Friday, 5 June 2026
จับ

จับอีก!! ผู้ค้าสลากหวังเก็งกำไร ซื้อสลากดิจิทัลนำไปขายต่อเกินราคา

ตามที่มีนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำเนินการควบคุมและกำกับดูแลในการตรวจสอบผู้ที่มีพฤติการณ์ที่มีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ซึ่งได้มีการดำเนินการกันมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ (21 ก.ค. 65) ที่ผ่านมา พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ภ.จว.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา พฤติการณ์กล่าวคือ ผู้จำหน่ายสลากรายดังกล่าวได้มีการนำเอาภาพของสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีการจำหน่ายผ่านช่องทางสลากดิจิทัล นำมาเสนอขายผ่านทางหน้าเพจ Thai Lotto ในเฟซบุ๊ก ราคาฉบับละ ๑๐๐ บาท หากถูกรางวัลจะโอนเงินรางวัลให้ก่อนทันที การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการเสนอจำหน่ายสลากเกินราคา จึงได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว

จากการสืบสวนในกรณีดังกล่าวพบว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก Thai Lotto ดังกล่าวเป็นเพจของ นายภูริวัฒน์ ดิษฐเจริญ อายุ 34 ปี ได้มีการนำเสนอจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยการให้ลูกค้าเลือกเลขที่ต้องการ แล้วทักแชทเพื่อติดต่อขอซื้อสลากกินแบ่ง ทางเพจก็จะนำภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นภาพจากสลากดิจิทัล นำมาให้ลูกค้าเลือกเลข โดยเสนอจำหน่ายฉบับละ 100 บาท โดยให้ชำระเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.สกุลรัตน์ สมเกี่ยม ซึ่งเป็นภรรยาของนายภูริวัฒน์ฯ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ทั้งนายภูริวัฒน์ฯ และ น.ส.สกุลรัตน์ฯ ได้มีการซื้อสลากดิจิทัลไปรวมกันจำนวน 1,800 ใบ นอกจากนี้ น.ส.สกุลรัตน์ฯ ยังเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับบริษัท มังกรฟ้า ลอตเตอรี่ จำกัด อีกด้วย

สืบ ตม. รวบชายชาวไนจีเรียนลักลอบขายคีตามีนในย่านนานา

(14 ม.ค. 68) กก.1 บก.สส.สตม. จับกุม นายเคนเนดี้ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรียน พร้อมของกลาง ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 30 ก้อน น้ำหนักชั่งรวมสิ่งห่อหุ้ม 50 กรัม โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวขยายผล บก.ปส.4 บช.ปส ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ภายในร้านสินค้าในซอยสุขุมวิท 5 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติผิวสีลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านนานา แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงทำการสืบสวนติดตาม ดูพฤติการณ์มากว่า 3 เดือน จนชัดเจน จึงได้วางแผนจับกุม โดยให้สายลับติดต่อขอซื้อยาเสพติด จำนวน 30 กรัม ในราคา 60,000 บาท (กรัมละ 2,000 บาท) โดยนัดหมายส่งมอบภายในร้านสินค้า ในซอยสุขุมวิท 5 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โดยวางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าไปแฝงกายปะปนกับผู้มาซื้อสิ้นค้าภายในร้าน  เพื่อเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของสายลับและนายเคนเนดี้ จนกระทั่ง นายเคเนดี้ ได้มาพบกับสายลับตามนัดหมาย จากนั้นได้ส่งมอบยาเสพติดตามที่ตกลงซื้อขายกันให้กับสายลับ สายลับจึงได้ส่งสัญญานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับ เข้าทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบยาเสพติดของกลางซึ่งบรรจุอยู่ในพลาสติกใส ห่อหุ้มด้วยเทปกาวพลาสติกสีดำ จำนวน 30 ก้อน น้ำหนักชั่งรวมสิ่งห่อหุ้ม 50 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกล่องยาสีฟัน และทำการตรวจค้นตัวนายเคนเนดี้ พบเงินสดที่ใช้ล่อซื้ออยู่ในมือซ้าย ต่อมาได้ตรวจค้นห้องพักของนายเคนเนดี้ พบซองพลาสติก และเทปพันสายไฟสีดำเช่นเดี๋ยวกับที่ใช้พันยาเสพติดของกลาง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการตรวจสอบของกลางด้วยชุดทดสอบสาร เสพติดเบื้องต้น (ONCB 053 Modified Cobalt Thiocyanate Reagent) ซึ่งใช้สำหรับทดสอบคีตามีน สีของน้ำยาหลังทดสอบเป็นสีม่วงและตกตะกอนสีขาว สอบถามนายเคนเนดี้ ยอมรับว่ายาเสพติด (คีตามีน) ของกลางดังกล่าวเป็นของตนเอง ซึ่งได้นำมาจำหน่ายให้กับสายลับในราคา 60,000 บาท ตามที่ตกลงซื้อขายกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

“เชียงราย”ตม.เชียงราย ร่วมตร.ท่องเที่ยวจับจีนเทา 19 คนหนีทัพจากแม่สอดมุ่งสู่ลาว”

คืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาทางตม.เชียงรายและตร.ท่องเที่ยวโดยการอำนวยการของรัฐพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5  มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย


โดยได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนและมีท่าทีน่าสงสัยพากันไปเช่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่บ้านพลูทอง หมู่ 11 ต.ทาสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปพบชายจำนวน 19 คน พากันนอนกระจายไปทั่วบ้านเช่าซึ่งมีอยู่หลายห้อง

จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นชาวสัญชาติจีน อายุตั้งแต่ 18-37 ปี แต่ละคนมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตเพียง 6 คนและวีซ่าหมดอายุ ส่วนอีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว ตรวจในกระเป๋าสัมภาระพบมีโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติ นอกจากนี้ในบ้านเช่าพบ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ชาว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีคนติดต่อขอให้ไปหาบ้านเช่าเพื่อให้คนจีนไปพัก โดยตนจะมีรายได้จากการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ เป็นเงินวันละ 200 บาท โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มาจากไหนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษาได้ความเพียงว่าทั้งหมดได้เดินทาง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติผ่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นไปหาห้องพักในเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อรอให้มีคนรับตัวส่งไปทำงานที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแจ้งข้อกล่าวหาชาวจีนที่มีพาสปอร์ตว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด" ส่วนผู้ไม่มีเอกสารใด ๆ ตั้งข้อหาว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" สำหรับหญิงสาวคนไทยตั้งข้อหา "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
และขยายผลกลุ่มกระบวนการดังกล่าวต่อไป

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top