มองอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์ไทยปีหน้า อาจเจอศึกหนักจาก 3 ปัจจัยเสี่ยง ภาษีสหรัฐฯ - ศก.โลกผันผวน - การแข่งขันสูง ชี้ทางรอด เกาะกระแส AI – EV - ดาต้าเซ็นเตอร์ .
หลังผ่านช่วงซบยาว อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะชิปโลกเริ่มกลับมาเติบโตตั้งแต่ครึ่งหลัง 2024 และยืดต่อใน 2025–2026 โดยสมาพันธ์ WSTS คาดมูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกปี 2026 โตอีก 8.5% ไปที่ราว 760.7 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเมมโมรีเป็นหัวลาก และเอเชียแปซิฟิกยังขยายตัวเด่น นี่คือแรงส่งเชิงโครงสร้างแก่ไทยในฐานะฐานผลิตชิ้นส่วน/บอร์ด/HDD/คอมพิวเตอร์ในห่วงโซ่ดิจิทัล (AI server, cloud, 5G)
ขณะที่ฐานข้อมูลส่งออกจริง ไทยเริ่มฟื้นตั้งแต่ต้นปี 2025: แค่ 4 เดือนแรกปี 2025 ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์รวม 20.23 พันล้านดอลลาร์ โต 31%YoY และทั้งปี 2024 ไทยทำได้ 52.94 พันล้านดอลลาร์ (HS84–85) สะท้อนการเด้งกลับของคอมพิวเตอร์/ชิ้นส่วน/HDD และคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ–จีนที่เร่งตัว สอดคล้องกับรายงานเศรษฐกิจไทยที่ชี้ว่า H1/2025 การส่งออกโดยรวมโตแรงจากการเร่งส่งออกก่อนนโยบายภาษีสหรัฐฯ มีผลเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องกังวลในปี 2026
1) ความเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ และนโยบายการค้า:
โครงสร้างภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจากจีนยังซับซ้อนและเข้มงวด และมีไทม์ไลน์ “ปรับเพิ่ม” ต่อสินค้ากลยุทธ์ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 ซึ่งทำให้บริษัทระดับโลกหันกระจายฐานออกจากจีนมากขึ้น—เป็น “ดาบสองคม” สำหรับไทย ทั้งโอกาสรับคำสั่งซื้อเบนทาง และความเสี่ยงหากสินค้าบางกลุ่มถูกตีความว่าอยู่ในลิสต์หรือใช้ชิ้นส่วนจีนมากจนถูกกระทบอ้อมๆ ในห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ ฝ่ายนโยบายไทยเคยประเมิน ความเสียหายศักยภาพ 7–8 พันล้านดอลลาร์ หากการเก็บภาษีสหรัฐฯ แบบเข้มเต็มรูปแบบเกิดขึ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วน/ชิปที่ถูกชี้เป้า 25%—จึงมีความพยายามต่อรอง เปิดตลาด และปรับโครงสร้างแหล่งนำเข้าเพื่อเหนี่ยวนำสมดุลการค้า ลดแรงกดดันด้านภาษี
2) ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:
ภาพรวมโลกในกรอบ 2024–2026 เติบโตต่ำกว่าศักยภาพและเสี่ยง “แยกขั้ว” ห่วงโซ่อุปทานการผลิตมากขึ้น กดดันคำสั่งซื้อ B2B ที่อิงวัฏจักร และทำให้การลงทุนฝั่งอิเล็กทรอนิกส์ผันผวนสูง—รายงาน Outlook 2024–2026 ของสถาบันการเงินไทยชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมต้องเผื่อแผนรับมือรอบสินค้า/ต้นทุนผันผวนเป็นปกติใหม่
3) การแข่งขันภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น:
เวียดนาม/มาเลเซียเร่งดึงดูดดีลอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (OSAT, IC design support, server/PCB ขั้นสูง) ผ่านสิทธิประโยชน์เชิงรุก ขณะที่ไทยยังพึ่งพาแรงส่งในหมวดคอมพิวเตอร์/HDD/ชิ้นส่วนบางสาย หากไม่ยกระดับสู่ smart electronics และซัพพลายชิ้นส่วนสำหรับ AI-server/ยานยนต์ไฟฟ้า (power electronics) ส่วนแบ่งตลาดอาจถูกกัดเซาะใน 1–3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยยังคงมีโอกาสในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตได้
1) เกาะกระแส AI/ดาต้าเซ็นเตอร์:
คำสั่งซื้อที่หนุน 2025—HDD, คอมพิวเตอร์/ชิ้นส่วน, บางกลุ่มของ IC—มีแนวโน้มต่อเนื่องใน 2026 ตามธีมโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและ AI server (รวมทั้งพาวเวอร์ซัพพลาย/พัดลม/ฮีตซิงก์/บอร์ดไฟกำลัง) ผู้ผลิตไทยที่อยู่ในห่วงโซ่นี้ได้ประโยชน์ชัด และ WSTS ชี้ว่าการเติบโตปี 2026 “กว้างฐาน” ไม่ได้อาศัยเมมโมรีเพียงอย่างเดียว
2) นโยบายอุตสาหกรรมและการลงทุนใหม่ในไทย:
ปี 2024–2025 มีโครงการขยายกำลังผลิตของผู้เล่นหลัก (เช่น การลงทุนขยายสายการผลิต HDD/อุปกรณ์ที่ไทย) เพื่อรองรับตลาด cloud/AI/5G ซึ่งเริ่มเห็นผลในดัชนีการผลิต 1Q/2025 และเป็นฐานให้ 2026 ต่อเนื่อง หาก supply ramp “ขึ้นจริง” ตามแผน โรงงานไทยจะมี product mix ที่มาร์จินดีขึ้นกว่าบางปีที่ผ่านมา
.
3) แรงส่งจากการส่งออกปี 2025:
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานเศรษฐกิจระบุว่า 2025 การส่งออกขยายแรง ส่วนหนึ่งเพราะ front-loading ก่อนภาษี/กติกาใหม่สหรัฐฯ ส่งผลให้ฐานปี 2025 สูง—ข้อดีคือแสดงศักยภาพการผลิตและเครือข่ายลูกค้าไทยยังแข็ง แต่ก็ทำให้ 2026 ต้องบริหาร “ฐานสูง” และความเสี่ยงดีมานด์แผ่วหากนโยบายภาษีปรับเข้มในต้นปี 2026
อย่างไรก็ตาม ทาง SCB EIC ได้ประเมินว่า แม้ว่าในปี 2025 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จากอานิสงส์การเร่งนำเข้าและวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์และ HDD ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มความต้องการเทคโนโลยี AI และธุรกิจ Data center ที่ขยายตัว แต่ในปี 2026 คาดว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในภาพรวมมีแนวโน้มกลับมาหดตัว -10.8%YOY แม้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 การส่งออกในกลุ่มสินค้า Hi-Tech เช่น คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยังคงได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นที่สิ้นสุดลงช้ากว่าที่คาดจากอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ที่ดีต่อเนื่อง
แต่การส่งออกในภาพรวมยังคงหดตัว โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงตามอุปสงค์โลกที่แผ่วลง และจะเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังต้องเผชิญความเสี่ยงที่มากขึ้นจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีเจาะจงเฉพาะสินค้า (Specific tariff) ในกลุ่มสินค้าไฮเทค เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคบางส่วนในระยะข้างหน้า
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทย จำเป็นต้องเร่งรับมือ โดยกระจายตลาดและ “กฎถิ่นกำเนิด” (ROO) ให้พร้อม 2026 ทำแผนสำรองเส้นทางส่งออก (สหรัฐฯ/ยุโรป/เอเชีย) และจัดเอกสารแหล่งกำเนิดวัตถุดิบให้โปร่งใส โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มีสัดส่วนจีนสูง เพื่อหลบความเสี่ยงตีความเข้าลิสต์ภาษีใหม่/เพิ่มอัตราอากร
พร้อม ยกระดับ product-mix สู่ “smart electronics” และชิ้นส่วนสำหรับ AI/EV เน้นลงทุนในบอร์ด/พาวเวอร์โมดูล/คอนเวอร์เตอร์/คูลลิงสำหรับศูนย์ข้อมูลและยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตลาดที่โตเร็วกว่าตลาดคอนซูเมอร์ทั่วไป
นอกจากนี้ ควรใช้สิทธิประโยชน์และโครงข่ายในประเทศ ด้วยการทำงานร่วมกับ BOI/สถาบันไฟฟ้า–อิเล็กทรอนิกส์/ส.อ.ท. เพื่อเข้าถึงโปรแกรมยกระดับทักษะ–เทคโนโลยี และจับคู่ห่วงโซ่ที่ต้องการ localize ในไทยให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยง supply จากแหล่งเดียว
ทั้งนี้ หากมองในภาพรวมของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยในปี 2026 เชื่อว่าจะยังมีแรงส่งเชิงโครงสร้าง จากวัฏจักรชิปที่ฟื้นและธีม AI/ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ต้องเผชิญ ความเสี่ยงนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่อาจ “เปลี่ยนกติกากลางเกม” ตั้งแต่ต้นปี รวมทั้งเศรษฐกิจโลกโตต่ำและการแข่งขันภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น








