Wednesday, 22 July 2026
ธุรกิจไทย

'ผลสำรวจ' ชี้!! คนไทยอยากทำธุรกิจลดลง พบเกินครึ่ง!! 'กลัวเจ๊ง-ล้มเหลว-ขาดทุน'

(9 ก.ค. 67) ไม่นานมานี้ ผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ร่วมกับคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรื่องคนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ประจำไตรมาสสองของปี 2567 โดยเก็บข้อมูลประชาชนทั่วไปจำนวน 1,228 คน ในช่วงวันที่ 18-28 มิ.ย.2567 (เปรียบเทียบกับผลสำรวจก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค.67) พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้...

- ร้อยละ 43.9 เห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการริเริ่มธุรกิจในอนาคตมากที่สุด ลดลงร้อยละ 8.4 จากการสำรวจครั้งก่อน

- ร้อยละ 38.7 มีความรู้ ความสามารถ รวมถึงทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 5.9 จากการสำรวจครั้งก่อน

- ร้อยละ 59.9 ไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากการสำรวจครั้งก่อน โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.4 กลัวล้มเหลว กลัวขาดทุน รองลงมาร้อยละ 45.1 บอกปัญหาข้าวของราคาแพง ค่าครองชีพสูง, ร้อยละ 43.6 ไม่มีเงินทุนมากพอ, ร้อยละ 31.1 บอกน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ราคาสูงขึ้น และ ร้อยละ 27 บอกขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ

หอการค้าชี้ธุรกิจเพชรบุรี ประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ เน้นนวัตกรรมเงินทุนและความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือโลกธุรกิจใหม่

หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมบรรยายพิเศษโดย “จิตรเทพ เนื่องจำนงค์” ชี้ทิศทางธุรกิจในยุคความไม่แน่นอน

หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ The Grand Century Hall The PBRU Heritage อาคารปฏิบัติการโรงแรมและท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของหอการค้า พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและแนวโน้มธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การนำของ คุณธวัช สิทธิยานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี โดยมี คุณศรวณีย์ พรมเสน พิธีกรด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน และการวางแผนการเงิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “The New Business Game : นวัตกรรม เงินทุน โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจในยุคความไม่แน่นอน” โดย จิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นักธุรกิจและนักกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมและการเงินการลงทุน

ในการบรรยายครั้งนี้ คุณจิตรเทพได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับ ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงใหม่ของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือ

พร้อมกันนี้ยังได้สะท้อนแนวคิดว่า “ธุรกิจในยุคใหม่ไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป” ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจทั้งความเสี่ยง โอกาส และโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อวางกลยุทธ์ธุรกิจให้สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน

การบรรยายดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และสมาชิกหอการค้าจำนวนมาก เนื่องจากเนื้อหามุ่งเน้น การมองอนาคตของธุรกิจไทยในเวทีโลก พร้อมการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับภาคธุรกิจในภูมิภาค

การประชุมใหญ่ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วย เชื่อมโยงภาคธุรกิจในจังหวัดเพชรบุรีกับองค์ความรู้และแนวคิดทางเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

‘วราวุธ’ เตือนไทยเข้าสู่ยุค Poly Crisis!! ชี้โลกป่วนเกมเปลี่ยน ESG–Net Zero ไม่ใช่ภาระ แต่คือใบเบิกทางธุรกิจไทยอยู่รอด ธุรกิจต้องปรับตัววันนี้ ไม่ให้ตกขบวนกติกาโลกใหม่

"วราวุธ" ชี้โลกเข้าสู่ยุค Poly Crisis เตือนธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนวันนี้เพื่ออยู่รอด ตั้งรับ 3 เฟส ห่วงระยะสั้นนักลงทุนย้ายฐาน โลกร้อนป่วนปัจจัยการผลิต แนะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปรับใช้ธุรกิจควบคู่รับกติกาใหม่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาในงาน Sustain Daily Talk 2026 หัวข้อ "โลกป่วน เกมเปลี่ยน: ธุรกิจยั่งยืนได้อย่างไร" จัดโดยเดลินิวส์ โดยนายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนรู้สึกได้ว่าโลกของเราไม่เหมือนเดิม แต่กำลังเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงดังนั้นคำว่า “โลกป่วน เกมเปลี่ยน” ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง สาเหตุโลกปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาใดปัญหาหนึ่ง แต่กำลังเผชิญภาวะ "Poly Crisis" หรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งประกอบด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแข่งขันทางการค้า กฎระเบียบระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และภาคธุรกิจทั่วโลก ภูมิรัฐศาสตร์ โลกร้อนกระทบเศรษฐกิจไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงาน วัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ และส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร จากสภาวะที่อุณหภูมิสูงมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำจำนวนมาก โดยมีการประเมินว่าจะเผชิญวิกฤตนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี และจากนั้นจะตามมาด้วย ซูเปอร์ลานีญา ที่เสี่ยงน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภาวะการระบาดโรคพืช และแมลงศัตรูพืชในอนาคต

“ ผมประเมินผลกระทบจาก Poly Crisis เป็น 3 ระยะ กล่าวคือระยะสั้น 1-2 ปี ที่ไทยต้องรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งภูมิรัฐ ศาสตร์ น้ำมันที่ราคาแพงขึ้นจนอาจทำให้ การลงทุนที่อาจย้ายฐานการผลิต ส่วนโลกเดือดจากซูเปอร์เอลนีโญ คืบคลานมาจะเป็นปัจจัยหลักต่อภาคเกษตร และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำจำนวนมาก เช่น Data Center“

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า นอกจากนี้ในระยะสั้น ไทยยังต้องเผชิญมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น CBAM กฎหมาย EUDR ว่าด้วยสินค้าปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้ง Cyber Security Act ของสหภาพยุโรป หรือแม้แต่ ESA ของสหรัฐอเมริกา

ส่วนระยะกลาง 3-5 ปี นั้น คู่ค้าสำคัญทั่วโลกกำลังปฎิรูปโครงสร้าง Supply Chain บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จะกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้มงวดขึ้น หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้ UNFCCC และปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้ อาจถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก

ส่วนระยะยาว 5-10 ปี ทางนายอันโตนิอู กูแตรึช เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วจะเกิดขึ้นแน่นอน ทรัพยากรอย่างน้ำ พลังงาน และที่ดินจะกลายเป็นปัจจัยด้านความมั่นคงใหม่ ขณะที่การแข่งขันทางการค้าจะเข้มข้นขึ้น หากประเทศไทยไม่บริหารทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน จะมีต้นทุนสูงจนกระทบความสามารถในการแข่งขัน

“ท่ามกลางความผันผวนและเศรษฐกิจชะลอตัว ผมขอบอกว่า ESG และ Net Zero คือ "ใบเบิกทางในการอยู่รอด" ไม่ใช่ภาระESG และเป้าหมาย Net Zero เป็นเงื่อนไขสำคัญในการอยู่รอดของธุรกิจไทย หากมอง ESG เป็นเพียงต้นทุน จะเห็นแต่ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงกระบวนการผลิต แต่หากมองเป็นโอกาส จะสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เข้าถึง Green Finance เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความได้เปรียบในตลาดโลกพร้อมเตือนว่า หากประเทศไทยไม่เร่งปรับตัว อาจสูญเสียตลาดส่งออก ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และที่น่ากลัวคือเราจะกลายเป็นสุสานอุตสาหกรรมเก่าที่ตกยุค

นายวราวุธ กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้าง New Growth Engine และผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีสะอาด การยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น Global Food Security Hub ควบคู่กับการพัฒนา SMEs ให้แข่งขันได้ในระดับสากลทั้งยังเดินหน้าตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และเตรียมแผนฉบับที่ 14 (พ.ศ.2571-2575) ที่มุ่งเพิ่มผลิตภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน พัฒนากฎระเบียบ ส่งเสริมการลงทุน และยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่

ประเทศไทยมี SMEs กว่า 3.3 ล้านราย จ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน หรือเกือบ 69% ของการจ้างงานรวมทั้งประเทศมี GDP อยู่ 1.72 ล้านล้านบาท สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ถึง 70% อีกทั้งเรามีเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในส่วนนี้เชื่อว่า โมเดลเศรษฐกิจ BCGหรือ Bio-Circular-Green Economy จะยังคงเป็นเข็มทิศและเครื่องมือสำหรับพี่น้องผู้ประกอบการ

“ผมขออนุญาตยืมคำของท่านเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ในคราวการประชุมผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งท่านกล่าวไว้ว่า ประเทศไทยมีขุมทรัพย์อันล้ำค่า คือ น้ำมันบนดิน ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศได้ไม่รู้จบ และ BCG Model นี้ คือการนำเอาน้ำมันบนดินเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้รับประโยชน์ แต่พี่น้องผู้ประกอบการ SMEs เรานี่แหละครับที่จะได้รับประโยชน์ตรงนี้เต็มๆ”

ท้ายนี้ขอตัั้งคำถามว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ไทยจะเป็น "ผู้นำ" หรือ "ผู้ตาม" ด้านความยั่งยืน คำตอบคือไทยจะเป็น "ผู้นำ" อย่างแน่นอน เนื่องจากไทยมีรากฐานสำคัญคือ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP)" ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทั่วโลกให้การยอมรับในการสร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้ทุกภาคส่วนธุรกิจ และปัจจุบันในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวคิดนี้ผ่านพระบรมราโชบาย เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าต่อไป

“ไทยต้องเป็นผู้กำหนดเกมของตัวเอง แม้ประเทศไทยไม่สามารถควบคุมปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกได้ แต่สามารถกำหนดทิศทางของตนเองได้ผ่านการเปลี่ยนวิธีคิด การเร่งปรับตัว และการร่วมมือกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพราะโลกไม่ได้ส่งเพียงสัญญาณเตือนอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนกติกาใหม่ทั้งหมด และประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านเพื่อให้สามารถอยู่รอด เติบโต และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top