Tuesday, 21 July 2026
น้ำมันเชื้อเพลิง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (14 ก.พ.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) ได้เป็นประธานในพิธีการเปิดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีนายวุฒิทัต ตันติเวส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน, นายมงคล สุดโต ผอ.ส่วนควบคุมระบบปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต และ นางนันทวดี วีระวัฒน์เดช ผอ.ส่วนมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต ร่วมการพิธีเปิดดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ.66

การฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวน ตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิต เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทั่วประเทศเข้ารับการอบรมจำนวน 143 นาย

‘SPRC’ ปิดดีลซื้อปั๊ม Caltex 450 แห่ง กรุยทางลุยตลาดน้ำมันครบวงจร ยัน!! 'ปั๊ม-น้ำมันคาลเท็กซ์-เทครอน' ยังอยู่คู่คนไทยต่อไปเหมือนเดิม

เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.67) บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ประกาศเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมกับ Chevron Asia Pacific Holdings Limited (CAPHL) ในการเข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ (Caltex) ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าให้กับ SPRC ในฐานะโรงกลั่นและทำตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอย่างครบวงจร

นายโรเบิร์ต โดบริค กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า SPRC มีความยินดีและต้อนรับธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงของ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เข้ามาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน การผสานธุรกิจการตลาด และจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงเข้ากับการกลั่นน้ำมันจะเสริมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่ ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีทั้งกับผู้ถือหุ้น และลูกค้าคาลเท็กซ์ อีกทั้งยังจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยได้อีกด้วย

“SPRC จะยังคงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์® และ เทครอน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 75 ปี โดยหวังว่าจะสามารถนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงให้กับลูกค้าผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ” นายโดบริค กล่าวเสริม

ด้าน นายชาแชงค์ นานาวาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการพาณิชย์ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) อดีตประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า การรวมธุรกิจการกลั่นและการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงจะสามารถสร้างเสริมคุณค่าของแบรนด์ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยการเติมเต็มประสบการณ์อันน่าประทับใจได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับผู้ถือหุ้น และผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ของเรา นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานให้มีความพร้อมในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการบริหารโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว SPRC มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์ เทครอน ผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ประมาณ 450 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยพันธมิตรทางธุรกิจมืออาชีพ

การเข้าซื้อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อันได้แก่ สัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 9.91 ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 2.51 ในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) การลงทุนในบริษัทเอกชนที่ถือครองที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา และสุราษฎร์ธานีด้วย

สรุปสาระสำคัญ ประกาศกระทรวงพลังงาน ‘การแจ้งข้อมูลการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง’

น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นต้นทุนหลักของภาคธุรกิจในการประกอบกิจการ หากน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายภายในประเทศมีการค้ากำไรเกินสมควร มีปริมาณการจัดจำหน่ายไม่เพียงพอ หรือไม่ได้คุณภาพแล้ว จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งต่อประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ 

รัฐจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายด้านการพลังงานให้เหมาะสมเพื่อเป็นหลักประกันให้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศมีราคาจำหน่ายที่ยุติธรรม มีปริมาณเพียงพอ และได้คุณภาพ แต่การที่รัฐจะสามารถกำหนดและดำเนินนโยบายด้านการพลังงานได้อย่างเหมาะสมนั้น จำเป็นที่รัฐจะต้องได้มาซึ่งข้อมูลราคาและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง 

กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกำหนดนโยบายด้านการพลังงานของประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศด้านเศรษฐกิจและความผาสุกของประชาชน

วันนี้ THE STATES TIMES ได้สรุปสาระสำคัญ ประกาศกระทรวงพลังงาน ‘การแจ้งข้อมูลการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง’ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 67 หวังสะท้อนต้นทุนแท้จริง และ ราคาที่ยุติธรรม จะมีข้อกำหนดอะไรบ้าง มาดูกัน…

'กพช.' ไฟเขียว!! ต่อเวลาชดเชยราคาน้ำมันผสมเชื้อเพลิงชีวภาพอีก 2 ปี อุ้ม!! 'กลุ่มเกษตรกร-รง.เอทานอล-ผลิตน้ำมันปาล์ม' ให้มีเวลาปรับตัว

(5 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center – ENC) รายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2567 มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุลงในวันที่ 24 กันยายน 2567 นี้ โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 17 กันยายน นี้เป็นลำดับต่อไป 

ทั้งนี้ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์ต่างๆ และน้ำมันดีเซล B7 และดีเซล B20 มาตั้งแต่ปี 2565 แต่กฎหมายเปิดโอกาสให้ขอยืดเวลาการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ขอขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 ก.ย. 2567 นี้ ดังนั้นจะเหลือโอกาสในการขอขยายเวลาได้อีก 1 ครั้ง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะไปสิ้นสุดในวันที่ 24 ก.ย. 2569 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 2 ปี เพื่อให้เวลาอย่างจริงจังในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มโรงงานเอทานอล รวมถึงน้ำมันปาล์ม ให้มีระยะเวลาในการปรับตัวไปจำหน่ายผลผลิตในตลาดส่วนอื่นๆ แทนการนำมาผสมในน้ำมัน เช่น จำหน่ายในตลาดเครื่องสำอาง เวชภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เป็นต้น

‘กรมธุรกิจพลังงาน’ เผยยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 3 เดือนแรก พบกลุ่มเบนซินส่งสัญญาณชะลอตัวคนหันใช้ระบบราง – EV

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม - มีนาคม 2568 อยู่ที่ 158.67 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 เนื่องจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริการ และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ขณะที่กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.4 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการลดลงร้อยละ 1.5 และ NGV ลดลงร้อยละ 15.1 

รายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.57 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 0.4 ประกอบด้วยการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.71 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.11 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.38 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตร/วัน ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด เพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 18.96 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม - มีนาคม 2568) แต่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 1.68 บาท/ลิตร จึงทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงโดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) มีสัดส่วนร้อยละ 5.97 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน1 รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 5.92 2 เทียบกับปีก่อน

การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ เฉลี่ยอยู่ที่ 68.43 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 1.5 ประกอบด้วยดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลดลงมาอยู่ที่ 68.39 ล้านลิตร/วัน สอดคล้องกับข้อมูลภาคการผลิตอุตสาหกรรมในบางกลุ่มที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มประมาณร้อยละ 2.0 และในกรณีที่สงครามการค้ารุนแรงมากและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อยู่ในอัตราที่สูง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวประมาณร้อยละ 1.3 รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.8 จากเดิมที่ร้อยละ 2.5 - 3.0 สำหรับดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.05 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ดีเซลพื้นฐาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.12 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.55 ล้านลิตร/วัน  

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 19.22 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 ยังคงขยายตัวได้ดีจากภาคท่องเที่ยวและการบริการ ผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสมถึงเดือนมีนาคม 2568 จำนวน 9.55 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยขยายตัว ร้อยละ 2.12 รวมไปถึงการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ปริมาณการใช้ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน

การใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.14 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 ประกอบด้วยการใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.02 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.13 ล้านกก./วัน ขณะที่ภาคปิโตรเคมีลดลงมาอยู่ที่ 6.67 ล้านกก./วัน และภาคขนส่งลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.31 ล้านกก./วัน     

การใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.52 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 15.1 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสิทธิประโยชน์กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ 

ขณะที่ราคาขายปลีก NGV สำหรับรถทั่วไปปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาท/กก. อยู่ที่ 18.80 บาท/กก. เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง 

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,064,710 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.1 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 85,890 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,041,149 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบ อยู่ที่ 84,424 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 23,561 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 63.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 1,466 ล้านบาท/เดือน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 150,794 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 3.7 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซินน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 13,204 ล้านบาท/เดือน

‘กรมธุรกิจพลังงาน’ ขันน็อต ออก 4 มาตรการ เฝ้าระวัง - เตรียมความพร้อมขนส่งน้ำมันทางถนน

กรมธุรกิจพลังงาน กำชับผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มมาตรการในการประกอบกิจการรวมถึงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนน ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 

เมื่อวันที่ (27 พ.ค. 68) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาของปี พ.ศ. 2568 กรมฯ ได้รับรายงานการเกิดอุบัติภัยของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นจำนวนกว่า 26 ครั้ง ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยมีฝนตกฟ้าคะนองรุนแรงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 

ดังนั้น เพื่อให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนนเป็นไปด้วยความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้        

1. ตรวจสอบและกำชับผู้ขับขี่ หรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเตรียมความพร้อม พักผ่อนอย่างเพียงพอ และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ความเสี่ยงสูง รวมถึงห้ามบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยารักษาโรคที่มีสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและสารเสพติดอื่นโดยเด็ดขาด

2. ตรวจสอบสภาพความพร้อมของยานพาหนะ เช่น ระบบขับเคลื่อน ระบบห้ามล้อ ยางรถ ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอุปกรณ์สำหรับป้องกันและระงับอัคคีภัย

3. ตรวจสอบเส้นทางและวางแผนเส้นทางการขนส่ง เพื่อกำหนดเส้นทางการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย กำหนดจุดเฝ้าระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัย รวมถึงการตรวจสอบรายงานสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนภัยพิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. พิจารณาการประยุกต์ใช้ระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ระบบติดตามภายในรถ (In Vehicle Monitoring System; IVMS) ระบบ GEO Fence ระบบ GPS ตรวจจับตำแหน่งและความเร็วรถ ระบบกล้อง CCTV เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ ระบบแจ้งเตือนความเร็วและระยะเวลาขับขี่เกินกำหนด ระบบป้องกันการหลับใน 

SPRC ลุยผลิตเต็มกำลัง โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังสูงสุด บริหารการจัดหาน้ำมันทั่วประเทศ เพิ่มความคล่องตัวรับมาตรการกระทรวง พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

SPRC เดินหน้าการผลิตเต็มกำลัง

บริหารจัดการการกระจายน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ระยอง วันที่ 24 มีนาคม 2569 — จากปัจจัยด้านสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในระยะสั้นของประเทศไทยทะยานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานในภาพรวม บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่มีหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Complex Refinery) ขอเรียนว่า บริษัทฯ ยังคงดำเนินการบริหารจัดการอย่างเต็มที่ ครอบคลุมทั้งด้านการจัดหา การผลิต และการกระจายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง โดยปัจจุบันโรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังสูงสุด เพื่อบรรเทาความตึงตัวในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้นำมาตรการผ่อนปรนของกระทรวงพลังงานล่าสุดมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตึงตัวของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ลูกค้าและผู้บริโภคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ยึดมั่นในความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ใช้น้ำมันไตรมาสแรกปี 69 พุ่ง 5.3% !! เบนซิน-ดีเซล-Jet A1 โต สะท้อนเศรษฐกิจเดินเครื่อง แต่ NGV ยังทรุดต่อเนื่อง ใช้ลดลง 14.3% ตามจำนวนรถจดทะเบียนที่หดตัวต่อเนื่อง

สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม)

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ปริมาณการใช้อยู่ที่ 166.77 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 น้ำมันกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 น้ำมันดีเซลหมุนเร็วเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ขณะที่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการใช้ลดลงร้อยละ 14.3 โดยมีรายละเอียดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 33.21 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.12 ล้านลิตร/วัน สาเหตุมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งในเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 31.80 บาท/ลิตร ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 33.82 บาท/ลิตร มีส่วนต่างอยู่ที่ 2.02 บาท/ลิตร จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้นจากปีก่อน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.13 บาท/ลิตร อันเนื่องมาจากการปรับส่วนต่างราคาน้ำมันและการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ E20 ให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้สัดส่วนน้ำมันเบนซินพื้นฐานและเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในประเทศ รวมทั้งน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.39 ล้านลิตร/วัน ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 มีปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 6.53 ล้านลิตร/วัน และ 0.04 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ 

ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เฉลี่ยอยู่ที่ 72.33 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ 72.33 ล้านลิตร/วัน ขยายตัวจากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สร้างความไม่แน่นอนต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้ในเดือนมีนาคมมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 5 ครั้ง รวม 10.80 บาท/ลิตร ความต้องการใช้น้ำมันจึงขยับตัวสูงขึ้นก่อนการปรับราคาในแต่ละรอบ ดังนั้นปริมาณการจำหน่ายในภาพรวมจึงเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราวตามกลไกการปรับตัวของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงสามารถรักษาระดับการขยายตัวได้สอดคล้องกับการประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่ระบุว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังคงฟื้นตัวและขยายตัวที่ร้อยละ 1.61 ขณะที่ปริมาณการใช้ดีเซลหมุนเร็วบี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.003 ล้านลิตร/วัน ซึ่งเป็นการกลับมาจำหน่ายหลังจากมีการชะลอการจำหน่ายไปตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2568 อันเป็นผลจากการบริหารจัดการภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล ที่มุ่งเพิ่มความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการควบคุมต้นทุนด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาภาระของภาคประชาชนและผู้ประกอบการ

ปริมาณการใช้ Jet A1 เฉลี่ยอยู่ที่ 20.04 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน จากปริมาณจำนวนเที่ยวบินเดือนมกราคม-มีนาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 83,043 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 5.80 2 ประกอบกับการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 8.94 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน3 แต่ยังคงมีปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์ด้านราคาพลังงานที่กระทบต่อต้นทุนในการบริการและการดำเนินงาน โดยวิทยุการบินแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินยังคงมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้การเติบโตจะต่ำกว่าแนวโน้มเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง

ปริมาณการใช้น้ำมันเตา เฉลี่ยอยู่ที่ 6.03 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ซึ่งเป็นการขยายตัวจากปริมาณการใช้น้ำมันเตาสำหรับเรือเดินสมุทร สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกของไทยในภาพรวม 3 เดือนแรก ปี 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 17.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปริมาณการใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.84 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ภาคปิโตรเคมี ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.34 ล้านกก./วัน ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.10 ล้านกก./วัน ขณะที่ภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.27 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 2.129 ล้านกก./วัน

ปริมาณการใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.16 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 14.3 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลงร้อยละ 19.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,042,838 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 2.1 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 78,261 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการลดลงของการนำเข้าน้ำมันดิบที่มีการนำเข้าอยู่ที่ 1,011,340 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 2.9 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 76,137 ล้านบาท/เดือน ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) มาอยู่ที่ 31,498 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.7 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 2,124 ล้านบาท/เดือน

ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 126,711 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 16 โดยเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 11,511 ล้านบาท/เดือน โดยปริมาณการส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาตรการระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

กลุ่ม ปตท. จับมือรัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว ลงนามซื้อขายน้ำมัน เสริมความมั่นคงพลังงานไทย–ลาว เดินหน้าหนุนเสถียรภาพพลังงานภูมิภาค ตอบสนองความต้องการต่อเนื่อง

กลุ่ม ปตท. จับมือ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง เสริมความมั่นคงทางพลังงานไทย – ลาว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - กลุ่ม ปตท. และ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว จัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและความมั่นคงทางพลังงานใน สปป.ลาว โดยมี ดร.มะโนทอง วงไซ รองรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว (ที่ 3 จากขวา) และ นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายเวียงทอง วงศ์ทาวิเลย์ ผู้อำนวยการ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว (ที่ 2 จากขวา) นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) (ที่ 2 จากซ้าย) และนายขวัญชัย เหลืองชัยชาญ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสธุรกิจปิโตรเลียม บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) (ซ้ายสุด) ร่วมในพิธี ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและเสถียรภาพของระบบจัดหาน้ำมันในภูมิภาค ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานไทย ด้วยการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้แก่ สปป.ลาว ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกการค้าที่โปร่งใสและยั่งยืน สะท้อนถึงพันธกิจของกลุ่ม ปตท. ในการเป็นองค์กรพลังงานไทยที่มีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค โดยมีการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือทางการค้า (Commercial Arrangement) และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด

“สายการบินสหรัฐฯ” หยุดชะงัก!! ค่าน้ำมันโหดเดือน เม.ย. พุ่งเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่ม 78% ในปีเดียว กำไรสายการบินลดเกือบครึ่งในปี 2026 สายการบินต้นทุนต่ำยุติกิจการจากต้นทุนสูง

นิวยอร์ก, 9 มิ.ย. (ซินหัว) -- รายงานล่าสุดจากสำนักสถิติการขนส่งของสหรัฐฯ เผยว่าสายการบินของสหรัฐฯ จ่ายค่าเชื้อเพลิงเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.13 แสนล้านบาท)

เมื่อเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 26 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และร้อยละ 78 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่า 100 วันแล้ว โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135 บาท) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ (ราว 31 บาท) จากเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 59 บาท) จากปี 2025

เมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศคาดว่าบรรดาสายการบินจะมีกำไรสุทธิรวม 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.55 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.91 แสนล้านบาท)

สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 370 แห่งในสหรัฐฯ และทั่วโลก คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิต่อผู้โดยสารจะลดลงจาก 9.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 299 บาท) ในปี 2025 เหลือ 4.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 148 บาท) ในปีนี้ ด้านวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ของสมาคมฯ กล่าวว่าความขัดแย้งในอิหร่านและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ฉุดรั้งแนวโน้มของธุรกิจสายการบิน

สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินงานในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำพิเศษ ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากยื่นขอล้มละลายถึง 2 ครั้งใน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top