Thursday, 4 June 2026
ช่วยเหลือเยียวยา

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ เลขาฯ ศอ.บต. เผย เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จชต.ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ยัน! รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาทุกมิติ พร้อม! เร่งช่วยเหลือภาคเอกชน และปชช. ที่ได้รับผลกระทบ

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าเยี่ยมนางประทุม นักทอง อายุ 55 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด ที่บริเวณสวนยางพาราของประชาชนในพื้นที่บ้านโคกโก ตำบลโต๊ะเด็ก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กำลังเข้าไปกรีดยางในสวนของตนเองจนทำให้ขาทั้ง 2 ข้างขาดและแพทย์ได้ทำการตกแต่งบาดแผลเรียบร้อยแล้วขณะนี้รู้สึกตัวดีแต่จะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุด EOD ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 ราย และได้บาดเจ็บอีก 10 ราย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

ในการนี้พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการลงพื้นที่เยี่ยม และให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่อยากกล่าวคำว่าเสียใจ แต่จำเป็นต้องกล่าวให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกคน ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีเอง ได้สั่งการและเน้นย้ำให้ดูแลอย่างดีไม่เพียงแค่เยี่ยมให้กำลังใจมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเท่านั้น แต่ต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายให้ดีที่สุด ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเชื่อว่า..ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อแต่คาดว่าเกิดจากการดัดแปลงและวิธีการทำลายล้าง ดังนั้นจึงขอให้ทุกส่วนร่วมกันผนึกกำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดนี้ เชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดจะสามารถคลี่คลายลงตามลำดับ และในนามรัฐบาลขอโดยให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่ทิ้งและจะช่วยดูแลกันต่อไป

‘สมศักดิ์–ทวี’ เป็นสักขีพยาน ลงนาม MOU ยกระดับบริการเยียวยา ‘ผู้เสียหาย–พยาน–จำเลย’ เท่าเทียม

(8 ก.ย. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระหว่างสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการรักษา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษ

“ความร่วมมือนี้มุ่งพัฒนาระบบรักษา เยียวยา และฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงบริการได้ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งแบ่งปันทรัพยากรและบุคลากรเพื่อให้บริการด้านสุขภาพที่ทั่วถึง และไม่เลือกปฏิบัติ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การมี MOU ร่วมกันสะท้อนว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่สังคมต้องการและชื่นชม สามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน และเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายกัญชาว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงหรือจัดทำกฎหมายใหญ่ ยังอยู่ระหว่างการประคับประคองให้ประชาชนไม่เดือดร้อน และยืนยันใช้ทางการแพทย์เป็นหลัก

เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่กลับมา และไม่เห็นว่าการกลับเข้าประเทศจะมีโทษใด ๆ พร้อมย้ำว่าการทำงานของกระทรวงยังคงดำเนินไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top