Saturday, 24 October 2026
ทรัพย์สินทางปัญญา

‘รัดเกล้า’ เผย ไทยเสนอกรอบประชุม WIPO IGC ด้านทรัพยากรพันธุกรรม ผลักดันด้านทรัพย์สินทางปัญญาฯ - คุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมไทย

(10 พ.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอกรอบเจรจาการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม ด้านทรัพยากรพันธุกรรม ภายใต้กรอบองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกสารที่ใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจา WIPO IGC ด้านทรัพยากรพันธุกรรม เพื่อจัดทำความตกลงหรือตราสารระหว่างประเทศมีการปรับปรุงสาระสำคัญไม่สอดคล้องกับกรอบเจรจา WIPO IGC ด้านทรัพยากรพันธุกรรม ที่ ครม. เห็นชอบไว้ 

โดยมีประเด็นที่แตกต่างจากกรอบเจรจาฯ เดิม หลายประเด็น รวมถึงมีการเพิ่มเติมประเด็นที่อยู่นอกเหนือการเจรจา พณ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมเพื่อสรุปผลความตกลง

ซึ่งการประชุม WIPO IGC ด้านทรัพยากรพันธุกรรม มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-24 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ที่ประชุมคณะทำงานฯ มีมติให้ปรับปรุงกรอบการเจรจา WIPO IGC ด้านทรัพยากรพันธุกรรม และใช้กรอบการเจรจาเดิมที่ ครม. เห็นชอบไว้เป็นพื้นฐาน โดยคงหลักการและสาระสำคัญของกรอบเจรจาเดิม เนื่องจากหลักการดังกล่าวเป็นประโยชน์กับไทย และเพิ่มประเด็นใหม่ รวมถึงอาจพิจารณาลดประเด็น เพื่อให้สามารถสรุปผลการเจรจา และได้รับประโยชน์จากการดำเนินการตามความตกลงหรือตราสารโดยเร็ว 

“ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และอยู่ในฐานะประเทศที่เป็นแหล่งทรัพยากรพันธุกรรมที่สำคัญ การประชุม WIPO IGC ในด้านทรัพยากรพันธุกรรม จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันให้เกิดความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หรือการให้ความคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมของไทย รวมถึงการได้รับประโยชน์ในอนาคต” รองโฆษกฯ กล่าว

เปิดแนวทางจัดการมรดกดิจิทัล ลิขสิทธิ์ 50 ปี จากคลิปท่องเที่ยวสู่ทรัพย์สินทางปัญญา ‘ฮลุน โซโล่’ ยังได้รับคุ้มครองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินฯ แนะทายาทยื่นจัดการมรดก ก่อนดูแลบัญชียูทูบและผลประโยชน์ของ ‘ฮลุน โซโล่’

กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจง คลิปยูทูบของ “ฮลุน โซโล่” ยังได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่ครั้งแรก ขณะที่สิทธิในช่องและรายได้สามารถตกทอดแก่ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทโดยธรรมได้ พร้อมแนะยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อดำเนินการดูแลบัญชีต่อไป

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของ “ฮลุน โซโล่” ภายหลังเสียชีวิต โดยระบุว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนยูทูบถือเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์

คลิปวิดีโอมีองค์ประกอบสร้างสรรค์หลายส่วน เช่น ภาพสถานที่ท่องเที่ยว การเลือกและเรียบเรียงฟุตเทจ จังหวะการตัดต่อ ดนตรีประกอบ เสียงเอฟเฟกต์ และข้อความบรรยาย เมื่อบันทึกไว้ในอุปกรณ์หรือหน่วยความจำและสามารถนำกลับมาเล่นซ้ำได้ จึงเข้าข่าย “งานโสตทัศนวัสดุ” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ฮลุน โซโล่ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้างคลิปขึ้น และมีสิทธิในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ผลงาน รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ได้

สำหรับระยะเวลาคุ้มครอง งานโสตทัศนวัสดุจะได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับจากวันที่สร้างสรรค์ผลงาน แต่หากมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะคุ้มครองต่อเนื่อง 50 ปีนับจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก ดังนั้น วันที่อัปโหลดคลิปแต่ละชิ้นลงยูทูบจึงถือเป็นวันเผยแพร่ครั้งแรกของคลิปนั้น

ลิขสิทธิ์ยังถือเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอนหรือส่งต่อเป็นมรดกได้เช่นเดียวกับบ้าน รถยนต์ เงินฝาก หรือที่ดิน หากผู้เสียชีวิตทำพินัยกรรมไว้ สิทธิในลิขสิทธิ์จะตกแก่ผู้รับพินัยกรรมตามที่ระบุ แต่หากไม่มีพินัยกรรม สิทธิจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย เช่น บุตร บิดามารดา พี่น้อง ปู่ย่าตายาย และญาติในลำดับถัดไป โดยคู่สมรสมีสิทธิรับมรดกร่วมด้วย

กรมทรัพย์สินทางปัญญาแนะนำให้ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทรวบรวมเอกสารของผู้เสียชีวิต และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก จากนั้นสามารถนำคำสั่งศาลไปใช้จัดการบัญชียูทูบ สิทธิในช่อง และรายได้ที่เกิดขึ้น เพื่อดูแลและจัดสรรผลประโยชน์ต่อไป 

ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000074972

จีนเตรียมปรับกฎทรัพย์สินทางปัญญา!! ตั้งเป้าพัฒนา AI บล็อกเชน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ ยกระดับความร่วมมือสากล ลิขสิทธิ์โตทั่วโลกเพิ่มรายได้

จีนเตรียมปรับกฎคุ้มครอง 'ทรัพย์สินทางปัญญา' รับยุค AI-เศรษฐกิจดิจิทัล

ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) -- จีนเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อัลกอริธึม และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ เช่น บล็อกเชน บิ๊กดาต้า และการประมวลผลคลาวด์ เพื่อปรับปรุงระบบลิขสิทธิ์ของเศรษฐกิจดิจิทัลให้ทันสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของจีน โดยมุ่งกำหนดลำดับความสำคัญในการพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงปี 2026-2030

ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ นิยายออนไลน์ และวิดีโอเกมของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในต่างประเทศช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยรายได้จากเกมที่จีนพัฒนาเองในตลาดต่างประเทศทะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.58 แสนล้านบาท) ในปี 2025 ขณะที่วรรณกรรมออนไลน์ของจีนเข้าถึงผู้อ่านหลายร้อยล้านคนในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค จีนจึงมีเป้าหมายยกระดับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และกฎระเบียบการทำธุรกรรมทั้งในด้านการเผยแพร่ทางออนไลน์ บริการภาพและเสียงออนไลน์ และวรรณกรรมและศิลปะออนไลน์ในอีก 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนั้น ทางการจะปรับปรุงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทและควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างฐานข้อมูลกรณีข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดน
แผนดังกล่าวระบุว่าจีนจะยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และกลไกพหุภาคีอื่นๆ เพิ่มการหารือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับคู่ค้ารายสำคัญ รวมถึงมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากลด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับสาขาเกิดใหม่

แผนข้างต้นยังมุ่งปั้นจีนสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านทรัพย์สินทางปัญญาภายในปี 2030 ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้อยู่ในกลุ่มแนวหน้าของโลกภายในปี 2035 รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นร้อยละ 7.53 ภายในปี 2030 พร้อมเรียกร้องให้ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ที่มีคุณภาพสูง ยกระดับการแปลงและนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเดินหน้าส่งเสริมผลงานในระดับนานาชาติเพื่อผลักดันผลงานของจีนสู่ผู้ชมทั่วโลกมากขึ้น

ที่มา : Xinhua

ไทย–จีน จับมือปูทางลงทุนไร้ข้อพิพาท!! นักกฎหมายไทยร่วมเวทีไห่หนาน เสนอเพิ่มความคุ้มครองธุรกิจไทยในจีน ป้องกันถูกแย่งจดเครื่องหมายการค้า–ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หนุนพัฒนาท่าเรือการค้าเสรีและอาเซียน

ไห่โข่ว, 20 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ เมืองไห่โข่ว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน ได้จัดงานสัปดาห์กฎหมายท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ปี 2026 โดยมีบุคคลากรชั้นนำจากแวดวงกฎหมายและธุรกิจของไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการบริการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ การระงับข้อพิพาทข้ามพรมแดน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางกฎหมาย เพื่อให้การคุ้มครองทางกฎหมายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแก่บริษัทไทยที่ลงทุนในไห่หนาน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและอาเซียน

ผศ.ดร. นิสิต อินทมาโน รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ทำการศึกษาและปฏิบัติงานด้านกฎหมายพาณิชย์ อนุญาโตตุลาการ และทรัพย์สินทางปัญญามาอย่างยาวนาน กล่าวว่าข้อพิพาททางการค้าข้ามพรมแดนมักใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระยะยาวระหว่างบริษัท จีนและไทยควรเสริมสร้างความร่วมมือด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการค้าและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระงับข้อพิพาทและลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยนิสิตเชื่อว่ากฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบริษัทต่างชาติ และไห่หนานสามารถพัฒนาระบบบริการด้านกฎหมายให้ครอบคลุม ทั้งอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการค้า พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางในการประสานกฎระเบียบทางการค้าและสร้างความร่วมมือด้านอนุญาโตตุลาการกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

อู๋ชิงเล่อ ประธานหอการค้าไห่หนานในไทย กล่าวว่าเวลาบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน พวกเขาไม่เพียงพิจารณาโอกาสทางการตลาดและนโยบายพิเศษเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองการลงทุน การปฏิบัติตามสัญญา และกลไกการระงับข้อพิพาทด้วย แวดวงกฎหมายจีนและไทยควรเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อช่วยให้บริษัทเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบและขั้นตอนทางกฎหมายของทั้งสองประเทศ แจงสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบ และลดความเข้าใจผิดอันเกิดจากอุปสรรคทางภาษาและการตีความกฎหมายที่แตกต่างกัน

อู๋ยังกล่าวถึงความสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ต่างชาติและนวัตกรรม พร้อมเสนอให้พัฒนาบริการทางกฎหมาย เพื่อช่วยบริษัทไทยเข้าใจขั้นตอนเฉพาะในการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรในจีน ป้องกันการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยมิชอบ การปลอมแปลงสินค้า และการละเมิดความลับทางการค้า ตลอดจนเสริมสร้างบริการให้คำปรึกษาด้านนโยบาย การยื่นคำขอ การร้องเรียนการละเมิดสิทธิ และการระงับข้อพิพาท

ทั้งสองเชื่อว่าไห่หนานสามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เพื่อพัฒนาบริการอย่างการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการค้า และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งสำรวจความร่วมมือด้านกฎระเบียบทางการค้าและการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านกฎหมายกับกลุ่มประเทศอาเซียน และสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่มั่นคง โปร่งใส และสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับการก่อสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและอาเซียน

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top