Friday, 24 July 2026
บิ๊กแป๊ะ

จับตา 'บิ๊กแป๊ะ' ป.ที่ 4 เคลื่อนตัวสู่การเมืองระดับชาติ อาจถึงขั้นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ

'บิ๊กแป๊ะ' คัมแบ็ค จากนายตำรวจขาลุย ได้เวลาการเมืองสนามใหญ่ เตรียมจับสัญญาณหลัง 30 กันยา ลือหนัก ว่าที่แคนดิเดตนายกฯจากพรรคพลังประชารัฐ!? หลังแอบซุ่มทำงานเบื้องหลัง กว่า 2 ปี

ถึงแม้จะห่างหายจากทางการเมืองไปนาน เนื่องจากกฎหมายที่ต้องให้ ส.ว. เว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี จนหลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า นอกเหนือจาก 3 ป. แล้ว ยังมีอีกหนึ่ง ป. นั่นคือ บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่จะสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อีกครั้ง ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ครบรอบ 2 ปี หลังเกษียณอายุราชการ ซึ่งลือกันอย่างหนาหูว่า บิ๊กแป๊ะ จะหวนคืนสู่สนามการเมืองอีกครั้ง หลังจากศึกการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่ยอมถอยให้ พี่วิน พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้งในต้นปีที่ผ่านมา

ไม่นานมานี้ เฟซบุ๊กเพจ 'การเมือง Kanmuang' ได้เปิดเผยถึง ประวัติของบิ๊กแป๊ะที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ไว้ว่า...

บิ๊กแป๊ะ เป็นลูกชายของ นายประณีต ชัยจินดา นักธุรกิจค้าอาหารทะเล และนายหน้าค้าที่ดินแห่งเมืองอ่างศิลา กับนางสมศรี ชัยจินดา ทางด้านชีวิตรักสมรสกับ ดร.บุษบา ชัยจินดา ทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยศรีปทุม มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ พ.ต.ต ชานันท์ ชัยจินดา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผบ.ร้อย กองกำกับการที่ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ ชัยธัช ชัยจินดา นักเรียนดรีกรีนอก สาขาโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา

>> นายตำรวจดาวรุ่งพุงแรงอนาคตไกล 'เกือบ' ไม่ได้เป็น 'ผบ.ตร.' เพราะพิษการเมือง
ชีวิตการทำงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เรียกได้ว่าเป็นดาวเด่นตั้งแต่เด็ก ภายหลังจากจบการศึกษาที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จากนั้นเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 เริ่มต้นรับราชการจากตำแหน่ง นายเวรผู้บังคับการประจำกรมตำรวจ สำนักงานกำลังพล ด้วยนิสัยที่สุขุมรุ่มลึก พูดน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย และเป็นขาลุยพร้อมที่จะลงพื้นที่กับลูกน้องเสมอๆ จึงเป็นที่ถูกใจของทั้งพี่ๆ และน้องๆ ทั้งในฝั่งทหารและตำรวจ โดยเฉพาะ 'บิ๊กป้อม' พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ จนสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในหน้าที่การงาน และได้รับตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รอที่จะเป็น ผบ.ตร ในขณะที่ยังเป็นเพียงแค่ พล.ต.ท. และเหลืออายุราชการอีกมากกว่า 10 ปี

"ไม่เคยวางแผน ไม่เคยคาดหวัง จะต้องเป็น ผบ.ตร. และเชื่อว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ทุกคนที่เพิ่งจบมาใหม่ๆ ไม่มีใครคิดถึงยศและตำแหน่งหรอก มีนายตำรวจสัญญาบัตร 7-8 หมื่นคน เชื่อว่ายากที่ใครจะวางแผน เป็นผบ.ตร.ไว้ล่วงหน้า" บิ๊กแป๊ะ กล่าวและว่า "ชีวิตราชการช่วงแรก ร.ต.ต. ถึง พ.ต.ท. ทุกคนขอแค่อยู่โรงพักดีๆ ที่มีชื่อเสียงก็พอแล้ว"

ชีวิตการทำงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผ่านมรสุมหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถูกโยกย้ายให้เป็นผู้กำกับกองวิชาการ ผู้กำกับกองงบประมาณ เป็นจเรตำรวจ ซึ่งไม่ใช่อยู่ในสายงานด้านปราบปรามที่ตนเองถนัด ก่อนที่จะได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ครั้งที่ร้ายแรงที่สุด คือ ในสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ถูกบีบและถูกโยกย้ายไปเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภาค 9) หลุดจากโผ ผบ.ตร. โดยให้ พล.ต.อ. วินัย ทองสอง หลายเขยของ พล.ต.อ.ทักษิณฯ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแทน

>> สถิติ 5 ปี เจ้าสำนักปทุมวัน
เมื่อขั้วอำนาจเปลี่ยนมือ บิ๊กๆ ทั้งหลายในวงการเครื่องแบบ ก็ยังไม่เคยลืมน้องคนนี้ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ได้ถูกเรียกกลับมาในเส้นทาง ผบ.ตร อีกครั้ง โดยให้เป็นรักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่งในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558 คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน มีมติเป็นเอกฉันท์เลือก พล.ตร.อ. จักรทิพย์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 11 สืบต่อจากพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ครองสถิติเจ้าสำนักปทุมวันที่ยาวที่สุดถึง 5 ปี ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2563

‘บิ๊กแป๊ะ’ เขียนถึง ‘มาดามแป้ง’!! มาดามแป้งรับหนี้ที่ไม่ได้ก่อ แต่เลือกแก้ปัญหาเพื่อศักดิ์ศรีบอลไทย หลังคดีลิขสิทธิ์ยืดเยื้อเกือบ 10 ปี จบปมลิขสิทธิ์ประวัติศาสตร์

‘บิ๊กแป๊ะ’ เขียนถึง ‘มาดามแป้ง’

คุยแต่เรื่องบอลโลกมาหลายวันแล้ว วันนี้ขอคุยถึงเรื่องราวดีๆของบอลไทย
ถ้าไม่ใช่ เพราะฟุตบอลโลก ฟีเวอร์ ข่าวนี้มีสิทธิ์ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ
ผมกำลังพูดถึง การเคลียร์หนี้สินที่สมาคมฟุตบอลฯ ในยุคที่ พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับพรรคพวก ก่อไว้จากการไป “หักดิบ” ลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย ชนิดที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่สุดท้ายก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสัมปทาน โดยไม่สนใจว่าจะมีความถูกต้องชอบธรรม หรือไม่อย่างไร ?

จากนั้นก็มีการฟ้องร้องตามมา และหลังจากใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในที่สุด ศาลสถิตย์ยุติธรรม ก็มีคำพิพากษาให้ สมาคมฟุตบอลฯ แพ้คดี และชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ถึง 360 ล้านบาท
แต่กฎแห่งกรรมที่ว่าด้วย กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนองไม่มีจริง!

เพราะหนี้สิน 360 ล้านบาทก้อนนี้ แทนที่ บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับ คณะสภากรรมการในยุคนั้น จะต้องรับผิดชอบหามาชดใช้

กลับกลายเป็นว่า มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ แทน บิ๊กอ๊อด ต้องมารับภาระหนี้สินที่ผูกพันตามมาด้วย ตามกฎหมาย

เมื่อผลจากการที่ ทฤษฎีกฎแห่งกรรมไม่มีจริง
ทำให้ มาดามแป้ง เสมือนตกอยู่ในสถานการณ์ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังต้องเอากระดูกไปแขวนคอ เข้าให้อีก

ยิ่งคิดยิ่งช้ำ มันคือความยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมกับเธอเอาเสียเลย !

ผมคิดเองเออเองว่า ถ้าเธอจะไม่อยู่รับภาระที่เธอไม่ได้ก่อก็เป็นความชอบธรรม ที่ทำได้ !
แต่แล้ว
การแถลงข่าวร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ สมาคมฟุตบอลฯ ทรูวิชั่นส์ ในนามของเจ้าหนี้ร่วมซินิแพล็กซ์ และ สยามสปอร์ต ซินดิเคท คู่กรณีโดยตรง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เธอไม่ยอมหนีปัญหา

เธอแสดงความรับผิดชอบ และเธอจบมันได้ ในที่สุด
มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ สยบทุกปัญหาที่ค้างคากับเจ้าหนี้ทั้ง 2 ราย ได้อย่างหมดจด สง่างาม และสมศักดิ์ศรี อย่างที่สุด !!!

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นหนี้น้ำใจแห่งความเสียสละของเธอ อย่างชนิดที่ชดใช้เท่าไหร่ ก็ไม่มีวันหมดนางฟ้า แห่งวงการฟุตบอลไทย !

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1634599192001654&id=100063547655365&post_id=100063547655365_1634599192001654&rdid=6OFHV3lZv2xM4a1o#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top