Friday, 5 June 2026
ค่าการกลั่น

หัวหน้าพรรคกล้า ชวนจับตาประชุมสมช.เรื่องพลังงาน เตือนนายกฯระวังถูกหลอก เหตุผลแท้จริง 'น้ำมันแพง' เตรียมเผยข้อมูลค่ากลั่นสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เสิร์ฟที่ประชุม สมช. วันพรุ่งนี้ และไลฟ์สดตอบทุกคำถามหลังประชุมจบลง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า พรุ่งนี้ (4 กรกฎาคม 2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนัดประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อพิจารณาวิธีแก้ปัญหาราคานํ้ามันแพง ดังนั้นจึงอยากให้ท่านได้เห็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายมากขึ้น จึงขอยกสมัยที่ตนอยู่ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ราคานํ้ามันดิบอยู่ในระดับเดียวกันกับวันนี้ที่ราคา 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่ากัน แต่ราคาดีเซลหน้าปั๊มถูกกว่ากันถึง 5 บาทต่อลิตร

โดยนายกรณ์ได้ชี้ให้นายกรัฐมนตรีเห็นว่า หากดูราคาค่าการกลั่น พบว่าคือ สาเหตุที่แท้จริงว่าเพราะเหตุใดราคาน้ำมันจึงแพง และในปี 54 สามารถทำให้ราคาน้ำมันตํ่ากว่าปัจจุบันถึง 5 บาท นี่คือสาเหตุที่ตนยํ้าเรื่องนี้มาตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

'กรณ์' ผิดหวัง ประชุม สมช.ไร้ธงแก้น้ำมันแพงชัด!! แต่กลับตั้ง คกก.ซ้อน ครม.เศรษฐกิจ อีก 2 ชุด

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ไลฟ์สดผ่านเฟซบุคส่วนตัว หลังทราบผลประชุม สมช. มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในช่วงเย็นของวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า รู้สึกอึดอัดผิดหวังกับผลการประชุมในวันนี้มาก เนื่องจากไม่มีมาตรการอะไรที่ชัดเจน นอกจากการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทับซ้อน ครม.เศรษฐกิจ อีก 2 ชุด โดยมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอย่างละชุด แทนที่จะให้ ครม.เศรษฐกิจทำหน้าที่เองให้เต็มที่ 

นายกรณ์ กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคกล้าได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแก้ไขปัญหาราคาน้ำ พร้อมเสนอทางออกให้มากมาย นำไปสู่การประกาศโรงกลั่นบริจาคเงินเข้ากองทุนน้ำมันเดือนละ 8,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน เท่ากับ 24,000 ล้านบาท จนถึงวันนี้เงียบ ไม่รู้ว่าได้ดำเนินการไปแค่ไหนอย่างไร รวมถึงที่นายกรัฐมนตรี เรียก รมว.พลังงานฯ และ รมว.พาณิชย์ เข้าพบปัญหามันควรจะจบนับตั้งแต่วันนั้น เพราะข้อมูลของทั้งสองท่านต้องมีครบถ้วน และมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ ขนาดพวกเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ยังสามารถติดตามข้อมูลจากทางราชการ เพื่อประเมินสถานการณ์ นำไปสู่แนวทางในการแก้ปัญหาได้

“การตั้งกรรมการมีคนนั่งล้อมวงตามวัฒนธรรมการทำงานราชการไทย ไม่มีใครกล้าพูดหรือเสนออะไร ท่านนายกฯ นั่งหัวโต๊ะว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งมันไม่ได้นำไปสู่การมีข้อสรุปหรือนโยบายใด ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนได้ ขอย้ำว่า ประชาชนเดือดร้อน น้ำมันแพง ของแพง มันเป็นภาระกับประชาชนโดยตรง  มันไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดแล้วชุดเล่า จริง ๆ การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องยาก มันมีมาตรการและทางออกที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่มีคนในวงการทำให้ดูสลับซับซ้อนเพื่อที่สุดท้ายจะทำให้ไม่มีคำตอบ” นายกรณ์ กล่าว

อ.อุ๋ย ตีแสกหน้า ‘สายอวยทุนพลังงาน’ ใช้อำนาจกฎหมายแก้ราคาน้ำมัน เปลี่ยนสูตรคำนวณใหม่ Singapore Minus ลดค่ากลั่นดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร รัฐยันต้นทุนจริงไม่ถึงขั้นขาดทุน

ตีแสกหน้า! นักวิชาการและข้าราชการอวยทุนพลังงาน! ค่าการกลั่นลดได้จริง!

สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนลดค่าการกลั่นน้ำมันไม่ได้ แต่ปัจจุบันทำได้ภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) เกิดจากการเปลี่ยนแนวทางจากการ "ขอความร่วมมือ" มาเป็นการใช้ "อำนาจทางกฎหมาย" และการรื้อสูตรคำนวณใหม่

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมีดังนี้:

การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.: รัฐมนตรีเลือกใช้อำนาจตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อบังคับควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง แทนการรอการเจรจาเพียงอย่างเดียว

การปรับสูตรอ้างอิงใหม่ (Singapore Minus): เดิมทีไทยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์แบบ 100% แต่รัฐมนตรีมองว่าในสภาวะวิกฤต กลไกนี้ทำให้โรงกลั่นมีกำไรสูงเกินจริง (Windfall Profit) จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบ "Singapore Minus" หรือการนำราคาสิงคโปร์มาหักส่วนลดตามต้นทุนจริง เช่น ค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่ลดลง

การเปิดข้อมูลต้นทุนจริง: มีการเรียกโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งมาชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง เพื่อพิสูจน์ว่าค่าการกลั่นที่พุ่งสูงไปถึง 7-14 บาทต่อลิตรนั้นสูงกว่าปกติมาก การลดราคาหน้าโรงกลั่นจึงทำได้โดยที่โรงกลั่นยังไม่ถึงขั้นขาดทุน แต่เป็นการลดกำไรส่วนเกินลง

มาตรการล่าสุด (24 เม.ย. 2569): คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร (โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา) เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาลดราคาหน้าปั๊มและอีกส่วนช่วยพยุงฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอยู่

สรุปคือ ที่ผ่านมามักเป็นการเจรจาขอให้โรงกลั่นบริจาคเงินเข้ากองทุนซึ่งทำได้ยากและไม่ยั่งยืน แต่ครั้งนี้เป็นการ ใช้อำนาจกฎหมายสั่งปรับโครงสร้างราคา โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติของตลาดโลก

อันนี้ต้องขอบคุณภาคประชาชน และรัฐมนตรีขิง และเป็นการตีแสกหน้าพวกนักวิชาการและข้าราชการอวยทุนพลังงานทั้งหลาย ที่พยามออกมาสร้างความชอบธรรมให้กับโครงสร้างราคานํ้ามันที่บิดเบือนและเอาเปรียบคนไทยมาตลอด 

https://www.facebook.com/share/p/1E5capD83F/?mibextid=wwXIfr


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top