Thursday, 4 June 2026
ทฤษฎีสมคบคิด

‘หมอวรงค์’ จับพิรุธขบวนการเลื่อยขาเก้าอี้ ‘บิ๊กตู่’ ชี้อาจเป็นทฤษฎีสมคบคิด ห้วงเวลาเดินเกมเหมาะเจาะลงตัว สอดรับความต้องการคนแดนไกล

30 เม.ย.2565 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ถึงกระแสข่าวการตั้งนายกรัฐมนตรีคนนอก แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า...ทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญบัตรสองใบ เพราะระบบนี้จะทำให้เกิดมุ้งการเมือง ซึ่งมีนายทุนมาคุมต่ออีกทอด และใช้เงินสูงมาก ต่อรองกันมาก โกงกันมาก เผด็จการรัฐสภา สุดท้าย นายทุน จะเป็นคนชี้ว่าใครจะเป็นนายก หรือรัฐมนตรี

หลังจากการแก้รัฐธรรมนูญ มาสู่บัตรสองใบ ก็เกิดมุ้งขึ้นมาจริงๆ แต่มุ้งดังกล่าว แยกพรรคออกไป ล่าสุดก็มีภาพมุ้งต่างๆทยอย ออกมาให้เห็น เช่นกลุ่ม 16 ประกอบกับมีข่าวว่า คนมีอำนาจบางคนพบปะคนแดนไกล ที่ต่างประเทศ

ถัดมามีข่าวนายไพบูลย์ ซึ่งใกล้ชิดคนมีอำนาจ และเคยเป็นประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรสองใบ แต่ภายหลัง ถูกหักไม่ได้ตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการแก้ไขกฏหมายลูก ออกมาพูดว่า การคิดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องหาร 100 ไม่ใช่ 500 ซึ่งสอดรับกับ ที่พรรคเพื่อไทยต้องการ

‘หมอธีระวัฒน์’ เผย โควิดหลุดจากแล็บเป็นเรื่องจริง ชี้!! ‘สหรัฐฯ’ พัฒนาเชื้อไวรัสร่วมกับ ‘สถาบันวิจัยอู่ฮั่น’

(19 พ.ค.67) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์พิเศษสาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ว่า ความชั่วปรากฏ พฤษภาคม 2024 ความจริงปรากฏชัดจากที่ถูกป้ายสี ‘โควิดมาจากห้องแล็บ (lab leak)’ ว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องจริง

และเปิดเผยการปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยม ของผู้ที่เป็นหัวหน้าองค์กร เช่น NIH Francis Collins (นายฟรานซิส คอลลินส์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) ของสหรัฐอเมริกา) ที่ abuse ใช้อำนาจในทางที่ผิดในสหรัฐ ทำลายนักวิทยาศาสตร์ที่เสนอหลักฐานของกำเนิดโควิดจริงๆ

และทั้งนี้ยังมีโขลงของผู้มีอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้ง Fauci (นายแอนโทนี เฟาซี อดีตหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านการสาธารณสุข ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19) และกลุ่มที่บิดเบือน รวมไปถึงหัวหน้า CDC ซึ่งหน่วยงานของสหรัฐ NIH CDC USAID DARPA ผ่านเงินทุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลงมาที่ตัวกลาง Eco Health Alliance ของ Peter Daszak และทำการวิจัยและพัฒนาไวรัสโควิดกับสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น จนสำเร็จก่อนที่จะเกิดระบาดโควิดในปลายปี 2019 รวมทั้ง NIH ถือสิทธิบัตรครอบครองวัคซีนโควิดก่อนหน้าปี 2018 ด้วยซ้ำ

15 พฤษภาคม 2024 องค์กร Eco Health Alliance ถูกตัดสินจากหลักฐานที่รัฐสภาสืบสวนสอบสวนมาตลอด ยุติเงินทุนที่ได้รับที่นำไปใช้สำหรับตัวเองและส่งผ่านไปให้องค์กรอื่นและประเทศอื่นเก็บไวรัสจากสัตว์ป่าและรายงานข้อมูลมาเพื่อสร้างไวรัสใหม่ และอยู่ในกระบวนการที่องค์กรนี้จะถูกเพิกถอนสิทธิ์ (disbarment)

คนอื่นๆ ที่เป็นตัวการในเรื่องนี้กำลังถูกทยอยจัดการตามลำดับ และใครที่รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตหลาย 10 ล้านคนทั่วโลก และยังเกี่ยวโยงไปถึงวัคซีนโควิดและการปกปิดผลกระทบผลข้างเคียงของวัคซีน

จับตาดูองค์กรใหญ่และหน่วยงานโรงเรียนแพทย์สถาบันในประเทศไทยที่รับเงินทำธุรกิจข้ามชาติจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ทั้งๆ ที่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้และอันตรายที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะขึ้นถ้ายังคงทำต่อ แต่เห็นแก่เงินเป็นสรณะ

องค์กรและบุคคลต่างๆ เหล่านี้จะเป็นกลุ่มเดียวกันที่พยายามปิดบังผลกระทบของวัคซีนที่ทำให้ตายและพิการและมีผลในระยะยาว

หลักฐานที่นำมากล่าวนี้มีมากมายและเป็นบันทึกของรัฐสภาสหรัฐฯ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

ฝ่าทฤษฎีสมคบคิด 'กระสุนปลิดชีพ' หรือ 'หวังแค่เฉี่ยว' เมื่อคนแบบ 'ทรัมป์' กล้าบ้าดีเดือด อาจโลภอำนาจจนมัวเมา

(14 ก.ค.67) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' โพสต์ข้อความวิเคราะห์มูลเหตุและความเป็นไปได้เกี่ยวกับการลอบยิง โดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ว่า...

เช้านี้ ได้คุยกับอาจารย์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ของผม...

1. ผมสงสัย คนร้ายมันขึ้นไปซุ่มยิงบนหลังคาได้ยังไง

ก็รู้ทั้งรู้ ว่าจะมีจัดปราศรัยใหญ่ คนตั้ง 1.5 หมื่น 

ปกติในหนังฝรั่ง มันต้อง 'เคลียร์' พื้นที่ ไม่ให้ใครขึ้นไปอยู่ที่สูงๆ ได้

อาจารย์ผมบอกว่า ของงี้ไม่แน่ มันซ่อนอยู่ในบ้านก่อนได้ (แต่ในหนังฝรั่งมันต้อง 'เคลียร์' บ้านด้วยนี่หว่า) แล้วจังหวะใกล้ๆ จะลงมือ ค่อยแอบขึ้นไป (แต่เดี๋ยวนี้มี 'โดรน' แล้วนี่หน่า มันจะน่าจะสอดส่องเกินจะเล็ดลอดได้)

2. อาจารย์ตั้งข้อสงสัย ทรัมป์ถูกยิง 'ช่วงหนึ่ง' แล้ว Secret Service (หน่วยสืบราชการลับ ซึ่งมีหน้าที่อารักขาระดับบิ๊กๆ) ถึงจะยิงโต้เป็นชุด มือปืนตายคาที่

อาจารย์แสดงทัศนะ ถ้ามองเป็น 'ทฤษฎีสมคบคิด' Conspiracy Theory (ในแง่ลบมากๆ) อาจคิดได้ว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้มือปืนลงมือยิง 'เป้าหมาย' ก่อน แล้วค่อย 'ปิดปาก' มือสังหาร

คำว่า 'เป้าหมาย' นี่น่าสนใจ!!
มือปืนก็ถูกปลิดชีพไปแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เป้าหมาย คือ หัว หรือ หู นั่นผมหมายความว่า ถ้าเป้าหมายคือหู เท่ากับมีทฤษฎีสมคบคิดอีกชั้น ว่า 'จัดฉาก'

3. อาจารย์ผมแย้งว่า 'จัดฉาก' เป็นไปได้ยากเกินไป

"มึงลองไปวางเป้าไว้บนหัว แล้วให้คนยิงธนูแม่นๆ มายิงมึงมั้ยล่ะ มึงกล้ารึเปล่า" อาจารย์ตอกผมกลับ

อาจารย์สำทับ "ต่อให้ยิงแม่นขนาดนั้นกูก็ไม่กล้า นี่หูเลยนะเว้ย พลาดไปนิดเดียว หัวเลย กูตายทันที ใครจะบ้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้น" (ทรัมป์กล้าบ้าดีเดือด? หรือไม่ก็โลภโมโทสันในอำนาจจนมัวเมา? ผมแค่คิดในใจ ไม่ได้ท้วงออกไป)

4. อย่างไรก็ตาม อาจารย์ชี้ว่ามีคลิปจาก 'บีบีซี' ที่สัมภาษณ์คนร่วมงานที่อยู่ด้านหลัง เขาบอกว่าเห็นคนร้ายปีนขึ้นหลังคาพร้อมปืนไรเฟิล และแจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบสนอง

ซึ่งก็ไม่มีทางรู้ว่าเลินเล่อ (เพราะคนแจ้งไม่น่าเชื่อถือ? ประมาทไม่คิดว่าจริง?) หรือว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวไว้ตอนต้น และถ้าสมคบคิด เป้าหมายคือ หัว หรือ หู (ซึ่งจะหมายถึง 'ผู้บงการ' ที่ต่างกัน)

ย้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อทฤษฎีสมคบคิดไหน แต่กระสุนที่มือปืนยิงเข้าแถบบนของใบหู คือคลาด 'จุดตาย' ที่ศีรษะ (ขม่อมด้านขวา) ไปเฉียดฉิว 

5. ขณะนี้ มีการเรียกร้องเสียงขรม ให้ปลด ผอ. หน่วยสืบราชการลับ Secret Service

ผอ. เป็นผู้หญิง นามว่า 'คิมเบอร์ลี ชีเทิล' Kimberly Cheatle ซึ่งเคยทำงานให้ 'เป๊ปซี่' มาก่อน

‘ทรัมป์’ เปิดศึกกับมหาเศรษฐี ‘จอร์จ โซรอส’ ขู่เอาผิดฐานอยู่เบื้องหลังการประท้วงทั่วโลก

(28 ส.ค. 68) ปราชญ์ สามสี โพสต์เฟซบุ๊กว่า…ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานว่า โซรอสมีส่วนสนับสนุนการจลาจลในสหรัฐฯ และควรเผชิญหน้ากับคดีอาญา

วันที่ 27 สิงหาคม 2025 สหรัฐอเมริกา — ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ดำเนินคดีต่อจอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ใจบุญเชื้อสายฮังการี ซึ่งกลายเป็นบุคคลสำคัญในทฤษฎีสมคบคิดของฝ่ายขวา

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ทรัมป์กล่าวว่า โซรอสและลูกชาย อเล็กซ์ ควรถูกฟ้องข้อหาสนับสนุนการจลาจลรุนแรงในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาไร้มูลที่เขาเคยพูดซ้ำหลายครั้งแล้ว

ทรัมป์แนะนำให้ใช้กฎหมาย RICO (Racketeer Influenced and Corrupt Organizations Act) ซึ่งโดยทั่วไปใช้กับคดีอาชญากรรมองค์กร เพื่อฟ้องโซรอส

> “จอร์จ โซรอส และลูกชายหัวรุนแรง ควรถูกดำเนินคดีด้วย RICO เพราะการสนับสนุนการประท้วงรุนแรง และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายทั่วสหรัฐฯ” ทรัมป์เขียน

“โซรอสและกลุ่มโรคจิตของเขาได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศเรา! รวมถึงเพื่อนบ้า ๆ ทางฝั่งตะวันตกของเขาด้วย ระวังไว้ เรากำลังจับตาดูอยู่!”

บุคคลฝ่ายขวาหลายราย เช่น นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ต่างก็ยกเอาทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่าตระกูลโซรอสสนับสนุนการจลาจลและความไม่สงบทางการเมืองในประเทศของตน

ทรัมป์เองก็เคยอ้างทฤษฎีนี้ เช่น ช่วงที่เขาเสนอชื่อเบรตต์ คาวานาห์ ขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาในปี 2018 เขากล่าวหาว่าการประท้วงต่อต้านคาวานาห์ได้รับการสนับสนุนจากโซรอส

โซรอสซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มักตกเป็นเป้าของทฤษฎีสมคบคิดเชิงต่อต้านยิวจากฝ่ายขวาจัด

เขาเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Open Society Foundations (OSF) ที่สนับสนุนภาคประชาสังคมทั่วโลก ส่งเสริมประชาธิปไตย การสาธารณสุข ความยุติธรรมทางอาญา และการศึกษา โดยในปี 2023 มีรายงานว่า อเล็กซ์ โซรอส ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารแทนบิดา

แม้ยังไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ ต่อโซรอส แต่การเคลื่อนไหวของทรัมป์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มแรงกดดันต่อคู่แข่งทางการเมือง พร้อมผลักดันอำนาจประธานาธิบดีให้กว้างขวางมากที่สุด

ด้านโฆษกของ Open Society Foundations ตอบโต้คำกล่าวหาของทรัมป์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า

> “ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเรื่องน่าตกใจและไม่เป็นความจริง มูลนิธิของเราไม่ได้สนับสนุนหรือให้เงินทุนแก่การประท้วงรุนแรงใด ๆ ภารกิจของเราคือส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม และหลักการประชาธิปไตยทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ตัวอย่าง “เงินทุนโซรอส” และการเปลี่ยนแปลงการเมือง

แม้ OSF จะปฏิเสธเสมอว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโค่นล้มรัฐบาลโดยตรง แต่ในหลายประเทศ ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าเงินทุนจากเครือข่ายโซรอสถูกใช้เป็นแรงสนับสนุน “การเปลี่ยนแปลงระบอบ” ตัวอย่างเช่น:
ตัวอย่างกรณีที่ “ทุนโซรอส” ถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันการทำลายประเทศ

1. จอร์เจีย – การปฏิวัติกุหลาบ (พ.ศ. 2546)
เงินทุนจาก Open Society Georgia Foundation ถูกใช้หนุน NGO และสื่อมวลชนที่ออกมาโหมกระแสต่อต้านรัฐบาล จนเกิดการลุกฮือและบังคับให้ประธานาธิบดีเอ็ดวาร์ด เชวาร์ดนัดเซ ต้องลาออก

2. ยูเครน – การปฏิวัติสีส้ม (พ.ศ. 2547)
เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจาก OSF มีบทบาทขับเคลื่อนเยาวชนและมวลชนบนท้องถนน จุดชนวนการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่ และทำให้รัฐบาลเดิมสูญเสียอำนาจ

3. ตะวันออกกลาง – อาหรับสปริง (พ.ศ. 2554)
กลุ่มสื่อออนไลน์และองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ได้รับเงินทุนจากโซรอส มีบทบาทอย่างชัดเจนในการปลุกระดมมวลชนในตูนิเซีย อียิปต์ และลิเบีย ส่งผลให้ระบอบการปกครองหลายประเทศล่มสลาย กลายเป็นความโกลาหลและสงครามกลางเมือง

4. พม่า และกัมพูชา
เงินทุนจาก OSF ถูกส่งเข้าไปสนับสนุนองค์กรกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้เกิดกระบวนการกดดันและบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศ

5. ประเทศไทย (พ.ศ. 2553–2563)
โครงการจำนวนมากที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายโซรอส มีส่วนสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมและสื่อพลเมือง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวการแก้ไขกฏหมายและล้มล้างรัฐธรรมนูญ จนสังคมไทยแตกแยกและเกิดการประท้วงหลายระลอก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top