‘วราวุธ’ สั่งลุยกวาดล้างโรงงานกากอุตสาหกรรม!! ตรวจโรงงานกำจัดกาก 5 จังหวัดเป้าหมาย เจอฝ่าฝืนหลายแห่งเข้มงวดมาตรการ ตั้งเป้าตรวจครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศ รายงานผลต่อรองนายกฯ 11 พ.ย. นี้
อก. ส่งชุด ฉก. ปูพรมตรวจ รง. กากอุตสาหกรรม งัด กม. สั่งฟันเด็ดขาด
เตรียมรายงาน 'รองนายกฯ ศุภจี' 11 พย.นี้
กรุงเทพฯ (6 พฤศจิกายน 2569)- กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าจัดระเบียบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เผยผลปฏิบัติการปูพรมตรวจ 5 จังหวัดเป้าหมาย เพียง 4 วัน ตรวจพบกระทำผิดเพียบ งัดมาตรการทางปกครองและกฎหมายเด็ดขาดเข้าจัดการ พร้อมเดินหน้าตรวจให้ครบ 1,500 แห่งตามเป้า
นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม (โรงงานลำดับที่ 105 และ 106) ว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการขั้นเด็ดขาดให้กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยได้ตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจนำโดย นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยทีมผู้ตรวจราชการฯ ลงพื้นที่บัญชาการในแต่ละจังหวัด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมาย
จากการปูพรมลงพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบโรงงานไปแล้ว 337 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 1,500 แห่ง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการเข้าตรวจพื้นที่เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานหลายแห่งประกอบกิจการฝ่าฝืนกฎหมายและไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต โดยพบความผิดหลักใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การติดตั้งหรือใช้เครื่องจักรไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต 2. การละเว้นไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด และ 3. ระบบบำบัดมลพิษไม่ได้มาตรฐาน
"กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที โดยออกคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 (มาตรา 37 และ 39) สั่งให้ระงับการกระทำ ปรับปรุงแก้ไข หรือสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราว รวมถึงบังคับใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (มาตรา 52 และ 54) เพื่อให้จัดการกับวัตถุอันตรายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม" นายภาสกร กล่าวระบุ
ทางด้าน นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าทีมเฉพาะกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เพิ่งดำเนินการตรวจสอบไปได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงขอเวลาให้ชุดปฏิบัติการได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1,500 แห่งทั่วประเทศ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าต่อปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ข้อมูลผลการตรวจสอบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดีทั้งหมด จะถูกสรุปเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อกำหนดมาตรการและนโยบายในระดับชาติต่อไป








