Thursday, 4 June 2026
บ้านหนองจาน

‘กัมพูชา’ ส่งหนังสือค้าน ‘ไทย’ ออกโฉนดให้ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ชี้ JBC ยังไม่ตัดสิน!! เชื่อพื้นที่ดังกล่าวเป็นของคนเขมร จ.บันทายมีชัย

(26 ส.ค. 68) สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด เมื่อมีรายงานว่านายอุม เรียตรีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบันทายมีชัย กัมพูชา ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แสดงความกังวลต่อคำแถลงผ่านสื่อไทยเรื่องการออกโฉนดที่ดินให้แก่พลเมืองไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยย้ำว่าหากกระทบพื้นที่ที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่ได้ตกลง หรือมีชาวกัมพูชาครอบครองอยู่ กัมพูชาขอคัดค้านอย่างชัดเจน

ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลต่อพื้นที่พิพาทอาจละเมิดเจตนารมณ์บันทึกความเข้าใจปี 2000 และบั่นทอนการเจรจาเขตแดนร่วม พร้อมขอให้ไทยระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดและรักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้าน

ด้านสำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานโดยอ้างคำพูดของนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่าพื้นที่บ้านหนองจานเป็นเขตป่าไม้ ไม่มีเอกสารสิทธิ สื่อกัมพูชาจึงตีความว่าไทยไม่มีสิทธิอ้างกรรมสิทธิ์ และถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านกัมพูชาบางส่วนโกรธแค้น และกดดันจนผู้ว่าฯ ปริญญาต้องออกมาขอโทษ โดยอ้างว่าเกิดจากความเข้าใจผิด

สื่อกัมพูชายังอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวคือหมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันทายมีชัย ซึ่งปัจจุบันทหารไทยได้นำลวดหนามและสิ่งกีดขวางมาตั้งแนวเขต ทำให้คณะกรรมาธิการชายแดนร่วมของกัมพูชาส่งคำคัดค้านอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวทำลายบรรยากาศความไว้วางใจ และเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคีอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง

‘ผู้ว่าฯ สระแก้ว’ เอาจริง!! ส่งหนังสือถึง ‘ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย’ ขอให้ย้ายชาวเขมร 170 ครอบครัว ที่รุกล้ำออกนอกแผ่นดินไทย

(4 ก.ย. 68) นายปริญญา โทธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ออกแถลงการณ์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ขอให้ย้ายราษฎรชาวกัมพูชาที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กลับออกนอกราชอาณาจักรไทยโดยเร็ว

ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของไทย และอยู่นอกเขตพื้นที่อ้างสิทธิ์ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU 43) ระหว่างไทย–กัมพูชา ที่ลงนามเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 การปลูกสร้างบ้านเรือนของราษฎรกัมพูชาจึงถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและผิดกฎหมายไทย

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีราษฎรกัมพูชารุกล้ำพื้นที่บ้านหนองจาน 135 ครัวเรือน และบ้านหนองหญ้าแก้ว 35 ครัวเรือน รวม 170 ครัวเรือน จังหวัดสระแก้วจึงขอความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาให้เร่งย้ายออก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของไทย

‘ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย’ ส่งหนังสือโต้ ‘ผู้ว่าฯ สระแก้ว’ ชี้รื้อหมู่บ้านเขมร ละเมิด MOU ควรรอผลหารือ GBC-JBC

(4 ก.ย. 68) ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา นายอุม เรียเตรย ได้ส่งหนังสือถึงนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วของไทย ขอให้ยุติการสั่งย้ายชาวกัมพูชาที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านจกเจยและบ้านเปรยจัน ซึ่งตรงกับพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ฝั่งไทย โดยย้ำว่าควรรอผลการหารือของคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่มีหน้าที่โดยตรงด้านเขตแดน

ในหนังสือ ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจยระบุว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวที่กระทบต่อชาวบ้านถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 และข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา รวมถึงเจตนารมณ์ของการประชุมระดับทวิภาคีที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศคงสถานการณ์เดิมและส่งเรื่องให้กลไกอย่างเป็นทางการแก้ไขตามกระบวนการสันติ

กัมพูชายืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของตนมาโดยตลอด และชาวบ้านที่อยู่อาศัยอยู่ในปัจจุบันก็มีรากฐานจากผู้ลี้ภัยในยุคเขมรแดงซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน จึงไม่ควรถูกบังคับย้ายออกไปโดยไม่ได้รับการเจรจา

โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ว่าฯสระแก้วได้มีหนังสือถึงฝ่ายกัมพูชาเมื่อ 29 สิงหาคม ขอให้ย้ายชาวบ้าน 170 ครัวเรือนที่รุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทยออกจากพื้นที่ โดยแบ่งเป็นบ้านจกเจย 135 ครัวเรือน และบ้านเปรยจัน 35 ครัวเรือน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้วของไทย

‘กองกำลังบูรพา’ ย้ำเอกสารปลอม!! ไม่มีคำสั่งอพยพประชาชนแนวชายแดน พบเอกสารมีพิรุธหลายจุด กำลังเร่งหาผู้ปลอมแปลงมาดำเนินคดี

(10 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพาออกแถลงชี้แจงกรณีมีเอกสารเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียและกลุ่มไลน์ ระบุให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ชายแดน โดยยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม และไม่ใช่เอกสารทางราชการจริง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากพิจารณารายละเอียดในเอกสารจะพบพิรุธหลายจุด และกำลังสืบสวนหาต้นตอการปล่อยข่าวลวง พร้อมเตรียมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาย้ำว่า ข่าวปลอมเช่นนี้สร้างความสับสนและกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในแนวชายแดน จึงขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และติดตามข้อมูลจาก หน่วยงานราชการหรือช่องทางที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก

‘พลตรี เบญจพล’ ผบ.กองกำลังบูรพา ลั่น!! พร้อมไล่ชาวกัมพูชา ย้ำเมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริง ‘เราพร้อมแน่นอน’

เมื่อวันที่ (24 ก.ย. 68) พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยแนวชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงการตรวจโครงการสร้างถนนเพื่อความมั่นคง และ “บังเกอร์กันจอมพลัง” บริเวณแนวสแลนดำ

ระหว่างลงพื้นที่ มีชาวบ้านซึ่งมีที่ดินแต่ถูกกัมพูชายึดพยายามสอบถามแนวทางทวงคืนพื้นที่ พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ทหารยึดคืนและสร้างรั้วกั้นพรมแดน โดย พล.ต.เบญจพล ตอบสั้น ๆ ว่า “ได้ครับ สักครู่” ก่อนจะเดินไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่กองร้อย ตชด. 4

ภายหลังการตรวจเยี่ยม พล.ต.เบญจพล ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า กำลังพลทุกฝ่ายมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ แม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเกิดความเคลื่อนไหวเมื่อใด แต่ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น โดยยอมรับว่าเข้าใจความรู้สึกชาวบ้านที่อยากให้ทหารเด็ดขาด พร้อมชี้ว่าขณะนี้ไทย–กัมพูชาอยู่ในภาวะ “ต่างฝ่ายต่างคุมเชิง” และขอความร่วมมือสื่อไทยระมัดระวังการนำเสนอ เพราะกัมพูชาติดตามข่าวสารใกล้ชิด

สำหรับประเด็นการผลักดันชุมชนกัมพูชาออกจากพื้นที่ พล.ต.เบญจพล ระบุชัดว่า “เราพร้อม” และย้ำว่าถึงเวลาเมื่อใดจะดำเนินการแน่นอน พร้อมขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่เป็นกำลังสำคัญให้กองทัพ โดยทิ้งท้ายว่า ไม่ว่ากัมพูชาจะออกด้วยเหตุผลใด “สุดท้ายก็ต้องออก” และขอให้ประชาชนสบายใจได้

‘กัน จอมพลัง’ เดินหน้าวางตู้คอนเทนเนอร์ 60 ใบ กั้นแนวชายแดนบ้านหนองจาน 10 ต.ค. นี้

(9 ต.ค. 68) 'กัน จอมพลัง' หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ระบุเตรียมนำ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 6 เมตร จำนวน 60 ใบ ไปวางเป็นแนวรั้วกั้นบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ในวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อใช้ป้องกันพื้นที่ชายแดนจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเปิดรับผู้จำหน่ายตู้ที่สามารถส่งของได้ทันภายในกำหนด

กัน จอมพลัง ระบุเพิ่มเติมว่าขณะนี้กำลังเดินทางไปตรวจสภาพตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดก่อนนำเข้าพื้นที่ และจะเปิดให้ประชาชนหรือแฟนคลับ (FC) เข้ามาร่วม เขียนข้อความให้กำลังใจทหาร บนตู้คอนเทนเนอร์ในวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อแสดงพลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน

เจ้าตัวกล่าวยืนยันว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้มีความแข็งแรงมากกว่ากำแพงปูนทั่วไป พร้อมตอบโต้กระแสวิพากษ์บนโซเชียลที่ล้อเลียนว่าตู้ดังกล่าวอาจถูกฝ่ายเขมรเข้าไปอาศัยอยู่ โดยย้ำว่า “ไร้สาระมาก” และตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อปกป้องความมั่นคงและเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น

กองทัพภาคที่ 1 สกัดม็อบชายแดน ลงพื้นถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตไทย พร้อมตั้ง ‘วีระ สมความคิด’ เป็นผู้แทนปชช. ร่วมติดตามความคืบหน้า-ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

(31 ต.ค. 68) กองทัพภาคที่ 1 ออกแถลงการณ์กรณีกลุ่มมวลชนนำโดยนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พร้อมรถเครื่องจักรจำนวนหนึ่ง ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อ้างว่ารุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย

กองทัพภาคที่ 1 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังกลุ่มมวลชนกว่า 70 คนพยายามจะฝ่าพื้นที่ควบคุมเข้าไปยังแนวชายแดน จนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย ก่อนเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายวีระและแกนนำไปพูดคุยที่ สภ.โคกสูง เพื่อยุติการชุมนุมโดยสงบ

ภายหลังการหารือ กองทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้นายวีระ สมความคิด เป็น “ผู้แทนภาคประชาชน” ร่วมติดตามความคืบหน้าและประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน พร้อมย้ำว่าทุกการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมายและอยู่ภายใต้ความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ ทัพภาคที่ 1 ยืนยันความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยขอให้ประชาชนทุกฝ่ายแสดงออกอย่างสันติ และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ถูกนำไปบิดเบือนเป็นเงื่อนไขทางการเมืองหรือความมั่นคง

กองกำลังบูรพา บุกจับ “เจ๊ลัด” เมียเก่า “กำนันลี” ผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หลังพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นไส้ศึก

(11 ธ.ค. 68) กองกำลังบูรพาเข้าควบคุมตัว “เจ๊ลัด” หรือ นางทองลัด กันหา อายุ 63 ปี อดีตภรรยากำนันลี ผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา หลังพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นไส้ศึกส่งข้อมูลทหารไทยให้ฝั่งกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการติดต่อ ขณะเดียวกัน หน่วยความมั่นคงยังตรวจพบการเคลื่อนไหวของเครือข่ายสอดแนมในหลายจังหวัดช่วง 8–9 ธันวาคม ทั้งในอุบลราชธานีและสุรินทร์ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายราย

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมผิดสังเกต เช่น เดินทางโดยไม่มีจุดหมายชัดเจน ถือครองโทรศัพท์หลายเครื่อง หรือพกสิ่งของจากกัมพูชาโดยไม่อธิบายที่มา คาดว่าบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งพิกัดทหารไทยหรือเส้นทางลำเลียงกำลัง ส่งผลให้จังหวัดสระแก้วเริ่มบังคับใช้เคอร์ฟิวตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อสกัดการแทรกซึมของสายลับและแรงงานแฝงตัว

ด้าน กอ.รมน. เปิดเผยว่า การสอดแนมช่วงนี้มีรูปแบบเด่น 3 ลักษณะ คือ ผู้ที่เข้ามาสำรวจใกล้ฐานทหาร บุคคลที่ถือครองอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากเพื่อแบ่งข้อมูลส่งต่อ และแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเส้นทางเดินทางชัดเจน ซึ่งบางรายยอมรับว่ามีผู้ว่าจ้างให้สำรวจพื้นที่เป้าหมาย โดยทุกกรณีถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนด้านความมั่นคงแล้ว

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกอ.รมน. สั่งยกระดับการข่าวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยให้หน่วยลาดตระเวนในสระแก้ว บุรีรัมย์ และสุรินทร์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัย ผ่านสายด่วน 1374 เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลลับทางทหารถูกส่งออกไปยังฝ่ายตรงข้าม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top