๆ และทำอย่างเปิดเผย
ต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดกันนะครับ

1.โดรนที่คุณปานเทพสั่งผลิตและส่งมอบนั้นเป็นโดรนทิ้งระเบิดแน่นอน สิ่งนี้ได้ระบุอย่างชัดแจ้งในหลายคลิปที่คุณปานเทพชักชวนผู้บริจาค เอาเฉพาะที่ผมได้ยินคำว่า โดรนทิ้งระเบิดก็น่าจะไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อให้สามารถดัดแปลงไปส่งอาหารได้ แต่เจตนาคือผลิตโดรนทิ้งระเบิด 

2.โดรนทั่วไปกับโดรนทางการทหารต่างกัน เพราะโดรนทั่วไปนั้นจะใช้คลื่นความถี่ที่ชัดเจนเช่น 2.4 Ghz และ 5.8 Ghz ซึ่งทำให้สามารถตรวจจับได้ง่ายเพราะทราบคลื่นความถี่ 

ในขณะที่โดรนทางการทหารต้องหลบเลี่ยงการตรวจจับคลื่นความถี่ กรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในการอนุญาตของ กสทช เว้นเสียแต่จะทำอยู่ภายใต้งานวิจัยและเข้าใจว่าภายใต้ภาระกิจด้านความมั่นคง 

คำถามคือ โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ใช้ความถี่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ? ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความถี่อื่น เพราะคุณปานเทพพูดหลายครั้งเรื่องคลื่นความถี่พิเศษซึ่งเป็นประเด็นทางเทคนิคในการหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นโดรนชุดนี้จึงไม่ใช่โดรนในเชิงพานิชย์ที่ขายกันอยู่ในตลาด และมีสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์ในการผลิตและการใช้งาน

3.โดรนทิ้งระเบิดที่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือไม่ ?
คำถามคือ รถถังที่วิ่งได้ แต่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า เครื่องบินที่ออกแบบมาสำหรับการรบ หากไม่มีกระสุนหรือลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า ? โดยสามัญสำนึกนี้คงมีคำตอบชัดเจนขึ้น เมื่อเปลี่ยนจากโดรนทิ้งระเบิดเป็น รถถัง หรือ เครื่องบิน เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการผลิตและการออกแบบมันถูกออกแบบมาเพื่อทางการทหารชัดเจน

4.เมื่อโดรนทิ้งระเบิดเป็นยุทโธปกรณ์ เอกชนจึงไม่สามารถสั่งผลิตหรือเป็นเจ้าของได้ 

ข้างบนนี้เป็นประเด็นที่อยากแค่แลกเปลี่ยนความเห็นกันจริงๆ หรือชี้จุดอ่อนของการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าต่อให้คุณปานเทพรู้ว่ามันคือยุทโปกรณ์คุณก็ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้อง เพียงแต่ว่าระเบียบข้อกฎหมายมันดูจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งในจุดนี้ผมจะเห็นด้วยมาก ดังนั้นหากจะถอดบทเรียนรอบนี้แล้วไปออกแบบกฎระเบียบในภาวะฉุกเฉินเพื่อให้สามารถสั่งผลิตโดรนได้รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นกว่าสถานการณ์ปกติ
ข้อกังวงของผมคือ การที่มีเอกชนถือครอบโดรนทิ้งระเบิดมันน่ากังวล สิ่งนี้ควรถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ควรส่งเสริมในกรณีที่กองทัพจะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศโดยใช้เทคโนโลยีโดรน 

ผมหวังว่าจะไม่มีใครไปฟ้องร้องอะไรในเรื่องนี้ เพราะเมื่อมองถึงเจตนาผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเชื่อและมองเห็นเจตนาที่ดีครั้งนี้ของคุณปานเทพ อย่างไรก็ตามหากข้อเท็จจริงทางกฎหมายเป็นแบบที่ผมกล่าวมา เสนอให้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดหาวิธีการนิรโทษกรรมกรณีพิเศษนี้ เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่เพื่อกลับมาเล่นงานคุณปานเทพได้ภายหลัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top