Thursday, 4 June 2026
นิคมศูนย์เหรียญ

‘เอกนัฏ’ ลั่น!! ต้องปิดเกม ‘นิคมศูนย์เหรียญ’ ส่ง ‘สุดซอย’ บุกระยอง ชักปลั๊ก!! หยุดกิจการ

(17 พ.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ 'ทีมสุดซอย' พร้อมด้วย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ลงพื้นที่ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังได้รับการประสานงานจาก นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ให้เข้าตรวจสอบกลุ่มโรงงานและโกดังต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายตั้งเป็นนิคมจีนศูนย์เหรียญ รวมทั้งยังมีประชาชนบริเวณใกล้เคียงร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบด้านมลภาวะจากกลุ่มโรงงานดังกล่าวด้วย 

“นิคมศูนย์เหรียญ เป็นวาระสำคัญ กระทรวงอุตสาหกรรมต้องเร่งปราบปราม แก้ไขอย่างเร่งด่วน เป็นโมเดลธุรกิจ ที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำร้ายชีวิตคน ทำร้ายธุรกิจไทย ไร้ความรับผิดชอบ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างร้ายแรง“ นายเอกนัฏ ระบุ 

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวเสริมถึงผลการลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มโรงงานที่ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ว่า ในพื้นที่มีอาคารลักษณะโกดังจำนวน 4 หลังเป็นของ บริษัท ซีเอสเค เอสเตรท จำกัด ประกอบกิจการให้เช่าพื้นที่โรงงานและโกดัง มี นายหว่าน ชิว เฉิน รับเป็นเจ้าของโครงการบริหารจัดการดูแลพื้นที่ทั้งหมด โดยมีข้อเสนอพิเศษให้ผู้เช่าว่า สามารถขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ให้ได้ด้วย โดยพบว่า 4 โกดังในพื้นที่มี 5 บริษัทที่มีกรรมการบริษัทเป็นชาวจีนทั้งหมดตั้งประกอบกิจการโรงงานอยู่ ตรวจสอบใบอนุญาตโรงงานพบข้อพิรุธว่า เกือบทุกบริษัทได้รับโอนใบอนุญาตจาก บริษัท ซีเอสเค เอสเตรท จำกัด และประเภทของใบอนุญาตก็จะมีลักษณะคล้ายหรือใกล้เคียงกัน แต่ในข้อเท็จจริงแต่ละโรงงานผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน 

“กรณีของบริษัท ซีเอสเคฯ ในฐานะผู้ให้เช่าโกดังมีใบอนุญาตประเภทเดียวกันจำนวน 3-4 ใบ และยังสามารถโอนไปยังผู้เช่าโกดังในห้วงเวลาเดียวกัน ต้องไปไล่ดูว่า มีช่องโหว่ในกระบวนการขออนุญาตของ กรอ. หรือมีเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ หรือสนับสนุนผู้ประกอบการกระทำความผิดหรือไม่ด้วย“ นางสาวฐิติภัสร์ กล่าว 

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบโรงงานทั้งหมด ดังนี้ 

1.บริษัท ซานเซน อิเล็คทริคอล (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปลั๊กไฟ ปลั๊กราง และสายไฟ โดยไม่แจ้งขออนุญาตเริ่มประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่จึงสั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีฐานประกอบกิจการโดยไม่แจ้ง และฐานทำผลิตภัณฑ์ โดยไม่มีใบอนุญาต รวมถึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กับบริษัทและกรรมการ รวมทั้งยึดอายัดผลิตภัณฑ์ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท 

2.บริษัท ชุนเล่ย (ไทยแลนด์) จำกัด แจ้งประกอบกิจการโรงงานผลิต นำเข้า ส่งออก เชือกรัด สายรัด สลิง เชือกยกของหัวเข็มขัด ตัวล็อกและชิ้นส่วนอุปกรณ์ ซึ่งเป็นกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ที่จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินกิจการได้ แต่ตรวจพบว่า ประกอบกิจการผลิตสายรัดของ ซึ่งไม่ตรงกับประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ได้รับอนุญาต จึงสั่งให้หยุดประกอบกิจการ พร้อมดำเนินคดีกับบริษัทและกรรมการ ฐานประกอบกิจการไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต 

3.บริษัท จินต๋า พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่พบว่ามีการแบ่งพื้นที่ให้ บริษัท แฮนด์ดีแจ็ค อีควิปเมนท์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตแม่แรงไฮดรอลิก แต่ตั้งประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ด้วย จึงได้สั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมด พร้อมผูกมัดประทับตรายึดอายัดเครื่องจักร และควบคุมตัว นายยู่ เจียงหัว อายุ 36 ปี สัญชาติจีน ที่รับเป็นผู้จัดการผู้ควบคุมงานของบริษัทไปดำเนินคดีข้อหาตั้งประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต 

"การปราบปรามนิคมจีนศูนย์เหรียญ เป็นวาระเร่งด่วน และนโยบายสำคัญของ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงต้องเร่งจัดการให้หมดไปโดยเร็ว และจะดำเนินคดีลงโทษกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด ซึ่งทีมสุดซอยจะรวบรวมข้อมูลเป็นรายสรุปนำเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไปถึงผู้บริหารกระทรวงฯ ถึงพฤติกรรม และรูปแบบดำเนินกิจการของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เพื่อนำไปสู่การปรับระเบียบ หลักเกณฑ์การพิจารณาออกใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป“ นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘เอกนัฏ’ มอบนโยบาย กนอ. เร่งล้างบาง 'นิคมศูนย์เหรียญ' ตั้งเป้าเพิ่มอุตสาหกรรมดีแทนที่ อนุมัติให้ง่าย แต่ทำให้ถูก

'เอกนัฏ' มอบนโยบายเข้มให้ กนอ.ชี้ชัดความจำเป็นเร่งด่วนปราบปราม 'อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ' หรือ 'โรงงานสีเทา' บ่อนทำลายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม กำชับ กนอ.ในฐานะฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคใหม่ที่โปร่งใสและยั่งยืน!

(18 ก.ค.68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายแก่คณะกรรมการ กนอ.และผู้บริหารระดับสูงของ กนอ. เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการทำงานที่เหมือนเป็นการทำงานวันสุดท้าย เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมย้ำว่า ภาคอุตสาหกรรมคือความหวังของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุน (Investment) ที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้เข้ามาลงทุน สร้างงาน และส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก ซึ่งเปรียบเสมือนการ 'จ้างช่างซ่อมที่ชื่อ เอกนัฏ พร้อมพันธ์' มาฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายจากการแข่งขัน โดยเฉพาะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่กำหนดขอบเขตภาษีสูงถึง 36% ในบางสินค้า รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทาน(Supply Chain) ที่ซับซ้อน เช่น กรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจเพิ่มต้นทุนการขนส่งจากการปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้สั่งการให้ กนอ. ดำเนินการเร่งด่วน คือ 1.ปราบปราม 'อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ' หรือ 'โรงงานเถื่อน' อย่างเข้มงวด โดยใช้ พ.ร.บ.โรงงานฯ มาตรา 39 วรรค 1 เพื่อจัดการกับโรงงานที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์แต่ไม่สร้างมูลค่า ลดคุณภาพสินค้า ปล่อยมลภาวะ และทิ้งกากขยะอุตสาหกรรม 2. ป้องกันคุณภาพสินค้าและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำมาตรฐานอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะปัญหากากอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมฯกำลังอยู่ในระหว่างการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมฉบับแรกของไทย 

3. อุดช่องว่างทางกฎหมาย ตรวจสอบความผิดพลาดการออกใบอนุญาตและการประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงปัญหาช่องว่างการออกใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการผลิตโดยไม่แจ้งประกอบกิจการ รวมทั้งลดช่องว่างระหว่าง กนอ.และกรมโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ BOI จะสนับสนุนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แต่ GDP ของประเทศกลับไม่ดีขึ้น สะท้อนถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขที่ต้นตอ คือ การจัดการกับ 'อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ' และ 'โรงงานเถื่อน' ขณะเดียวกันมองว่าแม้ กนอ.จะเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่หน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) เท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการป้องกันความเสียหาย และอำนวยความสะดวกในการลงทุน โดยเชื่อว่า “ทุกการเปลี่ยนแปลง ทุกความท้าทาย ในวิกฤติมักมีโอกาสเสมอ”

“หลักการง่าย เร็ว โปร่งใส เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติ ผมยกตัวอย่างสิงคโปร์เป็นต้นแบบ ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีปัญหา สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะดึงดูดให้ผู้พัฒนานิคมฯ สามารถลงทุนได้เร็วขึ้น การ “เปิดดำเนินการให้เร็ว ปิดให้เร็ว” คือหัวใจสำคัญ หมายถึงเมื่อเปิดดำเนินการรวดเร็ว แต่หากพบการทำผิดกฎหมาย ก็ต้องสามารถปิดกิจการได้โดยเร็วเช่นกัน” นายเอกนัฏ กล่าว 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ไขปัญหาผังเมือง และให้ กนอ. สื่อสารความต้องการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงรูปแบบแรงจูงใจ (Intensive) ที่ดึงดูดโรงงานเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมให้มากขึ้น เพื่อกำจัดโรงงานศูนย์เหรียญและคืนมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ และยังฝากให้ กนอ. คำนึงถึงประโยชน์ของ SMEs โดยการเปิดพื้นที่ในนิคมฯ ให้กับ SMEs มากขึ้น

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า ทั้งกระทรวงฯ และ กนอ. ต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียว และต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลง เราจะทำงานแบบเดิมไม่ได้แล้ว

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.พร้อมรับลูกนโยบายเต็มที่ โดยประกาศกร้าวว่า ต่อไปในนิคมฯ จะต้องไม่มีโรงงานศูนย์เหรียญ ไม่มีการดำเนินงานที่ผิดกฎหมาย และนิคมฯ จะต้องเป็นแหล่งรวมของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ปราศจากตราบาป

ขณะที่นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ. จะดำเนินมาตรการควบคู่ไปกับกระทรวงอุตสาหกรรม และขอรับมอบทุกนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยจะเร่งสานต่อเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top