Saturday, 6 June 2026
ตราเพชร

'DRT’ หวั่น นโยบายขึ้นค่าแรง กระทบต้นทุนอุตฯ วัสดุก่อสร้าง เร่งเตรียมแผนรับมือความเสี่ยง เชื่อ!! ครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้า

‘บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT’ ประเมินนโยบายขึ้นค่าแรง กระทบอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก เพิ่มแรงกดดันปัจจัยความเสี่ยงด้านต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น พร้อมกางแผนบริหารจัดการ เพื่อรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นและผลักดันการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมาย

(8 มิ.ย.66) นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา ไม้บันได SPC-FC ร้านกาแฟสำเร็จรูป (DIAMOND Cafe) และบริการติดตั้งโครงหลังคาและกระเบื้องหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์มีความกังวลต่อนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 450 บาท เนื่องจากเป็นภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการใช้แรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนให้สูงยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ ก็ได้เตรียมความพร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยสูงกว่า 80-90% เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ (Economy of Scale) การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งบริหาร Product Mix รักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงน้อยที่สุดและสามารถสนับสนุนกับความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ยังมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงบวกของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยช่องทางห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีตามการเปิดสาขาใหม่ของคู่ค้า จึงมั่นใจว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีนี้จะยังรักษาอัตราการเติบโตได้ตามแผน จากข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันในด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ ‘ตราเพชร’ ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย หลังจากผลงานในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายเติบโต 12.32% สูงกว่าเป้าหมาย
 

“ตราเพชร” เปิดเกมรีโนเวท!! ชวนใช้วัสดุป้องกันความร้อน ลดอุณหภูมิในบ้านได้ถึง 95% ช่วยลดภาระค่าไฟและเพิ่มความสบาย ตอบโจทย์ฟังก์ชันและดีไซน์ทันสมัย

‘ตราเพชร’ ชวนรีโนเวทบ้านรับมือฤดูร้อน

คืนความเย็นสบายเพื่อสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในฤดูร้อน ปัญหาความร้อนภายในที่พักอาศัยกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง พลังงานความร้อนมหาศาลที่สะสมอยู่ใต้หลังคาตลอดทั้งวัน ได้เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น "เตาอบ" ไม่เพียงส่งผลต่อเครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนค่าไฟพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนสุขภาพและอารมณ์ของผู้พักอาศัยในระยะยาว

การรีโนเวทบ้านด้วยนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างเพื่อป้องกันความร้อน จึงเป็นโซลูชันสำคัญที่จะช่วยลดอุณหภูมิสะสมภายในบ้าน และสร้างสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย

กลไกสำคัญในการตัดวงจรความร้อนตั้งแต่ต้นทาง คือการติดตั้งวัสดุที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันบนฝ้าเพดานหรือใต้หลังคา โดย ฉนวนกันความร้อน Air Cool ความหนา 3 และ 8 มิลลิเมตร ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานบ้านเย็นด้วยชั้นอะลูมิเนียมเคลือบสองด้านที่เสมือนเกราะป้องกันความร้อนชั้นแรก สามารถสะท้อนความร้อนได้สูงถึง 95% และฉนวนใยแก้ว Very Cool ความหนา 2 และ 3 นิ้ว จึงช่วยสกัดกั้นมวลความร้อนจากใต้หลังคาก่อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่ายได้ทั้งงานหลังคา ฝ้า และผนัง ประกอบกับการเสริมสารหน่วงไฟเพื่อความปลอดภัย จึงช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการพักอาศัยให้เย็นสบายและอุ่นใจได้ทันทีหลังการติดตั้ง

เพื่อให้ระบบจัดการความร้อนทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ การระบายมวลอากาศร้อนที่หลงเหลืออยู่ใต้หลังคาออกสู่ภายนอกบริเวณชายคาบ้านจึงเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ ฝ้าระบายอากาศ ตราเพชร รุ่นผิวเรียบ รูแคปซูล ที่ออกแบบมาเพื่อบ้านยุคใหม่โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ "รูแคปซูล" อันเป็นเอกลักษณ์ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนและพาความร้อนออกจากใต้หลังคาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้า ทั้งยังคงความแข็งแรงทนทานและมีรูปลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยสอดรับกับบ้านทุกสไตล์

ส่วนพื้นที่ต่อเติมอย่างโรงจอดรถหรือครัวหลังบ้าน ที่มักประสบปัญหาความร้อนสะสมเป็นพิเศษ นวัตกรรมอย่าง หลังคายูพีวีซี AIR ROOF จากตราเพชร คือคำตอบที่ผสานทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการกันความร้อนไว้ด้วยกัน ด้วยคุณสมบัติของวัสดุยูพีวีซีที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ จึงช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีกว่าวัสดุทั่วไป อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการซับเสียงรบกวนเวลาฝนตก มีน้ำหนักเบาช่วยลดภาระค่าโครงสร้าง และทนทานต่อทุกสภาพอากาศโดยไม่เป็นสนิม พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 15 ปี หรือหากต้องการเปลี่ยนหลังคาบ้านให้มีดีไซน์สวยงามเสมือนหลังคาชิงเกิ้ลแต่ทนทานกว่า สามารถเลือกใช้หลังคาเหล็กเคลือบผิวด้วยหินธรรมชาติ DIAMOND STONE COATED METAL ROOF ช่วยป้องกันความร้อนและแสงยูวีที่จะผ่านชั้นผิวเหล็ก รวมถึงดูดซับเสียงฝนตกกระทบ พร้อมเคลือบ AZ150 ไม่เป็นสนิม ทนทานแรงกระแทกได้ดี รวมถึงกระเบื้องจตุลอนและลอนคู่ วินเทอร์ไวท์ เป็นอีกทางเลือกช่วยลดอุณหภูมิ ด้วยเทคโนโลยีสะท้อนความร้อน TSR สูงถึง 90%

นอกจากนี้ หากต้องการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านให้กันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น อิฐมวลเบา ไดมอนด์บล็อก สามารถตอบโจทย์การกันความร้อน กันเสียง แข็งแรงทนทาน ทนไฟ โดยมีให้เลือกทั้งอิฐมวลเบา G2 เหมาะกับบ้านและทาวน์โฮม และ อิฐมวลเบา G4 เหมาะกับคอนโดมิเนียมและอาคารสูง ความหนา 7.5 – 20 เซนติเมตร ผ่านมาตรฐาน มอก. 1505-2541 สามารถก่อผนังได้รวดเร็วกว่าอิฐมอญและอิฐบล็อกประมาณ 1 เท่าตัว รวมถึงอิฐมวลเบา MAX BLOCK ขนาด 60x60x7.5 เซนติเมตร นวัตกรรมเพื่อการก่อสร้างที่รวดเร็วขึ้น 3 เท่า ลดเวลา ลดค่าแรง ลดปริมาณปูนก่อ ลดต้นทุนงานก่อผนัง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันความร้อนที่สอดประสานกันนี้ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top