Friday, 5 June 2026
ทุ่นระเบิดPMN2

2 นักข่าวกัมพูชาคอตก!! ถูกจับยัดซังเต ข้อหา ‘กบฏชาติ’ ฐานถ่ายภาพติดทุ่นระเบิด PMN-2 บนปราสาทตาควาย

(9 ก.ย. 68) นักข่าวออนไลน์ชาวกัมพูชา 2 คนถูกตั้งข้อหา 'กบฏต่อชาติ' หลังจากขึ้นไปถ่ายภาพบนปราสาทตาควายในจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรายงานว่ากัมพูชายึดพื้นที่ไว้ได้ตามข้อตกลงหยุดยิง แต่ภาพที่เผยแพร่กลับเห็นทุ่นระเบิด PMN-2 จนถูกทางการจับกุมและกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

รายงานจาก RFI Khmer และแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน Licadho ระบุว่า พร โสเพียบ (Porn Sopheap) และ เพียบ เพียรา (Pheap Pheara) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ TSP 68 TV Online ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลแก่รัฐต่างประเทศซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ และขณะนี้ทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเสียมราฐ

ทั้งนี้ ข้อหากบฏต่อชาติมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ถึง 15 ปี ทำให้คดีของนักข่าวทั้งสองเป็นที่จับตามองจากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่กังวลว่า กัมพูชาอาจใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อจำกัดเสรีภาพสื่อ จากการรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา

กองทัพเรือไทยโต้เขมร จัดฉากปาประทัดสร้างสถานการณ์ หวังใส่ร้ายไทย!! เป็นฝ่ายเปิดฉากยิง พร้อมป่วนเก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ทำคณะผู้สังเกตการณ์ AOT เข้าใจผิด

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของกัมพูชา (ASEAN Observer Team: AOT) ได้ยุติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิงบริเวณช่องทางผ่านแดนในเขตจังหวัดโพธิสัตว์ ภายหลังได้ยินเสียงคล้ายการใช้อาวุธจากฝ่ายไทยนั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) ซึ่งปฏิบัติการอยู่ ที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่เดียวกับที่ฝ่ายไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวนมาก รวมทั้งระเบิด PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) ที่ลาดตระเวนคุ้มกันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่นั้น ตรวจพบว่าทหารกัมพูชาหลายนายได้นำคณะ AOT–Cambodia มาปรากฏตัวบริเวณแนวรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดทำไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดและเพื่อมิให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถรบกวนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยได้เหมือนที่เคยปฏิบัติมา และได้พยายามขอข้ามแนวลวดหนามมา ซึ่งทางฝ่ายไทยไม่อนุญาตให้ทหารกัมพูชานำคณะดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการได้ของฝ่ายไทยได้

ต่อมาเมื่อวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.) ระหว่างที่หน่วย TMAC ของไทยกำลังปฏิบัติงานต่อเนื่อง ได้สังเกตเห็นกลุ่มทหารกัมพูชากำลังสังเกตการณ์อยู่ภายในฐานจอมวย ซึ่งห่างจากแนวรั้วลวดหนามประมาณ 150 เมตร ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดหรือเสียงไม่ทราบที่มา บริเวณไม่ไกลจากบริเวณนั้น กำลังพลทั้งสองฝ่ายก็ได้หลบและเข้าสู่ที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย ภายหลังตรวจสอบโดยละเอียดของฝ่ายไทยพบว่าไม่มีการใช้อาวุธหรือการปฏิบัติการใดๆ จากฝ่ายไทย โดยเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าเสียงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายประทัดมากกว่าเป็นเสียงจากอาวุธปืน ซึ่งอาจเป็นการสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายกัมพูชาเอง 

กองทัพเรือยืนยันว่าไทยดำเนินการด้านมนุษยธรรมตามมาตรฐานสากล และมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด โดยจะเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนต่อไป ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพร้อมประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top