Sunday, 7 June 2026
ปราบยาเสพติดทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรี 'แพทองธาร' นำทัพตำรวจลุยเดือด ปราบยาเสพติดทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม และเฮโรอีน 126 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท ล่าถึงทรัพย์!

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น 'วาระแห่งชาติ' โดยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ครอบคลุม และเป็นระบบ ทั้งการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ด้วยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงการปราบปรามจับกุมผู้ค้า และการยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำผิดรายสำคัญ พร้อมทั้งมีระบบฟื้นฟูและติดตามผู้เสพ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรอีก และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเกิดผลในทางปฏิบัติ รัฐบาลได้ผลักดัน ยุทธศาสตร์ SEAL – STOP – SAFE อย่างเข้มข้น โดย SEAL: ปิดล้อมพื้นที่ต้นทาง สกัดยาไม่ให้ทะลักเข้าไทย/ STOP: หยุดยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ โดยกวาดล้างผู้ค้าอย่างเด็ดขาด/ SAFE: ทำให้ชุมชนปลอดภัย ลูกหลานไทยห่างไกลยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สนองนโยบายดังกล่าวทันที พร้อมเปิดยุทธการเชิงรุกปราบปรามยาเสพติดแบบเข้มข้นทั่วประเทศ ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ ทั้งคน ทั้งเส้นทางการเงิน ทั้งทรัพย์สิน ไม่มีละเว้น!

ล่าสุดวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแถลงผลการปฏิบัติ พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. รวมถึง ผบก.ในสังกัด เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ผ่านมา (1 เม.ย. – ปัจจุบัน) หลังจากการเปิดปฏิบัติการ SEAL – STOP – SAFE กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เดินหน้า ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ เครือข่ายรายสำคัญได้กว่า 31 คดี ผู้ต้องหา 34 คน ยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 126 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท ยุทธการเชิงรุกในการสกัดกั้นและขยายผลการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ รายละเอียด ดังนี้ 
- สกัดกั้นจากชายแดนภาคเหนือ 10 คดี ผู้ต้องหา 17 คน ของกลาง ยาบ้ากว่า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 70 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 2,476 กิโลกรัม 
- สกัดกั้นจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลาง ไอซ์ 697 กิโลกรัม 
- สกัดกั้นในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้ผ่านไปยังประเทศที่สาม 4 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลาง ไอซ์ 1,132 กิโลกรัม 
- สกัดกั้นลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง ได้แก่ ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และกินี ตามโครงการ AITF 15 คดี ของกลาง ไอซ์ 137.68 กิโลกรัม และ เฮโรอีน 57.26 กิโลกรัม

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ “SEAL-STOP-SAFE” เมื่อ 1 ก.พ.68 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นจับกุมในพื้นที่ชายแดน โดยให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการบุกทะลวงเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญแบบไม่ให้ตั้งตัว เข้าถึงเป้าหมายอย่างเฉียบขาด ทลายจุดพักยา และเส้นทางลำเลียงอย่างเด็ดขาด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรู บ้านพักหรู เงินสด ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์สินที่ซุกซ่อนในรูปแบบซับซ้อน ทุกชิ้นถูกกวาดล้างอย่างไม่ปรานีและไม่มีหลุดรอดแม้แต่รายการเดียว ปฏิบัติการนี้สอดรับนโยบายอย่างเข้มข้น และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ “จับคนผิด” แต่ไล่ล่าทุกเส้นทางการเงิน ขยายผลถึงทรัพย์สิน ดำเนินการยึด อายัด และฟ้องร้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่มีละเว้น ไม่มียกเว้น! ทำให้มีผลการจับกุมและยึดทรัพย์สิน “เพิ่มขึ้นทุกมิติ” เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และผลการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (7 เดือน) 

-ปิดล้อมตรวจค้น 25,745 เป้าหมาย, 6,549 เครือข่าย จับกุมผู้ค้ารายย่อย 34,563 คน ยึดยาบ้า 152 ล้านเม็ด, ไอซ์ 13,335 กิโลกรัม, อาวุธปืน 1,798 กระบอก, ระเบิด 4 ลูก และยึดทรัพย์สิน 2,795 ล้านบาท 

-จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหาทั่วประเทศ 158,832 คดี ผู้ต้องหา 157,881 คน จับกุมตามหมายจับ 3,899 คน ดำเนินคดีข้อหาสมคบ สนับสนุน 2,338 คดีข้อหาฟอกเงิน 181 คดี ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 645.93 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,223 กก., เฮโรอีน 938 กก., คีตามีน 4,471 กก. และยาอี 271,329 เม็ด ยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 8,064 ล้านบาท  พร้อมทั้งได้สั่งการให้ขยายผลถึงระดับเครือข่ายและผู้สั่งการ ถือเป็นสัญญาณเตือนแรง! ถึงกลุ่มค้ายาที่ยังเหลืออยู่ว่า “ไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย!”  

ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รมว.ยุติธรรม กดปุ่ม 'Kick Off 1386' ปูพรมปราบยาเสพติดทั่วประเทศ เดินหน้ายุทธการวาระชาติ

(5 พ.ย. 68) ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. อาคาร 2 ชั้น 4 (ดินแดง) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดปฏิบัติการ “Kick Off 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” ครั้งที่ 1/2569 ตอกย้ำการขานรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น วาระแห่งชาติ เดินหน้ากระชับพื้นที่–ล้างเครือข่ายค้ายาในทุกมิติ

พิธีเปิดจัดขึ้นโดยมีผู้แทนภาคีด้านความมั่นคงร่วมเข้าพลังอย่างพร้อมหน้า ทั้งตำรวจ ทหาร ปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานเฉพาะกิจ อาทิ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.สราวุธ ประเสริฐชีวะ จากกอ.รมน. นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัด มท. รวมถึงกำลังจากเหล่าทัพและป.ป.ส.ภาค 1–9 และกทม.

ปฏิบัติการพุ่งเป้าตามสายด่วน 1386 ทั่วประเทศ เริ่มจากการลงพื้นที่ตามเรื่องร้องเรียนของประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.–5 พ.ย. 2568 รวม 161 จุดปฏิบัติการ ครอบคลุม 21 จังหวัด 87 อำเภอ มุ่งตรวจสอบเป้าหมายบุคคลรวม 156 ราย แบ่งเป็นประชาชนทั่วไป 149 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 7 ราย พร้อมตรวจเข้ม 5 ชุมชนเสี่ยงแพร่ระบาด

ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 41 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 คน ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 2,700 เม็ด ไอซ์ 65.6 กรัม คีตามีน 2.8 กรัม นำผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด 109 คน และยึดทรัพย์เพื่อตรวจสอบ 3 รายการ ได้แก่ เงินสด 2,502,500 บาท รถยนต์ 1 คัน และอาวุธปืน 1 กระบอก

รายงานจากหน่วยปฏิบัติผ่านระบบ Webex ระบุว่า ชุมชนแออัดยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดต่อเนื่อง รวมถึงพบกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำจำนวนหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า การบูรณาการระหว่าง ป.ป.ส. กับตำรวจ ทหาร ปกครอง และสาธารณสุข ต้องเดินหน้าอย่างเข้มข้น ทั้งด้านการปราบปราม การลดการแพร่ระบาด และการฟื้นฟูชุมชน พร้อมสั่งกำชับให้ทุกหน่วยวางแผนเชิงรุกและสร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยในระดับหมู่บ้านและชุมชน

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินงานบนหลัก โปร่งใส ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และขอให้ประชาชนร่วมเป็นกำลังสำคัญ หากพบเบาะแสค้ายาหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 “ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลบรรลุเป้าหมาย สร้างสังคมไทยปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top