Thursday, 4 June 2026
ทรัพยากรน้ำ

สภาอุตสาหกรรมฯและผู้ประกอบการ 17 บริษัท ศึกษาดูงาน ต้นแบบการ จัดการทรัพยากรน้ำเพื่อ อุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)

คุณปิยะ พิริยะโภคานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สายงานสมาชิกสัมพันธ์ (สช.) หน่วยงานจับคู่ธุรกิจ สายงานสมาชิกสัมพันธ์ นำคณะสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการเข้าศึกษาดูงาน บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM.) ณ.สถานีผลิตน้ำประปามรกตสยาม ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี สถานีผลิตน้ำประปาด้วยพลังงานทางเลือก และต้นแบบการบริหารจัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับภาคอุตสาหกรรม 

โดยมี คุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ บจก. อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ (IWRM.) ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชม บ่อน้ำดิบและสถานีผลิตน้ำประปา เพื่ออุตสาหกรรม จากต้นทางน้ำในบ่อดินลูกรัง เพื่อส่งต่อน้ำสู่ผู้ใช้น้ำ ในนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ทั้งในจ.ชลบุรีและจ.ฉะเชิงเทรา กว่า18 ปี ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่นใจ ในคุณภาพน้ำ ตลอด24ชม. ทั้ง 365 วัน สู่ขบวนการผลิต ทุกๆ นิคมฯที่รับน้ำจาก บ.IWRM

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำระดับลุ่มน้ำ "ลุ่มน้ำบางปะกง" ทั้ง11จังหวัด

วันจันทร์ที่ 13 มีค. 66 ณ.โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง ฉะเชิงเทรา 
นายจักรกฤษ พุ่มสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง กรรมการลุ่มน้ำและเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 สำนักนายกรัฐมนตรี (สทนช.)
และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนโครงการ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และความยั่งยืนขององค์กรผู้ใช้น้ำระดับลุ่มน้ำบางปะกง ทั้ง 11จังหวัดเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำจากภาคเกษตรกรรม 235 องค์กร ,ภาคอุตสาหกรรม 46 องค์กร, ภาคพาณิชยกรรม 16 องค์กร  


ได้ร่วมหารือ สภาพปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับท้องถิ่นให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนองค์กรต่างๆเพื่อกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนต่อไป

 AI กับ "ความหิวกระหาย" ที่มองไม่เห็น: เมื่อนวัตกรรมอัจฉริยะกำลังแย่งชิงทรัพยากรน้ำของโลก

ในปีพุทธศักราช 2569 (2026) ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังตื่นตาตื่นใจกับความฉลาดล้ำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาช่วยทำงานและแก้ปัญหาซับซ้อน แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะเหล่านั้นกลับมี "ต้นทุน" มหาศาลที่ถูกซ่อนไว้ นั่นคือ ทรัพยากรน้ำจืด ที่กำลังถูกสูบไปใช้ในอัตราที่น่าตกใจ จนเริ่มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำในหลายภูมิภาคทั่วโลก

- ทำไม AI ถึง "กระหายน้ำ"?

ความต้องการใช้น้ำของ AI ไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรม แต่เกิดจาก โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่รองรับ:

- ระบบหล่อเย็น (Cooling Systems): ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประมวลผล AI ต้องใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (เช่น GPU) ซึ่งสร้างความร้อนมหาศาล น้ำปริมาณมากจึงถูกใช้เพื่อระบายความร้อน โดยน้ำกว่า 80% มักสูญเสียไปจากการระเหย
- การผลิตกระแสไฟฟ้า: โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์ (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อน) ต้องใช้น้ำมหาศาลในกระบวนการผลิต
- การผลิตเซมิคอนดักเตอร์: ชิป AI รุ่นใหม่ต้องการ "น้ำบริสุทธิ์พิเศษ" (Ultrapure Water) ในขั้นตอนการผลิต ซึ่งสะอาดกว่าน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาถึง 1,000 เท่า

- เปิดสถิติช็อกโลก: ราคาที่ต้องจ่ายต่อหนึ่งคำสั่ง

งานวิจัยและรายงานความยั่งยืนในปี 2568-2569 เปิดเผยตัวเลขที่น่ากังวล:

- 1 คำสั่ง = 1 แก้ว: การป้อนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI อย่าง ChatGPT ประมาณ 10-50 ข้อความ อาจใช้น้ำสูงถึง 500 มิลลิลิตร หรือเทียบเท่ากับน้ำดื่มหนึ่งขวด
- การฝึกฝนโมเดล: การฝึก (Training) โมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง GPT-3 เพียงครั้งเดียว อาจใช้น้ำถึง 700,000 ลิตร เทียบเท่ากับความต้องการน้ำดื่มของคนนับหมื่นคนต่อวัน
- วิกฤตในปี 2570: คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำของ AI ทั่วโลกจะสูงถึง 4.2 - 6.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณการใช้น้ำของประเทศเดนมาร์กทั้งประเทศ
- ผลกระทบ: สมรภูมิแย่งชิงน้ำระหว่าง "คน" กับ "เครื่องจักร"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top