Friday, 14 August 2026
บ้านปู

บ้านปูเน้น AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี!! จาก Anxiety สู่ Agility บ้านปูชี้องค์กรต้องสร้างทั้งทักษะ ความมั่นใจและวัฒนธรรมเรียนรู้ AI ปั้นคนพร้อมใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจอนาคต

บ้านปูแชร์มุมมองการเตรียมความพร้อมบุคลากรยุค AI ในงาน Transform Talent 2026 Thailand

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นาย Sundaram Iyer - Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแชร์แนวทางของบ้านปูในการเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ให้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมั่นใจและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในงาน Transform Talent 2026 Thailand ซึ่งจัดโดย Human Resources Online นาย Sundaram ได้ร่วมบรรยายภายใต้หัวข้อ “From Anxiety to Agility: Accelerating Workforce Readiness by Reducing the AI Adoption Gap” โดยให้มุมมองเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบ้านปูมอง AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของบุคลากร ยกระดับการตัดสินใจ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าการสร้างความพร้อมด้าน AI ในองค์กรไม่ได้เกิดจากการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสร้างความมั่นใจในการใช้งาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ และการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน นาย Sundaram ยังเล่าถึงแนวทางที่บริษัทใช้เพื่อลดความกังวลในการเอา AI มาประยุกต์ใช้ ผ่านการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน การส่งเสริมการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน (Use Case) การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้าน AI ให้กับพนักงานทุกระดับและทุกสายงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้พนักงานสามารถนำ AI มาผสานกับการทำงานของตนเองและต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบ้านปูในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ถึงพร้อม และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็นบริษัทพลังงานระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

“บ้านปู” ผสานก๊าซธรรมชาติ–ไฟฟ้าครบวงจร!! ชูบทบาท Energy Architect ออกแบบพลังงาน มั่นคง ยั่งยืน รับยุค AI และดิจิทัล เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพในหลายประเทศ เสริมแกร่งรับโลกพลังงานแห่งอนาคต

บ้านปูผสานความครบวงจรของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า เสริมแกร่งตอบโจทย์โลกพลังงานแห่งอนาคต

เมื่อโลกเผชิญความท้าทายจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นิยามของ “ความมั่นคงทางพลังงาน” จึงกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มุ่งเน้นการจัดหาเชื้อเพลิงและไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ สู่การสร้างระบบพลังงานที่สามารถส่งมอบพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงานที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความพร้อมด้านพลังงานจึงไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจทั่วโลก ขณะเดียวกันความท้าทายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังผลักดันให้ระบบพลังงานแห่งอนาคตต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปพร้อมกัน

ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานมากกว่า 4 ทศวรรษ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ได้พัฒนาพอร์ตธุรกิจที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ตั้งแต่แหล่งพลังงานต้นน้ำ การผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันด้านพลังงานในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามองตัวเองทำหน้าที่เหมือนผู้ออกแบบพลังงานหรือ Energy Architect ที่พร้อมขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ทำให้เราสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบ และออกแบบโซลูชันพลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนไปพร้อมกัน เราเชื่อว่าความสามารถในการผสานจุดแข็งจากธุรกิจที่หลากหลาย เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหลายภูมิภาค จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณค่าและโอกาสการเติบโตในโลกยุค AI”

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของบ้านปูคือการมีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจร ซึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่สหรัฐอเมริกา เราได้นำเทคโนโลยีมาต่อยอดการสร้างคุณค่าผ่านการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization, and Sequestration: CCUS) ที่พัฒนาสู่การจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่มีคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon-Sequestered Gas: CSG) ก๊าซที่ได้มาจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า จึงถือเป็นการเชื่อมต่อสู่ธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewables) เข้ามาเสริม ทำให้สามารถส่งมอบพลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่นคงและการลดการปล่อยคาร์บอน สอดคล้องกับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ ขณะที่เรานำเอาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) เข้ามาช่วยรักษาสมดุลของระบบ รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้การซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มบ้านปูในตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) การมีห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานที่ครบวงจรดังกล่าว ทำให้บ้านปูมีความพร้อมในการรองรับคลื่นการเติบโตใหม่ของโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งต้องการพลังงานที่สามารถตอบโจทย์ได้พร้อมกันทั้งด้านความคุ้มค่าของต้นทุน ความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือในการจ่ายพลังงาน ตลอดจนการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ

ความสามารถในการสร้างมูลค่าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า มาจากการผสานจุดแข็งของธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน โครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและต่อยอดองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจในหลากหลายภูมิภาค เพื่อสร้างคุณค่าจากโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานโลก และเพิ่มความพร้อมของระบบพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

บ้านปูยังคงยึดมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานการยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงานและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว ในวันที่โลกต้องการพลังงานมากกว่าที่เคย และในขณะเดียวกันก็ต้องการพลังงานที่สะอาด ยืดหยุ่น และเชื่อถือได้มากขึ้น บ้านปูยังคงเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน เทคโนโลยี และความเข้าใจในตลาดพลังงานระดับโลก เพื่อร่วมสร้างระบบพลังงานแห่งอนาคตที่สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนในระยะยาว

“บ้านปู” ผนึกพันธมิตร!! พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต จับมือสถาบันบริหารธุรกิจชั้นนำ ฝึกงานนานาชาติเพื่อทักษะใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานยั่งยืน

บ้านปูผนึกพันธมิตรสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจระดับโลก พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต

24 กรกฎาคม 2569 - บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย จับมือสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำระดับโลกผ่านโครงการฝึกงานนานาชาติ ได้แก่ โครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab, โครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab และโครงการ Ivey Global Lab (IGL) ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานและลงมือแก้โจทย์ธุรกิจผ่านโครงการที่ดำเนินงานจริงของบ้านปู ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรชั้นนำที่ช่วยเสริมกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทให้แข็งแกร่ง

การสนับสนุนนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาโทจากนานาชาติที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้ ช่วยเพิ่มมุมมองระดับสากลที่ทันสมัยมาเสริมการดำเนินงานของบ้านปู ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลก ปลูกฝังแนวคิดด้านนวัตกรรม มุมมองทางธุรกิจและการค้าให้แก่นิสิตนักศึกษา ซึ่งจะได้ฝึกการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่สอดรับทิศทางธุรกิจของบ้านปู โดยนิสิตหลักสูตร MBAในโครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สถาบันการศึกษาทางบริหารธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล) และ MIT Sloan School of Management สหรัฐอเมริกา ได้รับโจทย์จากบ้านปู ให้จัดหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การขยายขนาดธุรกิจ และการลดคาร์บอนในธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ขณะที่นิสิตในโครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab ระหว่างศศินทร์ ฯและ Zhejiang University School of Management ประเทศจีน ได้รับโจทย์วิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ในตลาดไทยและจีน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ส่วนนักศึกษาในโครงการ Ivey Global Lab จาก Ivey Business School ประเทศแคนาดา ได้รับโจทย์ให้ออกแบบการตลาดของบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero สำหรับลูกค้าธุรกิจ (B2B) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากรในยุค AI

นาย Sundaram Iyer – Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูมุ่งพัฒนาศักยภาพคน (Human Empowerment) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนโลกธุรกิจในอนาคต เราส่งเสริมทักษะและความสามารถของบุคลากรด้วย AI ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรเป็นทวีคูณเมื่อนำมาผสานกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันความร่วมมือกับสถาบันเหล่านี้ก็เป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝนความเป็นผู้นำในระดับสากล อีกทั้งช่วยให้บ้านปูได้มุมมองจากคนรุ่นใหม่ที่พร้อมลงมือทำ และตอกย้ำว่าบ้านปูเป็นองค์กรที่คนเก่งซึ่งสนใจธุรกิจพลังงานอยากเข้าร่วมงานด้วย เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่”

ในอนาคต บ้านปูจะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทางวิชาการระดับสากลและเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ผ่านนวัตกรรมทางธุรกิจและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้บ้านปูรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลก รวมทั้งยังสามารถส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

“บ้านปู” เผยผลประกอบการ!! ครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานครบวงจร ประกาศปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท ตอกย้ำกลยุทธ์ Energy Symphonics

บ้านปูเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ เดินหน้าสร้างการเติบโตหลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์

• บ้านปูเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 61 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนศักยภาพของพอร์ตธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร และดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วเสร็จภายหลังการจดทะเบียนควบบริษัท
• เดินหน้าสร้างการเติบโตและขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกในระยะยาวผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในยุค AI
• ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่การรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน

14 สิงหาคม 2569 - บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,979 ล้านบาท) สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตภายหลังการควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ใหม่ (“BANPU”) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และหุ้น BANPU เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนถึงจุดแข็งของบ้านปูจากพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การจัดตั้ง BANPU ภายหลังการควบบริษัทถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถผสานศักยภาพระหว่างธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI และ Data Centers”

ในครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ของบ้านปูมีผลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตที่สำคัญ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas) มีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 172 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II สามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 90 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Sequestration: CCS) Barnett Zero มีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจำนวน 64,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่โครงการ Cotton Cove และ Eagle Ford ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โดยคาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ยประมาณ 32,000 และ 90,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตามลำดับ

กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) มีปริมาณการขายถ่านหินรวม 18 ล้านตัน โดยธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและมองโกเลียมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในธุรกิจแร่เชิงกลยุทธ์ เช่น นิกเกิล (Nickle) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโอกาสใหม่ในระยะยาว

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) สินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,011 เมกะวัตต์ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ ผ่านการแสวงหาโอกาสลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวม 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐฯ โดยมีขนาดกำลังไฟฟ้ารวม 692 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้านธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ในญี่ปุ่น สามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 3,045 กิกะวัตต์ชั่วโมง

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) เดินหน้าขยายบริการ Net Zero Solutions โดยให้บริการที่ปรึกษา Net Zero (Net Zero Consultation) แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย กราวด์ เอวิเอชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด (AOTGA) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital (CVC) โดยปัจจุบันมีการลงทุนในกองทุนรวม 16 กองทุน และการลงทุนโดยตรงใน 6 บริษัท โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมศึกษาโอกาสการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าของ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของพอร์ตธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ BANPU ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.banpu.com และ https://www.facebook.com/Banpuofficialth

*ข้อมูลที่รายงานเป็นผลการดำเนินงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ก่อนการจดทะเบียนควบบริษัทแล้วเสร็จ จึงยังไม่สะท้อนฐานะทางการเงิน โครงสร้างทุน และทุนจดทะเบียนของ BANPU ภายหลังการควบบริษัท
**คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยครึ่งปีแรก 2569 ที่ USD 1: THB 32.0962


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top