Saturday, 31 October 2026
น้ำท่วมกทม

‘พงศ์พรหม’ ย้ำถึงเวลาสังคายนาผังเมืองกทม. ชี้ ควรเร่งทำแก้มลิง - ทางระบายน้ำ แก้น้ำท่วมถาวร

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีฝนตกหนักน้ำท่วมในพื้นที่กทม. เมื่อคืนวันที่ (20 ก.ค. 65) ที่ผ่านมา ว่า ...
เมื่อคืนฝนตกหนัก เกิดปัญหาน้ำท่วมหลายจุด
ก็ได้เวลาที่ผมจะเขียนถึงรากปัญหาน้ำท่วมอีกที

อาจไม่ครบถ้วนนะครับ เพราะเขียนจากนักเศรษฐศาสตร์อย่างผม ที่สนใจผังเมือง โดยมักไปขอความรู้จาก อ.เดชา บุญค้ำ และ อ.จอห์น ชินวัตร ที่ช่วยเจียดเวลามาสอนผมเสมอ

ภาพแรก (ภาพที่ 1) คือผังเมืองฉบับ Litchfield ที่ทำในปี 2503 เพื่อออกแบบนครหลวงปี 2533
ภาพที่สอง (ภาพที่ 2) คือผังเมืองฉบับล่าสุด

ดู 2 ภาพนี้ก่อน ให้เห็นปัญหาใหญ่

แผน Litchfield เสนอให้พัฒนากรุงเทพเป็น “แคบ-ยาว” เหตุเพราะกรุงเทพถูกขนาบด้วยร่องน้ำซ้าย-ขวา ที่เป็นร่องน้ำระบายน้ำเหนือตามธรรมชาติทุกปี
3 ร่องซ้ายคือบางใหญ่ ร่องขวาคือหนองจอก-คลองสามวา

แต่ 60 ปีผ่านไป ผังเมืองกลับขยายออกซ้าย-ขวา ขวางทับร่องน้ำ

แต่….น้ำเหนือในช่วงกลาง-ปลายฤดูฝนก็ยังจะเยอะตามปกติ ก็ยังต้องเทลงกรุงเทพ ผ่านลงอ่าวไทยตลอดไป

กรมโยธาธิการ และผังเมืองทำสิ่งที่เด็ก ป.5 ดูก็รู้ว่าผิด จึงเกิดปัญหาแบบปี 2554 น้ำเหนือโดนเมืองขวาง

ต่อมาน้ำขัง ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อคืน มันคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาบนพื้นที่

เบสิคแรกคือกรุงเทพคือพื้นที่ต่ำตามธรรมชาติ ตรงนี้ไม่มีวิศวกรรมโยธาคนไหนในโลกที่ช่วยได้ และอย่าพยายามถมที่ตัวเองให้สูง เพราะถมไปน้ำก็จะเทลงที่ดินคนอื่น

วิธีที่ทำได้ คือหาที่หน่วงน้ำ ได้แก่คูคลอง ลำราง และแก้มลิง

มาดูตัวอย่างรูปที่ 3
กรุงเทพเป็นที่ต่ำตามธรรมชาติ
ไม่กี่พันปีก่อน ตรงนี้ยังเป็นทะเลอยู่นะครับ อย่าลืม
แล้วที่ต่ำนี้ก็ไม่ได้แบน มีสูงต่ำ มีที่ดอน มีที่ลุ่ม รวม ๆ กันอยู่

ปัญหาที่ผู้ว่ารุ่นใหม่ ๆ คนไหนก็แก้ไม่ได้ ก็เพราะผู้ว่า กรุงเทพคนเก่า ๆ และกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกันทำผิดมาตลอดคือ “ก่อสร้างอาคารขวางทางน้ำ” รวมถึง “ถมคลอง ถมลำราง” มาโดยตลอด

สุขุมวิท 39 ยันเอกมัย จึงเละ

ผมยกตัวอย่างคลอง และลำรางสุขุมวิท 39 ทองหล่อ และเอกมัย

ไม่โดนถม ก็โดนทำให้ตัน ถ้าไม่โดนทำให้ตัน ก็โดนถมถนนด้านบน แล้วเปลี่ยนคลองเป็นท่อ

อันนี้คือรูปที่ 4-6
รูปที่ 4 คือลำรางตามแนวซอยทองหล่อ
ไม่โดนถม ก็โดนล้ำ ไม่โดนล้ำ ก็โดนตัดตอนจนหมดสภาพการระบายน้ำ

รูปที่ 5-6 นี่ล่าสุดเลย และเป็นสาเหตุหลักให้เอกมัยท่วมหนักเมื่อคืน
คลองตลอดแนวซอยเจริญใจ มีหน้าที่ระบายน้ำจากเอกมัยตอนกลาง รวมถึงทองหล่อ 12 

แต่ 4-5 ปีก่อนนี่เอง กทม. และเขตทำตัวฉลาด
ถมคลองซะ แล้วเปลี่ยนคลองเป็น “ท่อ” ตามที่เห็นในภาพ คราวนี้พื้นที่รับน้ำก็หาย น้ำจึงท่วมเอกมัยระดับ “เละ” แบบเมื่อคืน

มารูปที่ 7
ปากซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันกับซอย อสมท. เมื่อคืน ต่างแค่เมื่อคืนสุขุมวิท 39 “โดนหนัก” แต่ซอย อสมท. “โดนหนักกว่า”

ทั้งสุขุมวิท 39 และซอย อสมท. เป็นที่ต่ำอยู่แต่เดิม
ฝนตกน้ำท่วมตรงนี้มานานแล้ว

ซอย อสมท. เคยถูกออกแบบเป็น “ขอบวงแหวนรอบใน” ในแผน Litchfield มีหน้าที่ระบายน้ำ

แต่อุตริทำผิดผังเมือง ตอนนี้ “ขอบวงแหวน” เลยกลายเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 และตึก The Nine แถวนั้น ซึ่งเป็นผลของกรมโยธาธิการ และผังเมือง กทม.

ปากซอยสุขุมวิท 39 ก็บอกถึงคอนโดจำนวนมาก รวมถึงห้าง ที่เติมความหนาแน่นเข้าไป แต่ท่อข้างใต้ก็ยังเล็กๆเท่าเดิม

นิด้าโพลเปิดสำรวจ “น้ำท่วม กทม. ใครน่าชื่นชม”!! หลังน้ำท่วมปลายกันยายน เปิดประเด็นคนกรุงชื่นชมใครมากที่สุด ผลสำรวจเผยน้ำท่วมกทม. ตั้งแต่ 5-7 ต.ค. 69 ครอบคลุม 50 เขตทั่วเมือง ประชาชนชื่นชมฝ่ายใดบ้าง

“น้ำท่วม กทม. ใครน่าชื่นชม”

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “น้ำท่วม กทม. ใครน่าชื่นชม” ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

ฝนถล่ม กทม. น้ำมหาศาลระบายไม่ทัน!! กรมชลประทานปรับแผนระบายน้ำ–เตือนภัย เตรียมยกระดับคลองรอบนอกและโครงการเจ้าพระยา 2 เดินหน้าปรับสื่อสารกับประชาชน วางแผนพัฒนาคลองยุทธศาสตร์ รับมือวิกฤตน้ำท่วมระยะยาว

“วิทยา แก้วมี” อธิบดีกรมชลประทาน ยันช่วย

กทม.น้ำท่วมเต็มที่! ชี้ฝนตกหนักมหาศาลวันละกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. ทำระบายช้า เดินหน้าปรับแผนเน้นเตือนภัยสร้างความเข้าใจประชาชน

​กรมชลประทานเปิดใจเดินหน้าช่วยเหลือระบายน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเต็มกำลัง โดย “นายวิทยา แก้วมี” อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ชี้อุปสรรคสำคัญมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมสูงถึงวันละกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร สะสมหลายร้อยลบ.ม. 

ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสโลปน้อย ทำให้น้ำไหลช้าและต้องใช้เวลาระบายออกสู่ทะเล พร้อมปรับแนวทางทำงาน เร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน และเตรียมปรับปรุงโครงสร้างคลองยุทธศาสตร์รอบนอกรับมือวิฤตน้ำหลากอนาคต

​จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ล่าสุด นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำและการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในการช่วยเหลือและระบายน้ำ

กรมชลประทาน ได้​สูบน้ำระบายออกวันละ 50–60 ล้าน ลบ.ม. ทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยได้ส่งเครื่องมือเครื่องจักรเข้าสนับสนุนในพื้นที่จุดเสี่ยงและชุมชนลุ่มต่ำอย่างเต็มที่ ทั้งการตั้งกระสอบทราย ล้อมพื้นที่ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำมากกว่า 400 เครื่อง พร้อมเร่งผลักดันน้ำออกทางคลองชายทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ยวันละ 50–60 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการเดินเครื่องสถานีสูบน้ำหลัก เช่น สถานีสูบน้ำคลองสุวรรณภูมิ ที่สูบน้ำออกสู่ทะเลในอัตรา 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตลอดเวลา

​แจงเหตุน้ำลดช้า ฝนตกหนักมหาศาล-สโลปพื้นที่น้อย

นายวิทยา กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลาเนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกในพื้นที่ กทม. มีปริมาณมหาศาลหลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของกรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑลเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความลาดเอียง (Slope) น้อยมาก ทำให้น้ำไหลเข้าสู่สถานีสูบน้ำได้ช้า 

นอกจากนี้ นายวิทยา ยังได้สั่งการให้เร่งขุดลอกสันดอนและเนินตะกอนดินในคลองสายหลัก เช่น คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองสำโรง เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น

​ปรับแนวทาง "เร่งสื่อสาร-สร้างความเข้าใจ" กับประชาชน:

อธิบดีกรมชลประทาน เน้นย้ำถึงประเด็นข้อสงสัยเรื่องการสื่อสาร โดยได้กำชับให้ผู้อำนวยการโครงการและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำต้องมองภาพรวมทั้งระบบและเชื่อมโยงหลายลำน้ำ หากการระบายน้ำจุดใดมีแนวโน้มจะเกินขีดความสามารถของลำน้ำจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ชุมชน จะต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งเรื่อง "จุดที่น้ำจะท่วม - ระดับความสูง - ช่วงเวลาที่กระทบ" เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที

​วางแผนระยะยาว ปรับปรุงคลองยุทธศาสตร์รอบนอก

สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว กรมชลประทานมีแผนปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองสายยุทธศาสตร์รอบนอก กทม. เช่น คลอง 13, คลองบางขนาด, คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองสำโรง รวมถึงโครงการคลองระบายน้ำสายใหม่ (เจ้าพระยา 2) ที่ ครม. อนุมัติ เพื่อช่วยผันน้ำออกสู่ทะเลโดยไม่ผ่านตัวเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำหลากของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top