ชิงสุกก่อนห่ามจริงหรือ? 2475 ในเงาประวัติศาสตร์การเมืองไทย เปิดมุมมองวาทกรรมคู่ขนาน “อภิวัฒน์” กับ “ความไม่พร้อม” ถอดบทเรียน 2475 ผ่านคำสารภาพของ ‘ปรีดี พนมยงค์’
วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม 2475 ถือเป็นวาทกรรมที่เป็นมายาคติหรือไม่?
"ชิงสุกก่อนห่าม" เป็นสำนวนไทยที่หมายถึง การทำสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร หรือทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย เปรียบเปรยเหมือนการเก็บผลไม้มากินตอนที่เพิ่งเริ่มห่าม ยังไม่สุกดีแล้วรีบเด็ดมาทานก่อนเวลา จะได้รับรสชาติที่ฝาดเปรี้ยว ไม่หวานอร่อยเหมือนตอนที่สุกเต็มที่
ในขณะที่คำว่า "มายาคติ" (Myth) หมายถึง ความคิด ความเชื่อ หรือคำอธิบายที่ถูกสร้างขึ้นและฝังรากอยู่ในสังคมจนทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ หรือเป็นสามัญสำนึกที่ถูกต้อง ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด หรือชุดความคิดที่ถูกประกอบสร้างขึ้นมาเพื่อบิดเบือนหรือกลบเกลื่อนความจริง
โดย “วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม” ถือเป็นวาทกรรมหรือคำอธิบายย้อนหลัง (retrospective assessment) ที่ใช้ประเมินเหตุการณ์ 2475 ย้อนหลังว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลเสียมากกว่าผลดี (negative assessment) ทั้งจากความไม่พร้อมของผู้ก่อการ ประชาชน รวมไปถึงผลเสียที่ตามมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีสถานะทางวาทกรรมตรงกันข้ามกับ “วาทกรรมอภิวัฒน์” ที่ใช้ประเมินเหตุการณ์ 2475 ในแง่บวก (positive assessment) ว่าเป็นการ “อภิวัฒน์” หรือเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและเป็นการกระทำที่ถูกต้องดีงาม สมควรแก่เวลา
โดยในระยะหลังมีคำอธิบายสาธารณะที่พยายามปฏิเสธว่าเหตุการณ์ 2475 ไม่ใช่การชิงสุกก่อนห่าม หรือวาทกรรมชิงสุกก่อนเป็นมายาคติที่ไม่มีฐานความเป็นจริงรองรับ เช่น รัชนก ศรีนอก ในกรณีของละครสอดสร้อยมาลา ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะก้าวหน้า อิทธิพล โคตะมี, ธงชัย วินิจจะกูล ฯลฯ
เมื่อพิจารณาจากหลักฐานและข้อเท็จจริงที่รองรับวาทกรรมทั้งสองกระแส มีบุคคลสำคัญของคณะราษฎร ที่จัดได้ว่ามีบทบาทสำคัญทั้งการประกอบสร้างและเป็นหลักฐานในแง่ของข้อเท็จจริงที่ทำหน้าที่รองรับวาทกรรมทั้งสอง ทั้งวาทกรรมอภิวัฒน์และวาทกรรมชิงสุกก่อนห่ามก็คือ ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำของคณะราษฎรสายพลเรือน
ในขณะที่เขา (ปรีดีหนุ่ม หรือ Young Pridi) จะเป็นผู้ประกอบสร้างวาทกรรมอภิวัฒน์ โดยใช้คำ ๆ นี้เป็นคนแรก โดยประเมินว่าเหตุการณ์ 2475 เป็นการอภิวัฒน์ หรือการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อนำพาสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นแล้ว
เขา (ปรีดีอาวุโส หรือ Old Pridi) เองก็ยังออกมายอมรับความผิดพลาดของตนเองและคณะราษฎร ในหลายกรรมหลายวาระ ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับในความขาดวุฒิภาวะที่มาจากอายุที่น้อย ความขาดประสบการณ์ การยึดติดทฤษฎีหรือตำรามากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงของสังคมไทย รวมไปถึงการขาดการติดต่อ การทำความรู้จักเข้าใจคนไทยให้มากพอ
หรือแม้แต่วาทะ “ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทําการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอํานาจ” อันเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงชั้นดีที่เป็นหลักฐานรองรับวาทกรรมชิงสุกก่อนห่ามทั้งสิ้น
ดังนั้น วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม จึงไม่ได้มีสถานะเป็นวาทกรรมที่เป็นมายาคติหรือเรื่องเล่าไร้สาระที่ไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริงรองรับแต่เพียงอย่างใด
คำถามทิ้งท้ายก็คือ มีเหตุการณ์หรือบุคคลใดในโลกที่มีแต่ข้อดี โดยไม่มีข้อเสียเลยบ้างเล่า? การที่จะรับแต่ชอบ โดยที่ไม่รับผิดเลย นั้นมีความเป็นธรรมแล้วหรือ?
อ้างอิง
1. “(สอดสร้อยมาลา) เป็นละครที่ได้รัฐเงินสนับสนุนจากรัฐไทย ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นโครงการที่ดูก้าวหน้า โครงเรื่องก็ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ในที่สุดก็เผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็คงเป็นส่วนนึงของการทำโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อกระทำอย่างเป็นระบบ ให้ประวัติศาสตร์ ถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่รัฐไทยอยากให้เป็นเท่านั้น ในบริบทนี้คือ คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ตอกย้ำวาทะกรรม ชิงสุกก่อนห่าม สุดท้ายพวกหัวก้าวหน้าก็เหลิงอำนาจ และย้ำแนวคิดประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของประชาชน อำนาจสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน” อมรินทร์ทีวี. (2569). 2475 “รัชนก ศรีนอก” ชิงสุกก่อนห่าม, จาก Website Amarin TV
2. ประจักษ์ ก้องกีรติ. (2560). การปฏิวัติ 2475 ที่โรงเรียนไม่ได้สอน,จาก Website The 101
3. คณะก้าวหน้า. ประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานไม่ใช่เพราะ “ชิงสุกก่อนห่าม” แต่เพราะการกลับมาของฝ่ายนิยมเจ้าในการรัฐประหาร 2490 - การสรุปเนื้อหาการบรรยาย “ตลาดวิชาอนาคตใหม่ – The Crown Strikes Back เมื่อเหล่ากษัตริย์นิยมโต้กลับการปฏิวัติ 2475” ในหัวข้อ “โฉมหน้าศักดินาไทยในรัฐประหาร 2490” โดย กษิดิศ อนันทนาธร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งทาง Common School จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 74 ปี การรัฐประหาร 2490, จาก Website คณะก้าวหน้า.
4. อิทธิพล โคตะมี. (2564) มายาคติ 'ชิงสุกก่อนห่าม' สำนวนด้อยค่าการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, จาก Website สถาบันปรีดี พนมยงค์.
5. ธงชัย วินิจจะกูล (2567). 2475 “ชิงสุกก่อนห่าม” หรือ “สายเกินการณ์” !? - ศิลปวัฒนธรรม, จาก FB Page 25 มิถุนายน 2024.
6. คำให้สัมภาษณ์ที่บ้านอองโตนี ปารีส เมื่อ พ.ศ. 2522 อันลือลั่นในประเด็นนี้คือ “ข้าพเจ้าไม่มีความเจนจัด และโดยปราศจากความเจนจัด บางครั้งข้าพเจ้าประยุกต์ทฤษฎีอย่างนักตํารา ข้าพเจ้าไม่ได้นําเอาความเป็นจริงในประเทศของข้าพเจ้ามาคํานึงด้วย ข้าพเจ้าติดต่อกับประชาชนไม่พอ ความรู้ทั้งหมดของข้าพเจ้า เป็นความรู้ตามหนังสือ ข้าพเจ้าไม่ได้เอาสาระสำคัญของมนุษย์มาคํานึงด้วย ให้มากเท่าที่ข้าพเจ้าควรจะมี ในปี ค.ศ. 1932 ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทําการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอํานาจ”
ที่มา : Phermsak Chariamphan
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10174647228605486&id=583640485&rdid=IWjyXJMQhiwNxEPl#









