Thursday, 4 June 2026
คืนภาษี

ลอนดอนสูญรายได้นับพันล้านปอนด์ นักท่องเที่ยวแห่ไปปารีส-มิลานแทน หลังยกเลิก ‘ช้อปปลอดภาษี’

(15 ต.ค. 68) สำนักข่าว The Evening Standard รายงานว่า ลอนดอนกำลังสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายพันล้านปอนด์ หลังรัฐบาลอังกฤษยกเลิกนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ตั้งแต่ปี 2021 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อสูงจากเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ หันไปจับจ่ายในเมืองคู่แข่งอย่างปารีส มิลาน และมาดริดแทน ขณะที่ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในอังกฤษยังกลับมาได้เพียง 75% ของช่วงก่อนโควิด-19 เท่านั้น

ข้อมูลจาก VisitBritain.org ระบุว่า ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวไทยกว่า 72,000 คน เดินทางไปอังกฤษ รวมใช้จ่ายกว่า 131.7 ล้านปอนด์ (ราว 6,000 ล้านบาท) โดยเฉลี่ยคนไทยใช้จ่ายกว่า 1,800 ปอนด์ต่อทริป ส่วนใหญ่เป็นของหรูและแฟชั่นในลอนดอน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากยังไม่มีนโยบายคืนภาษี นักท่องเที่ยวพรีเมียมอาจเลือกช้อปที่ปารีสหรือมิลานแทน เพราะคืนภาษีได้เต็มจำนวน

ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการกว่า 500 ราย ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษนำ “ช้อปปลอดภาษี” คืนกลับมา เพราะสูญเสียรายได้และลูกค้ากลุ่มพรีเมียมให้ยุโรป โดยระบุว่าหากฟื้นนโยบายนี้ จะสร้างรายได้เพิ่ม 2 พันล้านปอนด์ และเปิดตลาดใหม่อีก 3.65 พันล้านปอนด์ทั่วประเทศ แต่รัฐบาลยังยืนยันว่า การยกเลิกช่วยประหยัดงบรัฐกว่า 500 ล้านปอนด์ต่อปี

เดเร็ค ฮาร์ทแมน (Derrick Hardman) ประธานสมาคมค้าปลีกนานาชาติเตือนว่า ช่องว่างระหว่างสหราชอาณาจักรกับยุโรปกำลังถ่างกว้างขึ้นเพราะการยกเลิกนโยบายนี้ “การนำ VAT-free shopping กลับมา จะเป็นแรงขับสำคัญต่อเศรษฐกิจ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าทุกภูมิภาคของอังกฤษจะได้รับประโยชน์หากรัฐบาลทบทวนมาตรการดังกล่าว แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่า ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเปลี่ยนใจในงบประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้

“เคทีซี” เตือนลิงก์ปลอม เตือนภัยลิงก์ปลอมช่วงคืนภาษี ตั้งเช็กลิสต์ 4 จุดก่อนคลิก ย้ำหน่วยงานรัฐไม่ส่งลิงก์กรอกข้อมูล กระตุ้นทักษะการเงินยุคดิจิทัลป้องกันภัย

จากเงินคืน…สู่เงินหาย เคทีซีเตือนภัยลิงก์ปลอมช่วงรับคืนภาษี แนะ 4 เช็กลิสต์

ในจังหวะที่ผู้เสียภาษีจำนวนมากกำลังติดตาม “เงินคืนภาษี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกระแสเงินสดที่ผู้บริโภคคาดหวังในแต่ละปี กลับพบว่าประเด็นดังกล่าวกำลังถูกใช้เป็น “จุดโจมตี” ใหม่ของมิจฉาชีพในโลกดิจิทัล ผ่านการส่งข้อความ SMS และอีเมลแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหลอกให้ผู้บริโภคคลิกลิงก์และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพใหญ่ของ Cyber Risk ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอยู่ในชีวิตทางการเงินประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมี “แรงจูงใจทางการเงิน” ชัดเจน เช่น การรอรับเงินคืน การรับสิทธิ์ หรือการทำธุรกรรมที่มีกรอบเวลา ซึ่งมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเร่งการตัดสินใจ

เมื่อ “ความคาดหวังทางการเงิน” กลายเป็นช่องโหว่

พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวก ทำให้การคลิกลิงก์จากข้อความกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับลด “ช่วงเวลาคิด” ที่จำเป็นในการตรวจสอบความถูกต้อง ส่งผลให้ความเสี่ยงจาก Social Engineering เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้อความที่ใช้คำว่า “ด่วน”, “ยืนยันสิทธิ์”, หรือ “ข้อมูลไม่ครบ”

ในกรณีขอรับคืนภาษี กรมสรรพากรมีขั้นตอนที่ชัดเจนในการโอนเงินคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ ไม่มีนโยบายให้กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์จาก SMS หรืออีเมล ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญที่ผู้บริโภคควรตระหนัก

Cyber Risk ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือ “ทักษะการเงิน”

เคทีซีมองว่า ความเสี่ยงจากลิงก์ปลอมไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Financial Literacy ในยุคดิจิทัล ที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทักษะในการประเมินความเสี่ยงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถป้องกันตนเองได้ในเชิงปฏิบัติ เคทีซีแนะนำ “เช็กลิสต์ 4 จุดก่อนคลิก” ดังนี้

  1. เช็กผู้ส่ง: หากเป็นข้อความจากแหล่งที่ไม่คุ้นเคย หรือใช้ชื่อหน่วยงานแต่ส่งจากช่องทางผิดปกติ ควรตั้งข้อสงสัยทันที
  2. เช็กลิงก์: หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่แนบมากับข้อความ โดยเฉพาะที่อ้างเรื่องเงินคืนภาษีหรือสิทธิ์ทางการเงิน
  3. เช็กข้อมูลที่ถูกขอ: หากมีการขอข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตร หรือรหัสใด ๆ ให้หยุดและตรวจสอบก่อน
  4. เช็กกับช่องทางทางการ: เข้าตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง หรือใช้ช่องทางติดต่อที่เป็นทางการเท่านั้น

 .

จาก “ป้องกันตัว” สู่ “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน”

ในภาพรวม การเพิ่มขึ้นของภัยไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมทางการเงินสะท้อนว่า “ความปลอดภัย” กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ต่างจากความสะดวกและความรวดเร็ว เคทีซีเน้นย้ำว่า ผู้บริโภคควรจดจำหลักสำคัญว่า หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินจะไม่ส่งลิงก์เพื่อให้กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่าน SMS และไม่ควรติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ เนื่องจากลิงก์ปลอมในหลายกรณีอาจนำไปสู่การติดตั้งโปรแกรมที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล

ในยุคที่การเงินและดิจิทัลเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก “การหยุดคิดก่อนคลิก” จึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมด้านความปลอดภัย แต่คือ ทักษะพื้นฐานของการบริหารเงินในโลกยุคใหม่ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ “เงินที่ควรได้คืน” กลายเป็น “ความเสียหายที่ไม่คาดคิด”

ออกข่าวในนาม : ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top