Thursday, 4 June 2026
ชาตินิยม

อ.ไชยันต์ ชี้ ปัญญาชนบางกลุ่มปฏิเสธชาตินิยมที่ขับเคลื่อนโดยชนชั้นนำในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชา

(10 มิ.ย.68) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า “จากราชาชาตินิยม ถึง ปัญญาชน-ชาตินิยมผูกขาด” 

เรื่องชาตินิยมนี้ ปัญญาชนบางกลุ่มปฏิเสธชาตินิยมที่ขับเคลื่อนโดยชนชั้นนำในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชา เพราะชาตินิยมที่ยอมรับได้สำหรับพวกเขา คือ ชาตินิยมของมหาชน ที่จะต้องมีปัญญาชนอย่างพวกเขาเป็นผู้นำทางความคิดจิตวิญญาณเท่านั้น

เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย ชาตินิยม เป็นอันตราย

(24 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ชาตินิยมที่เกิดจากปัญหาชายแดน ส่งผลกระทบต่อทุกพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย 
ชาตินิยมเป็นอันตราย แต่ในอีกมุม ทำอย่างไรจะทำให้การเมืองเรื่องชีวิตเรื่องความเปลี่ยนแปลงเป็นชาตินิยมขึ้นมาได้

เศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ อำนาจกดทับในสังคม ทำให้คนกลายเป็นอณู ที่ไม่มีความหมาย
ชาติ กลายเป็นความคิดเก่าที่สามารถยึดโยงให้แต่ละอณูเชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความหมายว่า เรามีค่ามากกว่าเป็นอณู
แต่ชาตินิยมถ้าไม่มี Political Project ที่ชัดเจน เห็นอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากคลั่งชาติ

แม้ชาตินิยมทำให้ดูเหมือนสังคมไทยถอยหลัง จากปี 63 ปี 66
แต่จากนี้ไปจนถึงเลือกตั้ง กระแสสังคมจะหันมาทบทวนชาตินิยม
พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอชาตินิยมที่มีปัญญาญาณ สร้างชุดความหวังและอุดมคติ ที่ทำให้สังคมเดินต่อไปได้ ผนวกกลืนชาตินิยมให้เป็นสิ่งที่มีค่า

จับตาชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเลือกตั้งจบแต่ความเจ็บปวดยังไม่จาง เมื่อนักการเมืองได้แต้ม แต่คนชายแดนได้ 'ระเบิด' และ 'บ้านแตก'

ปลุกชาตินิยมเอาคะแนน แต่ชายแดนเอาชีวิต: ไทย-กัมพูชาอย่าให้การเมืองลากประเทศไปติดกับดัก

ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่ดราม่าในโซเชียลอีกต่อไป เพราะหลังการปะทะหนักในเดือนธันวาคม 2568 แม้จะมีการหยุดยิง แต่ยังมีคนจำนวนมากต้องอยู่ในศูนย์พักพิง บ้านและที่ดินจำนวนมากเข้าไม่ถึง และยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง

ความจริงในพื้นที่ที่ถูกกลบด้วยวาทกรรม
• มีผู้พลัดถิ่นฝั่งกัมพูชาหลายพันคนยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะพื้นที่ถูกกั้น/เข้าไม่ถึง
• เหตุปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และทิ้งปัญหาระเบิดตกค้างที่กระทบโรงเรียน วัด โรงพยาบาล และเส้นทางทำมาหากิน
• ความเสียหายยังลามถึงพื้นที่มรดกโลก เช่นบริเวณปราสาทพระวิหารที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ

เมื่อ "ชาตินิยม" กลายเป็นเครื่องมือหาเสียง
• กระแสชาตินิยมสามารถดึงคะแนนได้เร็วกว่าเรื่องปากท้อง และทำให้การเมืองหลบคำถามยาก ๆ เรื่องเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น
• เมื่อการเมืองแข่งกัน "แข็ง" ประชาชนในพื้นที่กลับเป็นคนที่จ่ายราคา ทั้งความปลอดภัย รายได้ และอนาคตของลูกหลาน
• งานวิเคราะห์ชี้ว่าชาตินิยมของทั้งสองฝ่ายถูกจัดวางต่างกัน แต่ต่างก็ถูกใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองในแบบของตน

ข้อพิพาทเก่า แต่บทเรียนใหม่: ยิ่งซับซ้อน ยิ่งต้องใช้สติ
• กรณีปราสาทพระวิหารเคยไปถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีคำพิพากษาสำคัญในอดีต และมีคำวินิจฉัยเรื่องการตีความเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
• ข้อพิพาทแนวชายแดนจึงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินด้วยอารมณ์แบบ "บุก/ไม่บุก" แต่ต้องวางบนข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน

ทางออกที่ "รักชาติจริง" ต้องกล้าทำ
• ลดความร้อนแรงของวาทกรรม: เลิกขายคะแนนด้วยการปลุกอารมณ์จนความเสี่ยงบานปลาย
• ย้ำหลักความปลอดภัยประชาชน: เร่งกวาดล้างทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดตกค้าง เปิดทางให้คนกลับบ้านและกลับไปทำมาหากิน
• ใช้การทูตและกลไกเจรจาในพื้นที่: ทำมาตรการร่วม ลดโอกาสปะทะซ้ำ และสร้างกติกาในพื้นที่ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top