Tuesday, 8 September 2026
นักท่องเที่ยวอิสราเอล

‘ชาวเน็ต’ เปิดข้อมูลแจงปมชาวอิสราเอล 31,735 คน ยึด 'ปาย' ชี้ เป็นตัวเลข นทท.ตลอดทั้งปี 67 ส่วนที่ยังมีอยู่มีเพียง 1,800 เท่านั้น

(18 ก.พ. 68) นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจฟาร์มปลาสวยงาม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipat Bhandhumachinda ว่า ตามกระแสข่าวที่ว่ามีชาวอิสราเอลมาพำนักกันอยู่ที่อำเภอปาย ที่ว่ากันว่ามีจำนวนถึงสามหมื่นกว่าคน จนสร้างความหวาดกลัวกันในสังคมไทยนั้น

ตัวเลขดังกล่าวจริงๆ แล้ว เป็นตัวเลขผู้มาท่องเที่ยวชาวอิสราเอลทั้งหมด ตลอดปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเดินทางมาพักเที่ยวเมืองปาย เป็นจำนวนทั้งสิ้น 31,735 คน 

ซึ่งก็หมายความว่า เมืองปายเป็นที่เที่ยวยอดฮิตของชาวอิสราเอลจริง

แต่ไม่ได้หมายความว่า ณ ปัจจุบัน มีคนอิสราเอลอาศัยกันเต็มเมืองปาย ร่วม ๆ สามหมื่นกว่าคนอย่างที่เข้าใจ

เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นการมาเที่ยวแล้วก็เดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเขาตามเดิม และเท่าที่ทราบนั้น มีชาวอิสราเอลขอพำนักชั่วคราวที่ อำเภอปาย ณ วันนี้จำนวนทั้งสิ้น 1,857 ราย และมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางมาเที่ยวไปกลับเหมือนนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจำนวนทั้งสิ้น 4,446 คน

และที่มีพวกเกเรเกตุงสร้างความวุ่นวาย จนโดนไล่กลับประเทศนั้นก็เป็นเรื่องจริง

แต่จะเอารูปถ่ายการร่วมพิธีกรรมทางศาสนาของเขา ซึ่งน่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องใดๆ กับพฤติกรรมเกเรเหล่านั้น ผมก็มองว่าเป็นการตั้งแง่ ด้วยการเจาะจงที่เชื้อชาติของเขาแบบเหมารวมอย่างไม่ยุติธรรมนัก

ที่นำมาเล่าก็ด้วยเห็นเพื่อนๆ หวั่นวิตกกันมาก ก็เลยไปหาข้อเท็จจริง มาอธิบายให้ฟัง

ก็น่าจะเฝ้าสังเกตสักนิดว่าแนวโน้มจะเป็นเช่นไร เพราะเหมือนเขาจะชื่นชมการมาเที่ยวเมืองปายกันมาก

แต่ก็ไม่ควรจะไปตื่นตระหนกจนเกินเหตุไปจากเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ นะครับ

นักท่องเที่ยวอิสราเอลลั่น ‘เงินฉันสร้างประเทศนี้’ หลังไม่ถอดรองเท้าเข้าร้านอาหาร จุดกระแสวิจารณ์ลามทั้งโซเชียล เจ้าตัวแจงคลิปถูกตัดต่อบิดเบือนความจริง

(7 พ.ค. 68) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ “Koh Phangan Conscious Community” เผยแพร่คลิปนักท่องเที่ยวหญิงชาวอิสราเอลรายหนึ่งกล่าวในลักษณะที่ถูกมองว่าเหยียดคนไทย โดยมีใจความว่า “เงินของนักท่องเที่ยวอย่างเธอใช้สร้างประเทศไทย” เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะมีการถกเถียงในร้านอาหารเล็ก ๆ บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีข้อกำหนดให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าใช้บริการ

ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหญิงในคลิปแสดงความไม่พอใจเมื่อถูกขอให้ถอดรองเท้า และตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่ถูกตีความว่าไม่ให้เกียรติวัฒนธรรมไทย คลิปถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 และมีรายงานว่ามีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

หลังคลิปกลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตไทยจำนวนมากแสดงความไม่พอใจ มองว่าเป็นการไม่เคารพขนบธรรมเนียมท้องถิ่น และสะท้อนภาพจำด้านลบของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่มองประเทศไทยเป็นเพียง “ประเทศราคาถูก” ที่ต้องพึ่งพารายได้จากต่างชาติ

ต่อมาในวันที่ 6 พฤษภาคม นักท่องเที่ยวหญิงในคลิปได้โพสต์ขอโทษ โดยอ้างว่าคำพูดของตนถูกนำเสนอผิดบริบท พร้อมชี้แจงว่าตนเจ็บเท้าและได้รับอนุญาตให้ใส่รองเท้าเข้าไปได้ อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวกลับยิ่งจุดกระแสถกเถียงถึงความเข้าใจผิดระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับทัศนคติของนักท่องเที่ยว ที่อาจกำลังกลายเป็นปัญหาซ่อนเร้นบนเกาะพะงันที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวอิสราเอลก่อเรื่อง!! โซเชียลเดือดกระแสต่อต้านพฤติกรรม นักท่องเที่ยวอิสราเอลกร่างที่กระบี่ กดดันไล่เรือในอุทยานทะเลแหวก พบเบี้ยวค่าอาหารสร้างความวุ่นวาย

โซเชียลเดือด 'นักท่องเที่ยวอิสราเอล' ก่อเรื่องไม่หยุด ไล่เรือพ้นที่จอดอุทยานฯ แถมชี้ยวเบี้ยวค่าอาหาร

​กระบี่ – กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่ทำเอาคนไทยและผู้ประกอบการท่องเที่ยวสุดจะทน เมื่อมีผู้ใช้โซเชียลออกมาเปิดเผยพฤติกรรมสุดเอือมระอาของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่ก่อเหตุวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันในพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่

​รายงานข่าวระบุว่า ผู้ใช้บริการเรือนำเที่ยวรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความสะท้อนความตึงเครียดในพื้นที่ "ทะเลแหวก" และ "อ่าวนาง" อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยระบุว่า ตนเองถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเข้ามากดดันและไล่ไม่ให้จอดเรือในพื้นที่อุทยานฯ

​"วันนี้ผมโดนไล่ที่ทะเลแหวก เอ่อ ไล่เช่นเดียวกัน พอนักท่องเที่ยวมากับผมและที่ยืนอยู่บนชายหาด เห็นผมถูกไล่... กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนอิสราเอลจึงเข้ามาช่วยไล่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลออกไป พร้อมย้ำชัดว่า 'นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่อิสราเอล!'"

​นอกจากประเด็นการกร่างกร่างไล่ที่จอดเรือแล้ว ในโพสต์ดังกล่าวยังเผยถึงพฤติกรรมน่ารังเกียจอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนเกาะ เช่น การซื้ออาหารรับประทานแล้วพยายามจะไม่จ่ายเงินและเตรียมจะหนี จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งไล่ตามกดดันจึงยอมควักเงินจ่ายในที่สุด

​เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งผู้ประกอบการไทยและนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก โดยชาวเน็ตต่างพากันแชร์ข้อมูลและติดแฮชแท็กเตือนภัยให้ระมัดระวังกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเข้ามาจัดระเบียบและดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยไปมากกว่านี้

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1389703793280459&id=100067225537993&rdid=GT2xMDqzHZK51mM6#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top