Friday, 5 June 2026
งบป้องกันประเทศ

'ยูเครน' เผยงบประมาณ 'ป้องกันประเทศ' ปี 2024  ตัวเลขสูง 1.71 ล้านล้านบาท หรือ 21.6% ของจีดีพี

(11 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว เผย เมื่อวันที่ 10 ต.ค.66 สื่อท้องถิ่นยูเครน รายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ลงนามกฤษฎีกาว่าด้วยการใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศอย่างน้อยร้อยละ 21.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2024

รายงานระบุว่ากฤษฎีกาของประธานาธิบดีนี้ ซึ่งส่งผลให้มติของสภาความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันประเทศมีผลบังคับใช้ กำหนดว่างบประมาณการป้องกันประเทศของยูเครนในปี 2024 จะไม่น้อยกว่า 1.69 ล้านล้านฮริฟเนีย (ราว 1.71 ล้านล้านบาท)

กฤษฎีกานี้ชี้แนะรัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของการจัดหาเงินทุนของภาคการป้องกันประเทศในร่างงบประมาณรัฐ ปี 2024 โดยอ้างอิงสถานการณ์ทางการทหารและการเมืองในปัจจุบัน

อนึ่ง รายละเอียดงบประมาณของยูเครนในปี 2023 ประเมินว่าการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันประเทศจะอยู่ที่ 1.14 ล้านล้านฮริฟเนีย (ราว 1.15 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นร้อยละ 18.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

ยูเครนขอเงินพันธมิตร NATO-EU เพิ่มงบกลาโหม 120,000 ล้านดอลล์!! ในปี 2026 มาเสริมทัพสู้สงครามรัสเซีย

(23 ก.ค. 68) รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เดนิส ชมีฮาล (Denys Shmyhal) เปิดเผยว่า ยูเครนจำเป็นต้องใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.38 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 โดยตั้งเป้าหาเงินครึ่งหนึ่งจากความช่วยเหลือของพันธมิตรต่างชาติ ทั้งจากชาติสมาชิก NATO และสหภาพยุโรป

ชมีฮาลระบุว่า เป้าหมายสำคัญของกองทัพคือเพิ่มการจัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตในยูเครนให้ได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด พร้อมส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ตั้งโรงงาน และถ่ายทอดเทคโนโลยีในยูเครน รวมถึงขอความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์จากประเทศเป็นกลาง โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถสกัดขีปนาวุธได้

ยูเครนต้องการเงินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหม โดยเน้นผลิตโดรน FPV, โดรนระยะไกล และอาวุธดักสกัด ‘ชมีฮาล’ ระบุเพิ่มเติมว่ายูเครนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเทคโนโลยีทางทหารให้กับพันธมิตรเพื่อสร้างความร่วมมือในระยะยาว

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนยังคาดการณ์ว่า งบความมั่นคงจะยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2026 จะใช้งบ 1.817 ล้านล้านฮริฟเนีย หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท แต่จะลดลงในปี 2027 และ 2028 ตามสถานการณ์ความมั่นคงที่คาดว่าจะคลี่คลายลง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top