Monday, 7 April 2025
จุลพันธ์อมรวิวัฒน์

‘ส.ส.จุลพันธ์’ ให้กำลังใจ ‘แสนดี’ เผย ไม่ควรตัดสินการเห็นต่างว่าถูกหรือผิด วอนสังคม ‘หยุดใช้คำหยาบคาย-คุกคามสภาพทางกาย’ ชี้!! เป็นสิ่งที่ไม่ควร

(18 ก.ค. 66) จากกรณีที่ ‘แสนดี แสนปิติ สิทธิพันธุ์’ บุตรชายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ออกมาเขียนวิจารณ์พรรคก้าวไกล และต่อมาได้ขอโทษไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจนายแสนดี โดยมีใจความว่า “เป็นกำลังใจให้น้องแสนดีครับ การแสดงความเห็นไม่ควรถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์การที่ใครจะแสดงความเห็นแย้งเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่การคุกคามด้วยถ้อยคำหยาบคายและกระทบถึงสภาพทางกายน้องเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง

หากเคยคุยกับ อ.ชัชชาติเรื่องลูก จะทราบว่าครอบครัวนี้ผ่านอะไรมาเยอะมาก กว่าจะมาถึงวันนี้ซึ่งไม่ง่ายเลย อยากให้สังคมให้โอกาสน้องคนนึง หยุดพฤติกรรมทำลายผู้เห็นต่าง เปิดโอกาสให้เสียงในสังคมที่มีความแตกต่างได้พูดได้คิดบ้าง แล้วเราจะเข้าใกล้ ปชต.ที่สมบูรณ์ที่ทุกคนฝันไปอีกนิด อีกนิด”

‘รมช.คลัง’ ยัน!! วิธีโอนเงิน เงินดิจิทัล 10,000 ใช้ระบบบล็อกเชน ไม่ได้โอนผ่านเป๋าตัง

(6 ก.ย. 66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีช่องทางการจ่ายเงินในโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยปฏิเสธข่าวที่ว่าจะโอนเงิน 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่เคยถูกใช้ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาก่อนหน้านี้นั้น

ยืนยันว่า นโยบายนี้ จะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) อยู่เบื้องหลัง ซึ่งถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากเทคโนโลยีแบบเดิม เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

'รมช.คลัง' รับ!! เงินไม่พอทำ 'สวัสดิการถ้วนหน้า' ชี้!! 'ภาษีที่จัดเก็บได้ยังห่างไกล-รัฐต้องคุมวินัยคลัง'

(12 ก.ย.66) ที่รัฐสภา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ลุกขึ้นชี้แจงถึงนโยบายพักหนี้เกษตรกร ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า เรื่องการเกษตรเป็นเรื่องสำคัญ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรก จะมีเรื่องการพักหนี้เข้าสู่ที่ประชุมเป็นเรื่องเร่งด่วนจะทำให้ได้ในไตรมาสสี่ปีนี้ โดยเป็นการพักหนี้ทั้งต้นและดอก พร้อมแผนสร้างรายได้ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างปลูกและผลิตตามที่ตลาดโลกต้องการ และการพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอกนี้จะทำให้เกษตรกรมีแรงทำมาหากินสร้างรายได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และไม่เสียวินัยการเงินการคลัง เช่น การใช้ปุ๋ยตามการวิเคราะห์ดิน ลดจำนวนปุ๋ยเคมีและเพิ่มผลผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ ส่วนเรื่องการใช้ดาต้าเข้ามาสนับสนุนการเพาะปลูกนั้น เราจำเป็นต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการให้ความรู้เกษตรกรทั่วไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นเรื่องหมูเถื่อนที่เข้ามานั้น ตนได้รับฟังปัญหานี้มาก่อนแล้วเป็นปัญหาใหญ่ที่ลามไปทั่วประเทศจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาแผนสั่งการต่อไป ขณะที่เรื่องของรายได้ครูและข้าราชการนั้นถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการดูแลประชาชน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และรับปากว่าจะไปดูแลเรื่องรายได้ให้เหมาะสมกับงบประมาณโดยรักษาไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลัง

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า การแก้ปัญหาการพักหนี้เกษตรกร สมาชิกหลายท่านอภิปรายให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตนในฐานะรมช.คลัง รวมถึงนายกฯ เน้นย้ำการเดินหน้าเรื่องการพักหนี้ เราเตรียมการล่วงหน้าไปมากแล้ว โดยเชื่อมั่นว่าภายในไตรมาสนี้จะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องการพักหนี้เกษตรได้ การพักหนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะต่อชีวิตให้พี่น้องภาคการเกษตร หลังจากนั้นรัฐบาลจะมีโครงการอีกจำนวนมาก พร้อมกับวางเป้าเพิ่มมูลค่าทางเกษตรภายใน 4 ปี เพื่อให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง รวมถึงจะมีการเจรจาการค้าเอฟทีเอกับหลายๆประเทศเพื่อเปิดประตูการค้า เพราะรัฐบาลมองสถานการณ์เอญนีโญที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาส เพราะจะเกิดภาวะขาดแคลนด้านอาหารจำนวนมากในโลก ถ้าประเทศไทยสร้างความแข็งแกร่งด้านการเกษตรได้ เราจะกลับมาเป็นครัวโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ เกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการพูดถึงสวัสดิการถ้วนหน้า เราต้องตื่นจากความฝันและอยู่กับความเป็นจริง เนื่องจากจีดีพีของไทยต่ำกว่าประเทศที่ทำสวัสดิการถ้วนหน้ามาก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่การจัดเก็บภาษี ยังไม่สามารถอยู่ในจุดที่เราจะทำสวัสดิการถ้วนหน้าได้จริงๆ เราเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลกันมาช่วงหนึ่ง ทราบดีว่าข้อจำกัดคืออะไร ตนอยากถามกลับว่าหากท่านต้องการให้ทำสวัสดิการถ้วนหน้า ท่านคาดว่าจะเอางบประมาณมาจากไหน หรือท่านจะเอาเงินมาจากการขายทรัพย์สินของรัฐมาทำสวัสดิการถ้วนหน้า หรือจะขายกองทุน กู้แบงก์ แต่สำหรับรัฐบาลนี้เราตระหนักเรื่องวินัยการเงิน การคลัง ฉะนั้น เราคงจะทำแบบนั้นไม่ได้

“ด้วยภาระของรัฐบาลปัจจุบันหากทำสวัสดิการถ้วนหน้าจะเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีงบประมาณมากเพียงพอ ที่จะรองรับการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า สิ่งสำคัญที่ทุกท่านทราบคือรัฐจะต้องจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเดินหน้าสวัสดิการโดยรัฐให้กับประชาชนในระดับที่เหมาะสม และจะทำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน” รมช.คลัง กล่าว

‘จุลพันธ์’ เตรียมเรียกหน่วยงานฯ ถกแผน ‘พักหนี้เกษตรกร-SME’ ขีดเส้น 14 วัน ต้องได้ข้อสรุปกรอบแนวทาง-วิธีการทำงานทั้งหมด

(18 ก.ย.66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า ในต้นสัปดาห์นี้คณะทำงานในโครงการพักหนี้ทั้งในส่วนของเกษตรกร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบแนวทาง และวิธีการทำงานทั้งหมด ให้ได้ข้อสรุป เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ สำหรับเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 14 วัน หรือไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย. 2566

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีลูกหนี้เกษตรกรทั้งสิ้นกว่า 4.2 ล้านบัญชี ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ราว 3 ล้านกว่าบัญชี ก็ต้องมาพิจารณาหลักเกณฑ์ และรายละเอียดว่าจะช่วยเหลืออย่างไร โดยคงไม่ได้ช่วยทั้งหมด เพราะในส่วนนี้เชื่อว่าจะมีรายใหญ่รวมอยู่ด้วย ส่วนว่ามาตรการจะครอบคลุมแค่ไหน หรือจะมีการกำหนดเพดานการช่วยเหลืออย่างไร ขอไปพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะได้รับคำสั่งจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลังมาแล้ว

“คงต้องดูกรอบวงเงินที่มีความเหมาะสม และต้องดูภาระของงบประมาณที่จะรับได้อีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะตอนนี้กระบวนการงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้านั้น ได้มีการกำหนดกรอบปฏิทินใหม่มาแล้ว โดยในส่วนนี้ก็ต้องไปดูภาระงบประมาณในแต่ละส่วน แต่ละโครงการ ต้องดูกรอบใหญ่ว่างประมาณมีภาระด้านอื่น ๆ อย่างไร ดังนั้นหลักของแนวทางการให้ความช่วยเหลือในโครงการพักหนี้ก็จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและสอดคล้องกับงบประมาณด้วย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ยืนยันว่าการดำเนินการจะไม่ช้าไปกว่าเดือน มี.ค. 2567 อย่างแน่นอน โดยนายกรัฐมนตรีตั้งธงมาแล้วว่าจะเริ่มในวันที่ 1 ก.พ. 2567 กระทรวงการคลังก็จะต้องทำให้สำเร็จ โดยอาจจะต้องมีการทดสอบระบบก่อนวันเริ่มดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ คงไม่มีการให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด เบื้องต้นอาจจะใช้ข้อมูลร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาเป็นพื้นฐาน แต่อาจจะต้องให้มีการยืนยันตัวต้นเพิ่มเติมบ้างเท่านั้น

ส่วนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้จ่ายในโครงการ โดยเฉพาะการกำหนดรัศมีการใช้จ่ายไม่เกิน 4 กิโลเมตรตามทะเบียนบ้านนั้น ยอมรับว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอแนะเข้ามาเยอะว่าเรื่องนี้อาจเป็นข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลเองอาจจะมีการผ่อนปรนหรือเปลี่ยนแปลงเรื่องรัศมีในการใช้จ่าย โดยอาจจะปรับมาเป็นให้ใช้ได้ภายในอำเภอตามทะเบียนบ้าน เพื่อทำให้กระบวนการใช้เงินของประชาชนผ่านดิจิทัลวอลเล็ตราบรื่นที่สุด

“ยอมรับว่าข้อเสนอที่ให้ปรับมาเป็นใช้จ่ายจากรัศมี 4 กิโลเมตรมาเป็นใช้จ่ายได้ภายในอำเภอตามทะเบียนบ้านนั้น เป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรอยากให้รอฟังดี ๆ อีกครั้ง โดยรัฐบาลยังคงยึดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนเป็นหลัก ดังนั้นหากจะปรับโดยการปลดล็อกการใช้จ่ายจนอิสระ หรือฟรีไปเลยคงไม่มีทาง เพราะอย่างไรก็ตามคนก็ต้องกลับภูมิลำเนากันอยู่แล้ว ส่วนข้อกำหนดในการซื้อสินค้ายังต้องรอสรุปอีกนิด เพราะมีเรื่องที่ต้องพิจารณาค่อนข้างมาก เช่น กรณีที่เป็นบริการของรัฐ ควรจะให้ใช้ได้หรือไม่ เพราะเงินอาจจะไม่หมุนเข้าระบบเศรษฐกิจตามที่ควรจะเป็น เช่น การจ่ายค่าไฟฟ้า แต่ที่กำหนดชัดเจนแน่นอนแล้ว คือ ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าประเภทอบายมุข และการชำระหนี้สินได้อย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์ กล่าว

สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องกู้อย่างแน่นอน รัฐบาลมีกลไกในการดำเนินการได้ ส่วนรายละเอียดทั้งหมดอยากให้รอดู ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ส่วนที่มีข้อเสนอว่าให้นำแอปพลิเคชันเป๋าตังเข้ามาใช้นั้น มองว่า แอปพลิเคชันเป๋าตังก็คือเป็นสินทรัพย์ของรัฐบาลอยู่แล้ว หากท้ายที่สุดแล้วสรุปว่าจะนำแอปฯ เป๋าตังไปใส่ในบล็อกเชนของโครงการ ก็มองงว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากทำจริงก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ในมุมมองของรัฐบาลเห็นว่าหากอะไรที่พัฒนาแล้วทำให้ดีขึ้นก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าโครงการจะเป็นประโยชน์กับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเพียงแค่รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าโครงการ ก็เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว ร้านค้ามีการวางแผนการสั่งซื้อสินค้า วัตถุดิบเพื่อมารอจำหน่าย เรียกว่าเกิดการหมุนเวียนในระบบทันทีตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่ม และเรายังมองว่า การใช้จ่ายในโครงการจะได้รับความนิยม ประชาชนจะใช้จ่ายหมด 10,000 บาทภายในไม่เกิน 1-2 สัปดาห์แน่นอน

อย่างไรก็ดี ข้อกังวลเกี่ยวกับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในโครงการ เช่น การใช้จ่ายแบบผิดวัตถุประสงค์ โดยการฮั้วกับร้านค้าเพื่อนำเป็นเงินสดออกมานั้น ยอมรับว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่กระทรวงการคลังจะพยายามหาทางป้องกันให้มากที่สุด โดยมองว่าระบบการดำเนินงานผ่านบล็อกเชนจะสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะและหาทางแก้ไขต่อไป

‘จุลพันธ์’ ยัน!! ไม่ได้ลอกดิจิทัลวอลเล็ตจาก ‘ญี่ปุ่น’ ชี้ บริบทต่างกัน เผย กำลังเร่งพิจารณา ถ้าไม่ทันขยับเวลาแจก ย้ำ สัปดาห์นี้ชัดเจนแน่

(23 ต.ค. 66) ที่ลานพระบรมราชวัง ราชานุสรณ์ พระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดเผยข้อมูลว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต มีต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่นว่า ต้นแบบไม่ใช่แต่มีกระบวนการที่เขาเคยดำเนินการลักษณะคล้ายคลึงกันในปี 1999 ซึ่งเป็นเรื่องของการแจกคูปอง ซึ่งตนเห็นแล้วและได้ไลน์ไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก น.ส.ศิริกัญญา เป็นของประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน และเราก็ได้นำมาศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อที่จะได้นำข้อดีและข้อเสียของสิ่งที่ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเคยใช้ เรานำมาศึกษาก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการเปรียบเทียบนั้น ตนคิดว่าทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าบริบทมีความแตกต่างในปี 1999 และในปัจจุบัน ขณะเดียวกันประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นก็มีความแตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

เมื่อถามถึง กรณีเลื่อนประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้ประชาชนสงสัยว่าได้รับเงินจากนโยบายนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป้าหมายยังคงอยู่ที่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่หากมีการประชุมคณะอนุกรรมการในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น ขอให้อดใจรอนิดหนึ่ง

เมื่อถามย้ำว่า จะยังคงเป็นในกรอบเวลาเดิมหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “จะพยายามครับ จะพยายาม”

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการระบุว่า หากไม่ทันจริงๆ จะมีการรายงานนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอปรับกรอบเวลาของโครงการ เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่าง จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องมั่นใจว่าเมื่อเปิดใช้บริการจะต้องมีความปลอดภัย ข้อมูลของประชาชนมีการรักษาความปลอดภัย ทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่สามารถละเลยได้ หากมีอะไรที่ยังเป็นข้อติดขัด เราต้องค่อยๆ หาทางสอบถามและแก้ไข ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการสั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ และยังตอบไม่ได้ว่าการประชุมคณะอนุกรรมการจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

เมื่อถามว่า หากจำเป็นต้องเลื่อนจริงๆ จะเลื่อนไปเป็นช่วงใด นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่จะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้

เมื่อถามว่า ปัจจัยอะไรที่จะทำให้มีไม่ทันกรอบเวลา นายจุลพันธ์กล่าวว่า เยอะแต่ยังไม่มีความชัดเจนและไม่ได้หมายความว่าเราจะเลื่อน เรายังยึดมั่นในกรอบเดิมตามที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน

เมื่อถามว่า แหล่งที่มาของเงิน หรือแอพพลิเคชั่น ถือเป็นปัจจัยหลักที่อาจจะต้องทำให้เลื่อนการแจกเงินใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า แหล่งที่มาของเงินเป็นปัจจัยหลักแน่นอน ทุกอย่างถือเป็นปัจจัยหลักไม่มีปัจจัยสำรอง ทุกเรื่องมีความสำคัญเท่ากันหมด เราต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมมีการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องเงินกู้กับธนาคารออมสิน

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันตลอดว่าที่มาของเงินดำเนินโครงการไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้กลับไม่มีความชัดเจนติดปัญหาในส่วนใด นายจุลพันธ์กล่าวว่า เนื่องจากต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อคณะอนุกรรมการมีการประชุมและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อมูลและรวบรวมรายงานส่งมายังคณะอนุกรรมการ ขณะนี้จึงต้องรอรายงานเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจ ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นตามกฎหมายไม่สามารถลัดวงจรได้ ไม่สามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยที่ยังไม่มีมติจากคณะกรรมการได้

‘สส.อัครเดช’ ชี้ ‘ค่าเช่าบ้านตำรวจชั้นประทวน’ ควรได้รับการดูแลจากรัฐบาล เพื่อสร้างตำรวจน้ำดี ลดเรียกรับส่วย ‘จุลพันธ์’ ตอบรับทันที มีแผนแก้ปัญหาแล้ว

(27 ก.ค.67) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในกรณีค่าเช่าบ้านของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้

นายอัครเดช อภิปรายว่า จากการลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ได้รับการร้องเรียนว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนพลตำรวจแล้ว การเลือกจังหวัดที่ต้องการเพื่อบรรจุแม้จะไม่ใช่จังหวัดภูมิลำเนาก็จะไม่มีสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม รัฐจะต้องดูแลพี่น้องข้าราชการตำรวจให้ดีเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม หากรัฐไม่สามารถดูแลพี่น้องข้าราชการตำรวจให้ดีได้ พี่น้องประชาชนจะสามารถคาดหวังความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร

ปัจจุบันตำรวจมักตกเป็นจำเลยของสังคมในเรื่องความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีการเรียกรับเงิน ซึ่งรัฐต้องยอมรับความจริงในเรื่องนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลพี่น้องข้าราชการตำรวจยังไม่ดีเท่าที่ควร หากสามารถบริหารจัดการเรื่องค่าเช่าบ้านซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิต หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เชื่อได้ว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำก็คือข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้กล่าวว่า คำถามที่ทางนายอัครเดชได้สอบถามนั้นตรงกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายให้ดูแลพี่น้องข้าราชการโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย ลำดับแรกกรณีค่าเช่าบ้านพักนั้น ไม่ได้เป็นสวัสดิการสำหรับข้าราชการทุกคนแต่จะมีเฉพาะผู้ที่ถูกโอนย้าย และโอนเปลี่ยนที่ทำงาน จึงไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ ทางรัฐบาลได้มีแผนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของพี่น้องข้าราชการ ผ่านการสร้างอาคารที่พักเพิ่มเติมผ่านงบประมาณซึ่งต้องใช้ระยะเวลากว่า 20 ปี จึงจะสามารถแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ซึ่งเป็นไปอย่างล่าช้า โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ใช้กลไกอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาที่พักข้าราชการผ่านธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจใต้การกำกับของกรมธนารักษ์ ซึ่งสามารถระดมทุนเพื่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับข้าราชการทั้งหมดได้เร็วยิ่งขึ้น 

หลังจากฟังคำตอบจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายอัครเดชกล่าวว่า “ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของพี่น้องข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจชั้นประทวน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของข้าราชการจะประสบความสำเร็จโดยเร็ว”

‘จุลพันธ์’ แย้ม!! ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ มีทางออกที่ดี ชี้ ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะแถลงครั้งเดียว

(20 ส.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่มีกระแสข่าวว่าจะยกเลิก ว่า ตอนนี้มีทางไป และมีทางออกที่ดี แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ขอให้ขั้นตอนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะแถลงครั้งเดียว 

เมื่อถามย้ำว่า ที่ระบุว่าจะมีทางออกที่ดี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ใช่ แต่รอให้ชัดเจนสักนิดนึง ขอย้ำว่ามีทางออกที่ดี เมื่อถามว่าแสดงว่าจะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า มีทางออกที่ดีครับ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงตำแหน่งในกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะถอนตัวจริงหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่าไม่รู้เลย เรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ขอไม่ตอบแล้วกัน ส่วนตัวตนไม่ทราบอะไร เมื่อถามว่าวันที่ 19 ส.ค. ได้พบกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ขอคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการขอคำแนะนำอะไรเป็นการพูดคุยถึงภารกิจที่ยังค้างอยู่ว่ามีอะไรบ้าง 

‘จุลพันธ์’ ลั่น ‘รัฐบาลแพทองธาร’ รุกปั้น One Stop Service ศุลกากรหนองคาย เอื้อประชาชนนำเข้า-ส่งออกสู่ ‘ลาว-จีน’ สะดวกสบาย-พร้อมให้สิทธิพิเศษทางภาษี

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค.67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลงพื้นที่เปิดศูนย์บริการค้าชายแดนแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service: OSS) ที่จังหวัดหนองคาย โดยระบุว่า ศูนย์บริการค้าชายแดนแบบเบ็ดเสร็จฯ นี้ มีแนวทางการพัฒนาทั้งสิ้น 3 แนวทางสำคัญที่จะช่วยลดขั้นตอนการขออนุญาตส่งออกสินค้าที่เคยซับซ้อนและใช้เวลานาน เพื่อให้ประชาชนได้รับสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  โดยมีรายละเอียดการพัฒนาดังนี้

แนวทางที่ 1) คือการพัฒนาระบบการขออนุญาตส่งออกสินค้า โดยจะเปิดทางให้การขออนุญาตทำได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่องทางเดียว (Single Submission) โดยระบบจะมีการจัดทำ Single Form ร่วมกันเพื่อลดภาระผู้ประกอบการ ใช้การเชื่อมโยงข้อมูลการอนุญาตของแต่ละหน่วยงานเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติ พร้อมทั้งจะจัดเตรียมรายการข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้ทราบว่ามีหน่วยงานใดพร้อมให้ติดต่อสอบถาม 

แนวทางที่ 2) คือการพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าส่งออก โดยศูนย์บริการค้าชายแดนแบบเบ็ดเสร็จฯ จะจัดทำมาตรฐาน Green Line ของทุกหน่วยงานให้มีความสอดคล้องกันและให้ทุกหน่วยงานมอบอำนาจให้กรมศุลกากรเป็นผู้ตรวจสอบแทน เพื่อลดภาระในการตรวจสอบ 

ขณะที่แนวทางที่ 3) คือการพัฒนาระบบการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งจะนำเอาเทคโนโลยี CCTV มาใช้ในการตรวจสอบพาหนะขนส่ง ทะเบียนรถ และอื่นๆ

นายจุลพันธ์ระบุต่อว่า รัฐบาลได้เตรียมระบบ Thailand Trade Journey ที่พัฒนาไว้เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจด้านการนำเข้า ส่งออก ตั้งแต่การขออนุญาตไปจนกระทั้งกระบวนการผ่านแดน ทั้งนี้ ประชาชนผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับความสะดวกทั้งในเชิงข้อมูลด้านการนำเข้าส่งออก ตลอดจนช่องทางติดต่อกับระบบสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาต/ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ผ่านพิธีการศุลกากรแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที พร้อมตรวจสอบรายการสินค้าที่ถูกควบคุมโดยรัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ Thailand Trade Journey ยังรวบรวมข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึง โดยเชื่อว่าการพัฒนานี้จะเอื้อให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกทั้งรายเก่าและใหม่ดำเนินกิจการได้อย่างคล่องตัวทั้งระบบ 

นำไปสู่การส่งเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าของไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ ที่ระบุว่าช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 นั้นมูลค่าการค้าที่ผ่านยังประเทศจีนมีมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ถึง 244,175 ล้านบาท เป็นสัญญาณว่าตลาดส่งออกหลักของไทยกำลังฟื้นตัว ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนจากการส่งออกที่ขยายตัวด้วยเช่นกัน มองว่าการส่งออกสินค้าไปยัง สปป.ลาว เปรียบได้กับการเปิดประตูบานแรกเพื่อนำพืชผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไทยไปสู่ตลาดประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้อย่างเต็มศักยภาพ 

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า นโยบายข้างต้นริเริ่มโดยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีวิสัยทัศน์ว่าการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกทุกมิติที่เกี่ยวกับการติดต่อขอนำเข้า-ส่งออกสินค้าจะส่งเสริมความสามารถในการเติบโตของประชาชนในภาคการเกษตรและผู้ประกอบกิจการไทยผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้แก่ประชาชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏ รัฐบาลเพื่อไทย ใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงมีความมุ่งมาดที่จะผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงได้ภายใน 1 ปี เพื่อเป็นการนำร่องก่อนเดินหน้าพัฒนาด่านศุลกากรในจังหวัดชายแดนภูมิภาคอื่นๆ อีก 7 จังหวัต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top